xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ว่าฯ แพร่สั่งสอบ-ช่วยครอบครัวสาวลาวมีลูกเป็นเด็ก 2 เพศ อุ้มท้องแก่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


แพร่ - พ่อเมืองแพร่สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ-ช่วยเหลือ ครอบครัวสาวลาวฐานะยากจน จดทะเบียนกับหนุ่มแพร่ที่เพิ่งเสียชีวิต แต่ไร้สิทธิพลเมืองไทย จนลูกที่เป็นเด็กสองเพศขาดโอกาสในการรักษา แถมไม่มีเงินทำคลอดขณะอุ้มท้องแก่ 8 เดือน

วันนี้ (17 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับครอบครัวนางกิ่งแก้ว สุขแสง หญิงสาวชาว สปป.ลาว ที่แต่งงานอยู่กิน-จดทะเบียนสมรสกับนายธีรภัทร เสมอ ชาวจังหวัดแพร่ ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้นางกิ่งแก้ว ต้องรับภาระเลี้ยงดูน้องวีซ่า ลูกชายที่อวัยวะเพศผิดปกติ คือมีสองเพศในร่างเดียวกัน อีกทั้งยังอุ้มท้องแก่ใกล้คลอด ขณะที่มีฐานะยากจน-ไร้สิทธิความเป็นพลเมืองไทยนั้น

(อ่านเรื่อง สุดลำเค็ญ! ชุมชนขอสิทธิ์ให้สาวลาวสู้ชีวิต สามีตาย-ลูก 2 เพศ-อุ้มท้องแก่อีกคนhttp://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9600000016186)

ล่าสุดนายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปเยี่ยม และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาทางช่วยเหลือ พร้อมกับกล่าวว่า ความจริงแล้วหญิงสาวชาวลาวผู้นี้มีทะเบียนสมรสกับคนในจังหวัดแพร่ก็ถือเป็นครอบครัวคนไทย ลูกที่กำลังป่วยก็เป็นคนไทย

เบื้องต้นคิดว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงสวัสดิการ เช่น การไปคลอดที่โรงพยาบาลฯ น่าจะได้รับการบริการตามสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ควรให้เป็นภาระของมารดาที่ต้องหาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล ส่วนกรณีเด็กสองเพศ ที่อาจต้องมีค่ายาหรืออย่างไรที่ต้องจ่ายนอกเหนือหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือไม่ ต้องดูในข้อกฎหมาย ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่โดยเร่งด่วน

นายเจษฎา แก้วศล ประธานอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัดแพร่ กล่าวว่า กรณีดังกล่าว นายธีรภัทร เสมอ สามีของนางกิ่งแก้ว หญิงสาวชาวลาว ครอบครัวนี้เป็นอาสาสมัคร อปพร. ซึ่งป่วยด้วยโรคมะเร็งและเสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางอาสาพัฒนาชุมชนได้เข้าไปช่วยงานศพอย่างเต็มที่ และทราบเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด

โดยพบว่าเด็กที่มีสองเพศ การรักษาต้องเสียเงินจำนวนมาก ทำให้ต้องหยุดรักษาไป และล่าสุดนางกิ่งแก้ว ที่ตั้งท้อง 8 เดือนครึ่ง ต้องไปคลอดที่โรงพยาบาลในจังหวัดแพร่ จะต้องเสียค่ารักษาพยาบาลกว่า 6,000 บาท ซึ่งครอบครัวนี้ยากจนมาก เขาอาจต้องทำคลอดกันเองในบ้าน ซึ่งปัจจุบันหมอตำแยก็ไม่มีบริการในชุมชนแล้ว

นายเจษฎากล่าวอีกว่า และถ้าพึ่งพาระบบสวัสดิการของรัฐไม่ได้ เด็กสองเพศก็คงต้องเป็นปมด้อยติดตัวไปตลอด ในฐานะประธานอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัดแพร่ อยากขอให้สังคมให้ความสนใจ และหันมาให้ความช่วยเหลือคนละเล็กละน้อยเพื่อสมทบทุนค่ารักษาพยาบาล จะเป็นทางออกที่ดีกว่ารอระบบสวัสดิการที่บอกว่าระบบสุขภาพถ้วนหน้าคงไม่ใช่แล้ว

ผู้ใจบุญที่สนใจจะบริจาคเงินช่วยเหลือครอบครัวนี้ สามารถติดต่อมาที่ชมรมอาสาพัฒนาจังหวัดแพร่ หมายเลขโทรศัพท์ 08-6433-3679 ได้ตลอดเวลา ทางชมรมฯ จะเป็นตัวกลางในการจัดการช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าวให้สามารถไปทำคลอดในโรงพยาบาลได้ต่อไป ส่วนเด็กที่ผิดปกติทางร่างกายคือมีสองเพศ คงต้องปรึกษาหลายฝ่ายเพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไป

นายชาตรี คันทะวงศ์ ทนายความอาสา ที่ตั้งสำนักงานอยู่หน้าศาลจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ปัญหานี้ไม่น่าเกิดขึ้นในจังหวัดแพร่ เนื่องจากระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีอยู่พร้อมแล้วแต่ทำไมจึงเข้าไม่ถึง ความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นชาติใดที่แต่งงานกับคนไทยก็น่าจะได้รับสวัสดิการขั้นพื้นฐาน กรณีนี้อาจต้องสะท้อนไปถึงกลไกของรัฐที่มีระเบียบมากมายในการป้องกันสิทธิการเป็นพลเมืองไทย

“ทราบว่าครอบครัวนี้ต้องการโอนสัญชาติของภรรยาเป็นคนไทย แต่ยังไม่ได้สัญชาติ คงต้องไปดูว่าเป็นเพราะเหตุใด หรือเป็นช่องทางของมิจฉาชีพ ทำให้ครอบครัวนี้ขาดโอกาสการเข้าถึงสวัสดิการไปอย่างน่าเสียดาย”