xs
xsm
sm
md
lg

“อินทัช” หัวหน้าแก๊งตุ๋นกู้เงินล้านปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยันให้การชั้นศาลเท่านั้น(ชมคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ศูนย์ข่าวขอนแก่น - หัวหน้าแก๊งตุ๋นชาวบ้าน “อินทัช” ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขอใช้สิทธิให้การในชั้นศาล ทนายเตรียมเงินสด 1 แสนบาท ขอประกันตัวในชั้นศาล ซ้ำอ้าง “อินทัช” ก็ถูกหลอกเข้าร่วมโครงการกู้ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี ไม่มีคนค้ำประกันเช่นกัน



กรณีศาลจังหวัดขอนแก่น ออกหมายจับ หลังพบมีพฤติกรรมหลอกลวงให้ชาวบ้านในหลายพื้นที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกในโครงการกู้เงินล้านดอกเบี้ยต่ำแบบไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน โดยทุกคนจะต้องเสียค่าสมัครรายละ 500-1,000 บาท มีผู้หลงเชื่อนับหมื่นรายยอดเงินสูงนับ 10 ล้านบาท แต่กลับไม่มีใครเคยได้รับการอนุมัติให้กู้เลยแม้แต่รายเดียว

หลังจากเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา นายอินทิช สารพันธ์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 4 ต.ห้วยยาง อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ประธานชมรมพัฒนาอาชีพแห่งประเทศไทย (ศูนย์เวียงคำฟ้า กระนวน) ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ถูกจับกุมตามหมายศาลจังหวัดขอนแก่นที่ จ.20/2560 ลงวันที่ 27 ม.ค.2560

ล่าสุด วันนี้ (3 ก.พ.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ สภ.เมืองไหม่ ต.โคกสี อ.เมือง จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.พันกฤษณ์ วิชชีวินทร์ ผกก.สภ.เมืองไหม พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนได้เบิกตัว นายอินทัช ออกจากห้องควบคุม นำตัวส่งมอบให้ พ.ต.อ.วิทยา ทองเหลา รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวน คดี นายอินทัช หลอกลวงประชาชนด้วยโครงการกู้เงินเพื่อพัฒนาเกษตรกร 1 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาทต่อปี ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน ณ ที่ห้องประชุม สภ.เมืองไหม

โดยมีพนักงานสอบสวนร่วมสอบปากคำ นายอินทัช 2-3 นาย และมีนายสมชาติ วงศ์ธราธร ทนายความของนายอินทัช ร่วมรับฟังการสอบสวนของพนักงานสอบสวนครั้งนี้ด้วย ใช้เวลาประมาณกว่า 2 ชั่วโมง

หลังจากนั้น พ.ต.อ.วิทยา เปิดเผยว่า ในการสอบสวนนายอินทัช ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น แต่มีประเด็นบางประเด็นที่ได้สอบถามในเรื่องที่ นายอินทัช ถูกกล่าวหาก็ให้การในชั้นพนักงานสอบสวนที่เป็นประโยชน์ในเรื่องของคดีอย่างมาก พนักงานสอบสวนจึงต้องให้ความเป็นธรรมต่อ นายอินทัช ด้วย โดยเฉพาะในเรื่องไปหากองทุนจำนวนหลักแสนล้านบาทมาให้ชาวบ้านกู้ และนายอินทัช ก็ยังไม่ได้เงินจำนวนดังกล่าวมาตามที่อ้างไว้กับประชาชนที่เป็นสมาชิกในโครงการกู้เงินเพื่อพัฒนาเกษตรกรแต่อย่างใด

หลังจากนี้ นายอินทัช จะถูกฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ผลัดแรก 12 วัน ในวันที่ 4 ก.พ.นี้ อย่างไรก็ตาม ได้ทราบว่าทนายความได้เตรียมเงินสด จำนวน 100,000 บาท เพื่อขอประกันตัวในชั้นศาล เพราะชั้นพนักงานสอบสวนไม่ให้ประกันตัว เพราะยังจะมีผู้เสียหายไม่น้อยกว่า 10-20 คน มาแจ้งความเอาผิดต่อ นายอินทัช ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนเช่นกัน

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนในชุดดังกล่าวยังได้มีการสอบสวน นายอินทัช ขยายผลไปถึงคณะกรรมการในโครงการกู้เงิน 1 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเกษตรกร ประมาณ 20 คน ซึ่งพนักงานสอบสวนจะหาพยานหลักฐานโยงไปถึงคนไหนก่อน ถ้าพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องตามหลักฐานที่พบก็ต้องออกหมายเรียก และหมายจับ เพื่อนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อฉ้อโกงประชาชนเช่นกัน ซึ่งเป็นโทษจำคุก 10 ปี

ขณะที่ นายสมชาติ วงศ์ธราธร ทนายความของ นายอินทัช กล่าวว่า นายอินทัช ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา มีข้อหาเดียว คือ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตนในฐานะทนายจึงต้องเตรียมเงินสด จำนวน 100,000 บาท พร้อมกับเดินเรื่องขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวบ ถ้าไม่ได้ก็ไปที่ชั้นศาล ซึ่งตนเชื่อว่าในกระบวนการยุติธรรมของศาล นายอินทัช คงได้รับการประกันตัว เพราะนายอินทัช ไม่ผิดตามข้อกล่าวหาที่พนักงานสอบสวนตั้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน เพราะจำนวนสมาชิกที่สมัคร 1.6 แสนคน ค่าสมัครคนละ 500 บาท จะเป็นเงินประมาณ 80 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่ตามที่ถูกกล่าวหา

ตัว นายอินทัช ก็ถูกหลอกเหมือนกัน โดยเสียค่าสมัคร 500 บาท พร้อมทีมงานของเขาจำนวนหนึ่ง ซึ่งนายอินทัช พร้อมกับพวกก็จะยื่นฟ้องต่อบุคคลที่หลอกนายอินทัช เช่นกัน ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี มีชื่ออักษรย่อว่า ผู้หญิงชื่อ ต. ผู้ชายอีกคนหนึ่ง ด. และผู้ชายคนที่สอง ค.

ดังนั้น นายอินทัช กับพวกก็ตกเป็นผู้เสียหายในคดีนี้เช่นกัน และผมทำคำฟ้องเสร็จเรียบร้อย พร้อมจะยื่นฟ้องบุคคลตามอักษรย่อ ต.ด.ค.ภายในสัปดาห์นี้ที่ สภ.บางบัวทอง

ผู้หลอกนายอินทัช พร้อมพวกบอกว่า จะมีคนจากต่างประเทศโอนเงินเข้ามามากกว่าหลายแสนล้านบาท ให้นายอินทัช พร้อมพวกหาคนมาสมัครเป็นสมาชิกในโครงการดังกล่าว ดังนั้น ในคดีของนายอินทัช ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตนขอยืนยันว่า นายอินทัช ไม่มีความผิด และยังไม่ได้เรียกเก็บเงินตามที่พนักงานสอบสวนตั้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด ซึ่งตนจะขอนำความดังกล่าวไปยืนยันในชั้นศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองไหม ได้สอบปากคำนายอินทัช ได้มีชาวบ้านส่วนหนึ่งที่คาดว่าเป็นสมาชิกในโครงการดังกล่าวมาดูหน้า นายอินทัช แต่ไม่ยอมแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพราะไม่ต้องการเป็นความในชั้นศาลยอมเสียเงินค่าสมัคร

นอกจากนี้ ยังได้มีบุคคล 2-3 คน ที่อ้างว่ามีชื่อเป็นคณะกรรมการในโครงการกู้เงินเพื่อพัฒนาเกษตรกรที่มี นายอินทัช เป็นหัวหน้ากลุ่มขอเข้าพบกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองไหม ยืนยันความบริสุทธิ์ และปฏิเสธการเกี่ยวข้องต่อโครงการดังกล่าวทุกกรณีอีกด้วย