xs
xsm
sm
md
lg

โอละพ่อ! ซาก “โบอิ้ง 747” 30 ล้านจอดกลางไร่มันโคราช ที่แท้ได้มาฟรี-จ่ายแค่ค่าขนย้าย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

โอละพ่อ! นักธุรกิจหนุ่มโคราชยอมรับซากเครื่องบิน “โบอิ้ง 747” จอดกลางไร่มันสำปะหลัง ได้มาฟรีไม่ได้ซื้อ 30 ล้านบาท อ้างสื่อเข้าใจผิดเอง วันนี้ ( 5 พ.ค.)
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - โอละพ่อ! นักธุรกิจหนุ่มโคราชยอมรับซากเครื่องบิน “โบอิ้ง 747” จอดกลางไร่มันได้มาฟรีไม่ได้ซื้อ 30 ล้าน เพราะผู้ใหญ่เมตตาหวังให้นำไปใช้ประโยชน์เพื่อส่วนรวม อ้างสื่อเข้าใจผิดเอง ด้านเจ้าของโรงแรมดังผู้ดูแลฉุนให้ข่าวซื้อ 30 ล้านไม่ตรงความจริง ด้าน ผอ.ท่าอากาศยานโคราชระบุเดิมซากเครื่องบินเป็นของเจ้าของพิพิธภัณฑ์ชื่อดังระดับเอเชีย เชื่อหากซื้อขายจริงไม่น่าถึง 10 ล้าน

วันนี้ (5 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนักธุรกิจหนุ่มชาวจังหวัดนครราชสีมาควักเงิน 30 ล้านบาทซื้อซากเครื่องบินโบอิ้ง 747 มาจอดกลางไร่มันสำปะหลังกว่า 100 ไร่เพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ “โบอิ้งแลนด์” หวังเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของเมืองโคราชในการดึงดูดนักท่องเที่ยวลูกค้า จนเป็นที่ฮือฮาและเป็นที่สนใจของประชาชนตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดข่าวดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้แก่ นายชัชวาล วงศ์จร เจ้าของโรงแรมวีวัน จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นผู้ดูแลซากเครื่องบินโบอิ้ง 747 ลำดังกล่าวเป็นอย่างมาก โดยนายชัชวาลกล่าวว่า เครื่องบินลำนี้มีผู้ใหญ่มอบให้ตนมาและเห็นว่านายปราโมทย์ มีแนวคิดที่จะนำเครื่องบินลำนี้ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมและเพื่อการศึกษา สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดนครราชสีมา จึงได้มอบให้ไปโดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

แต่ข่าวที่ออกมาว่ากลับกลายเป็นว่าควักเงินหลายสิบล้านบาทซื้อเครื่องบินลำดังกล่าวไปซึ่งไม่เป็นความจริง โดยตนได้พูดคุยกับนายปราโมทย์ในเรื่องการให้ข่าวที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงต่อสื่อมวลชนไปแล้ว

ด้าน นายปราโมทย์ ริมใหม่ กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ริมใหม่ คอนสตรัคชั่น ผู้จำหน่ายเครื่องจักรกลหนักในการทำธุรกิจเหมือง ดำเนินกิจการท่าทราย รับเหมาก่อสร้าง และเป็นเจ้าของโครงการ “โบอิ้งแลนด์” กล่าวยอมรับว่า ซากเครื่องบินโบอิ้ง 747 ดังกล่าวไม่ได้ซื้อมาจริง แต่เป็นความกรุณาของผู้ใหญ่ที่เห็นว่าตนจะนำเครื่องบินไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมและการศึกษา จึงได้มอบให้โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

สำหรับกรณีตัวเลขการซื้อซากเครื่องบินโบอิ้ง 747 จำนวน 20 ล้านบาท และค่าขนย้าย 10 ล้านบาทที่เป็นข่าวนั้น คาดว่าเป็นความเข้าใจผิดของสื่อมวลชน ซึ่งตนไม่เคยให้สัมภาษณ์ว่าซื้อเครื่องบินลำนี้มาแต่อย่างใด เพียงแต่มีการประมาณการเรื่องตัวเลขการลงทุนแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่หลังจากนำเครื่องบินไปจอดไว้ในที่ดินกว่า 100 ไร่แล้วว่าน่าจะมีการลงทุนประมาณ 20-30 ล้านบาทเท่านั้น

ส่วนการขนย้ายเครื่องบินนั้น ตนได้ให้พนักงานของบริษัท ซึ่งพอมีความรู้และยืมรถเครนขนาดใหญ่จากเพื่อนนักธุรกิจด้วยกันมาทำการขนย้ายเป็นหลัก ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นยังไม่สรุปชัดเจนว่ามีจำนวนมากน้อยเพียงใด

“หลังจากเป็นข่าวออกไปแล้วมีคนโทรศัพท์เข้ามาสอบถามจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่ายซื้อเครื่องบินดังกล่าว ซึ่งได้ชี้แจงไปตามข้างต้น และมีแผนการลงทุนที่จะสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ให้โคราชเป็นที่รู้จัก โดยจะสร้างไปเรื่อยๆ ตามเงินทุนที่มีอยู่ ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาแต่อย่างใด” นายปราโมทย์กล่าว
นายปราโมทย์ ริมใหม่ กรรมการผู้จัดการ หจก.ริมใหม่ คอนสตรัคชั่น เจ้าของโครงการ“โบอิ้งแลนด์”
ขณะที่ นายประวัติ ดวงกันยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครราชสีมา กล่าวว่า เรื่องตัวเลขการซื้อขายซากเครื่องบินโบอิ้ง 747 นั้นตนไม่ทราบ แต่เครื่องบินโบอิ้ง 747 ที่ปลดประจำการลำดังกล่าวเดิมทีเป็นของ นายเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ เจ้าของพิพิธภัณฑ์เจษฎาเทคนิคมิวเซียม อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่มีชื่อเสียงระดับเอเชีย มาติดต่อขอฝากไว้กับทางท่าอากาศยานนครราชสีมาเมื่อปี 2549 หรือ 10 ปีที่แล้ว

โดยทางท่าอากาศยานนครราชสีมาคิดค่าธรรมเนียมในการเช่าจอดอากาศยานที่ปลดประจำการเดือนละ 1,000 บาท ซึ่งทางนายเจษฎาได้ชำระเงินมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้ว นายชัชวาล วงศ์จร เจ้าของโรงแรมวีวัน จ.นครราชสีมา ได้เข้ามาเป็นผู้ดูแลเครื่องบินลำนี้แทน ซึ่งภาคเอกชนมีข้อตกลงกันอย่างไรนั้นตนไม่ทราบในรายละเอียด จะซื้อขายหรือมอบให้กันฟรีเป็นเรื่องของทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันเอง

กระทั่งล่าสุดนายโปรโมทย์ได้เข้ามาพูดคุยเจรจาตกลงกับนายชัชวาลที่จะนำซากเครื่องบินลำนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และได้มาติดต่อขอความคิดเห็นจากตน ซึ่งตนเห็นพ้องหากนำไปสร้างมูลค่าและทำให้เกิดประโยชน์กับคนส่วนรวมใน จ.นครราชสีมา เพราะหากจอดทิ้งไว้ที่สนามบินก็ไม่มีประชาชนเข้ามาชมหรือศึกษาได้ เพราะเป็นพื้นที่จำเพาะ

ส่วนรายละเอียดเรื่องการซื้อขายกันนั้นตนไม่ทราบ แต่ตัวเลขที่ลงข่าวไปโดยส่วนตัวคิดว่าอาจสูงเกินความเป็นจริงไปมาก เพราะจากประสบการณ์และการคลุกคลีอยู่ในวงการการบิน คิดว่าราคาขายซากเครื่องบินน่าจะไม่เกิน 7-8 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนค่ารื้อถอนเคลื่อนย้ายหากไม่มีอุปกรณ์เป็นของตัวเองอาจต้องใช้งบประมาณในการจ้างที่สูงหรืออาจสูงกว่าราคาซื้อซากเครื่องบินก็เป็นได้ เนื่องจากเฉพาะปีกเครื่องบินน้ำหนักกว่า 40 ตันต้องใช้เครนยกหลายตัวและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

นายประวัติกล่าวอีกว่า หลังจากที่ภาคเอกชนตกลงกันเรียบร้อยแล้วได้ประสานมาทางท่าอากาศยานนครราชสีมา ซึ่งทางการท่าอากาศยานฯ ได้อำนวยความสะดวกในการขนย้ายออกไป โดยใช้เวลานานร่วมเดือน และทางนายปราโมทย์ได้มาทำการขนย้ายซากเครื่องบินออกไปทั้งหมดเมื่อปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

“หวังว่าซากเครื่องบินโบอิ้ง 747 ลำนี้จะถูกนำไปสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับคนส่วนรวม โดยอาจเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียนนักศึกษาที่จะเข้ามาดูโครงสร้างตัวเครื่องบินในอนาคต ซึ่งขึ้นอยู่กับเจ้าของคนใหม่จะดำเนินการไปในรูปแบบใด เพราะไม่เกี่ยวข้องกับทางการท่าอากาศยานแต่อย่างใด” นายประวัติกล่าวในตอนท้าย
กำลังโหลดความคิดเห็น