เชียงใหม่ - คณะกรรมการสงฆ์ฯ-จังหวัดเชียงใหม่ นิมนต์พระสงฆ์-สามเณร 108 รูป เข้าปริวาสกรรมคุกหญิงเก่า หรือ“คุ้มหลวง-ข่วงเวียงแก้ว” 3 วันอุทิศส่วนกุศลให้ดวงพระวิญญาณ-ดวงวิญญาณผู้ล่างลับ ก่อนเปิดเวทีเสวนาวิชาการ “จากคุ้มสู่คุก จากคุกจะเป็นอะไร เมื่อเชียงใหม่ครบ 720 ปี” วันนี้
ตั้งแต่ค่ำวันที่ 27 ก.พ.57 เป็นต้นมา จนถึงวันนี้ (1 มี.ค.) ได้มีการนิมนต์พระสงฆ์-สามเณร จากวัดต่างๆ จำนวน 108 รูป เข้าปริวาสกรรม เจริญจิตภาวนาอุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศล ถึงดวงพระวิญญาณ และดวงวิญญาณที่สถิตอยู่ ณ คุ้มหลวง-ข่วงหลวงเวียงแก้ว ที่เป็นทัณฑสถานหญิงเดิมของเชียงใหม่ ที่มีผู้ต้องโทษถูกจองจำมานักต่อนัก
แต่ละวันพระสงฆ์-สามเณร จะเดินไปเข้าปริวาสกรรมหลังกรรมแพงหนา ที่เคยกักขังนักโทษหญิง ตามสถิติล่าสุดก่อนที่จะมีการย้ายไปจองจำในเรือนจำแห่งใหม่นอกเมือง คือ 1,391 คน เป็นเวลา 3 วัน โดย 2 วันแรกวันละ 30 รูป และวันสุดท้าย 48 รูป
ณ ทัณฑสถานหญิงเดิม ที่มีประวัติศาสตร์สิ่งปลูกสร้างอายุกว่า 106 ปีแห่งนี้ เคยเต็มไปด้วยเรื่องเล่าลี้ลับ จนมีการกล่าวขานกันอย่างกว้างขวาง เมื่อคราวที่มีการย้ายผู้ต้องขังหญิงออกไปจองจำในเรือนจำแห่งใหม่ ที่อยู่นอกเมือง ก่อนที่จะเปิดให้มีการเข้าไปทัศนศึกษากันเมื่อปีกลายที่ผ่านมา
นายวัลลภ นามวงศ์พรหม ประธานฝ่ายพิธีกรรม สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากผลการประชุมของคณะกรรมการสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ และทางจังหวัดเชียงใหม่ มีพระเทพวรสิทธาจารย์ รองเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เป็นประธานฯ เห็นร่วมกันว่าควรมีการจัดการปฏิบัติธุดงควัตร หรือการเข้ากรรมตามประเพณีเมืองเหนือ โดยนิมนต์พระสงฆ์สามเณรจากวัดต่างๆ เข้าปริวาสกรรม เพื่อทำวัตรสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา เพื่ออุทิศส่วนกุศลถึงดวงพระวิญญาณ และดวงวิญญาณที่สถิตอยู่เพื่อความเป็นสิริมงคล
ช่วงเช้า มีการประกอบพิธีขึ้นท้าวทั้ง 4 จากนั้นก็จะเป็นการปฏิบัติธุดงควัตร การปฏิบัติธรรม แสดงธรรมเทศนา การทำบุญตักบาตรพระสงฆ์
และวันสุดท้ายคือ วันนี้ (1 มี.ค.) ก็จะมีการเสวนาทางวิชาการจากผู้ทรงคุณวุฒิเรื่อง “จากคุ้มสู่คุก จากคุกจะเป็นอะไร เมื่อเชียงใหม่ครบ 720 ปี” นอกจากนี้ ยังมีการแสดงงานศิลป์ต่างๆ ในที่แห่งนี้ด้วย
สำหรับคุ้มหลวงเวียงแก้ว สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 1 ต่อมา พื้นที่ดังกล่าวถูกปรับสภาพเป็นคุก ในสมัย พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 9 กระทั่งกลายเป็นทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่
ต่อมา ในช่วงปี พ.ศ.2529 ได้เริ่มมีแนวคิดในการปรับพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นสวนสาธารณะ เนื่องจากเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของคุ้มหลวง หรือพระราชวังของนครล้านนา
ต่อมา ปี พ.ศ.2532 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ย้ายทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ไปตั้งอยู่นอกเมือง และให้ใช้พื้นที่เดิมนี้สร้างเป็นพื้นที่อนุรักษ์เพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย ในปี พ.ศ.2544 เทศบาลนครเชียงใหม่ จึงได้ขออนุญาตเข้ามาดำเนินการ
ในปี พ.ศ.2555 กรมราชทัณฑ์ จึงได้ย้ายทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ไปอยู่ที่เรือนจำกลางเชียงใหม่เดิม ซึ่งย้ายไปอยู่ ณ ที่ตั้งแห่งใหม่นอกเมือง และในวันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2556 ได้มีการจัดกิจกรรมสวดพระพุทธมนต์ และทุบทำลายกำแพงทัณฑสถาน และได้มีการจัดตั้งมูลนิธิเพื่ออนุรักษ์ และฟื้นฟูคุ้มหลวงเวียงแก้ว โดยใช้ชื่อว่า มูลนิธิคุ้มหลวงข่วงหลวงเวียงแก้ว มีพระเทพวรสิทธาจารย์ เป็นประธานกรรมการ



