ฉะเชิงเทรา - “ไอ้ก้านยาว” อดีตรัฐมนตรี 2 ตำแหน่งยุค “ทักษิณ” แฉสภาเกษตรกรแห่งชาติผอมโกรก ทั้งที่เป็นองค์กรวิชาชีพขนาดใหญ่กว่าองค์กรใดในชาติ เผยมีงบประมาณเป็นน้ำเลี้ยงแค่น้อยนิด ไม่พอมีเรี่ยวแรงขยับไหวตัวได้ หวั่นเกษตรกรปรับตัวไม่ทัน จนกลายเป็นจุดอ่อนในเวทีเออีซี
เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (25 เม.ย.) ที่ห้องบุษราคัม โรงแรมแกรนด์ รอยัล พลาซ่า อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ อดีตัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวถึงการขับเคลื่อนองค์กร รวมถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของสภาเกษตรกรแห่งชาติว่า ที่ผ่านมา มีปัญหารอบด้าน เนื่องจากยังเป็นองค์กรใหม่ เพิ่งก่อตั้งได้เพียง 2 ปี เพิ่งมีสำนักงานเลขาธิการเป็นของตนเองเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
จึงยังมีความเข้าใจไม่ตรงกันของคนในองค์กรเครือข่ายอยู่มาก เพราะเป็นองค์กรวิชาชีพขนาดใหญ่ที่สุดในชาติ ประกอบกับได้รับงบประมาณมาจากรัฐบาลแบบจำกัดจำเขี่ย ไม่เพียงพอ เกษตรกรส่วนใหญ่นั้นยังคงเป็นเกษตรกรรายย่อย ฐานะที่ไม่ค่อยดี จึงเป็นอุปสรรคที่จะพัฒนา และขับเคลื่อนองค์กร จำเป็นต้องของบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล
ขณะที่สมาชิกเครือข่ายทั่วประเทศ ทั้งที่มีกฎหมาย และยังไม่มีกฎหมายรองรับ ยังมีความไม่เข้าใจกัน จึงจำเป็นต้องเดินสายจัดเวทีพบปะพูดคุยถึงบทบาทหน้าที่ขององค์กร รวมถึงขั้นตอนการปฏิบัติ และการทำงานร่วมกัน ขณะเดียวกัน ต้องหาจุดยืนที่ชัดเจน และความแตกต่างของตนเองว่า แตกต่างจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกรมกองต่างๆ ที่เคยมีอยู่อย่างไร
นอกจากนี้ หากเข้าสู้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีแล้ว และเกษตรกรยังไม่ปรับตัว หรือปรับตัวไม่ทันก็จะเป็นปัญหาถึงขั้นทำให้หมดเนื้อหมดตัวลงได้ แต่หากมีการเตรียมความพร้อมไว้ จะได้ประโยชน์จากการรวมกลุ่ม ซึ่งเราจะต้องผลิตสินค้าให้มีความแตกต่าง หรือต้องมีมาตรฐาน หรือคุณภาพที่ดีกว่าสินค้าเกษตรของเพื่อนบ้าน เช่น ต้องไม่มีสิ่งเจือปน หรือมีสารพิษตกค้าง รวมถึงมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เลือกผลิตสินค้าที่เขาผลิตไม่ได้อย่างเรา เลือกในสิ่งที่เราเหนือกว่าเขา โดยไม่ไปผลิตสินค้าที่เรามีจุดด้อยกว่า เช่น มันสำปะหลัง ที่เขาได้เปรียบเราตรงที่มีต้นทุนค่าแรงถูกกว่า หากไม่ปรับตัวก็มีผลกระทบแน่นอน