ศูนย์เชียงใหม่ - เจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคสาธารณสุขเชียงใหม่ ประสานตำรวจภาค 5 บุกจับกุมคลินิกรับจัดฟันเถื่อน เปิดร้านนวดแผนไทยบังหน้า รับใส่เหล็กดัดฟันแฟชั่นให้ลูกค้าวัยรุ่นรายได้วันละกว่า 3 หมื่นบาท ขณะที่อีกรายจับสาวใหญ่ตระเวนรับฉีดคอลลาเจนเสริมความงามตั้งแต่ใบหน้าไปจนถึงอวัยวะเพศ ทั้งๆ ที่ไม่มีความรู้ทางการแพทย์เลย สารภาพทำมาแล้วกว่า 7 ปี มีลูกค้าเคยใช้บริการนับไม่ถ้วน
เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 เจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำตัวนางลวิรา นันทพรม อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 246/96 หมู่ 6 ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และนายยศทวี ภาคินี อายุ 31 ปี สองผู้ต้องหาเปิดคลินิกทันตกรรมเถื่อนพร้อมของกลางอุปกรณ์ทันตกรรม อุปกรณ์จัดฟันทั้งยางยึดเหล็กดัดฟันสีสันต่างๆ ลวดดัดฟัน กาวยึด และพิมพ์ฟันจำนวนมาก มาดำเนินคดี
ทั้งนี้ หลังจากที่ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับเบาะแสจากชาวบ้านว่าพบการเปิดคลินิกทันตกรรมเถื่อนย่านตำบลช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจขอหมายค้นเข้าตรวจที่ร้านเอ็นแล็ป เลขที่ 7/3 ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งด้านหน้าเปิดเป็นร้านรับนวดแผนไทย และดูหมอ บังหน้า แต่ด้านหลัง มีการเปิดให้บริการรับจัดฟันแฟชั่นให้กับวัยรุ่น ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษาตั้งแต่อายุ 15-25 ปี พบมีผู้ที่กำลังรอคิวรับใส่เหล็กดันฟันนับ 10 คน
เจ้าหน้าที่สามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้เพียง 2 คน ส่วนอีก 2-3 คนที่กำลังทำการใส่อุปกรณ์ให้กับเด็กที่มาใช้บริการไหวตัวหลบหนีไปได้
ขณะเดียวกันยังพบว่า มีการออกใบเสร็จรับเงินที่มีลูกค้ามาใช้บริการวันละไม่ต่ำกว่า 30 คน หรือมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อวัน จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาดำเนินคดีในข้อหาประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และเปิดสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เปิดรับจัดฟันให้กับกลุ่มวันรุ่นในเชียงใหม่มานานกว่า 1 ปีแล้ว โดยส่วนใหญ่จะมารับใส่เหล็กดัดฟัน และยางดันฟันสีต่างๆ ที่ตอนนี้กลายเป็นแฟชั่นของกลุ่มวัยรุ่น โดยไม่ได้มีความรู้ หรือศึกษามาอย่างถูกต้อง โดยจะลักลอบซื้ออุปกรณ์จัดฟันมาจากเอเยนต์ ก่อนที่จะนำมาใส่ให้กับวัยรุ่น คิดค่าบริการถูกกว่าการจัดฟันของทันตแพทย์ที่ถูกต้อง จึงมีกลุ่มวันรุ่นแอบมาใส่จำนวนมาก ซึ่งทางทันตกรรมแล้วถือว่ามีอันตรายอย่างมากทั้งจากการติดเชื้อ และการเสียรูปฟัน หรือได้รับอันตรายจากอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ยังได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 เข้าทำการจับกุมนางวรัชยา แสนสุวงศ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 225/709 หมู่ 11 ต.บ้านแหวน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ได้ที่ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใน ต.ยุหว่า อ.สันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ หลังได้รีบการร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมของขบวนการเสริมความงามที่ไม่ได้รับการอนุญาต ตระเวนทำการฉีดสารเสริมความงามเข้าร่างกาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้สายทำการล่อซื้อและรับการฉีดสารคอลลาเจนเพื่อเสริมจมูก และลดริ้วรอยบนใบหน้า ที่ร้านดังกล่าว
จนกระทั่งผู้ต้องหาได้เดินทางมาตามที่นัดก่อนที่จะตกลงราคา และเตรียมที่จะทำการฉีดสารคอลลาเจนให้กับสายที่ล่อซื้อ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเพื่อตรวจค้น และจับกุม ได้พร้อมด้วยกระเป๋าเครื่องสำอางที่มีอุปกรณ์ ทั้งเข็มฉีดยาพร้อมหลอดฉีด สำลีจำนวนมาก แอลกอฮอล์ ยาชา สารคอลาเจนขนาด 100 ซีซี 2 ขวด เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของรกแกะชนิดฉีด รวมทั้งเข็มฉีดยาที่บรรจุคอลลาเจนพร้อมฉีด
ทั้งนี้ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.สันป่าตอง เพื่อดำเนินคดีในข้อหาประกอบกิจการ และดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต และประกอบวิชาชีพโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ทั้ง 2 ข้อหามีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีปรับไม่เกิด 6 หมื่นบาท
ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตนไม่ได้เรียนทางด้านการแพทย์หรือพยาบาลมา โดยมีความรู้จบระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 เท่านั้น แต่เมื่อ 6-7 ปีก่อน มีคนรู้จักมาสอนวิธีการฉีดคอลลาเจนให้ หลังจากนั้นจึงเริ่มรับทำมาตลอด โดยจะสั่งซื้ออุปกรณ์ และสารคอลลาเจน รวมทั้งเครื่องสำอางต่างๆ มาจากเอเยนต์ที่กรุงเทพฯ ใช้วิธีส่งของทางไปรษณีย์ และอ้างว่าไม่รู้จักตัวตน และที่อยู่
คอลาเจนที่สั่งมาขวน 100 ซีซี ขวดละ 3 หมื่นบาท หรือซีซีละ 300 หลังจากได้ของมาก็จะมีการวางสายโดยการแจกเบอร์โทรไว้ตามร้านเสริมสวยทั่วจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนใหญ่จะเน้นตามอำเภอรอบนอกเขตตัวเมืองเชียงใหม่ โดยรับฉีดคิดตามปริมาณซีซีละ 1,000 บาท ครั้งละไม่ต่ำกว่า 3,000บาท แล้วแต่ลูกค้า ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นหญิงวัยกลางคน และวัยรุ่น ที่อยากจะเสริมจมูก และอยากให้มีใบหน้าที่แต่งตึงลดริ้วรอยเหี่ยวย่น
ขณะเดียวกัน ลูกค้ายังมีที่ใช้คอลลาเจนฉีดเพื่อเสริมความงามส่วนอื่น รวมทั้งอวัยวะเพศหญิง เพื่อให้เกิดความกระชับ แต่งตึงเหมือนสาวรุ่น ขณะที่มีลูกค้าที่เป็นชายฉีดเพื่อเพิ่มขนาดของอวัยวะเพศ ส่วนใหญ่จะเป็นชายรักร่วมเพศ ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาได้ฉีดให้ลูกค้ามาแล้วนับไม่ถ้วน
เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 เจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำตัวนางลวิรา นันทพรม อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 246/96 หมู่ 6 ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และนายยศทวี ภาคินี อายุ 31 ปี สองผู้ต้องหาเปิดคลินิกทันตกรรมเถื่อนพร้อมของกลางอุปกรณ์ทันตกรรม อุปกรณ์จัดฟันทั้งยางยึดเหล็กดัดฟันสีสันต่างๆ ลวดดัดฟัน กาวยึด และพิมพ์ฟันจำนวนมาก มาดำเนินคดี
ทั้งนี้ หลังจากที่ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับเบาะแสจากชาวบ้านว่าพบการเปิดคลินิกทันตกรรมเถื่อนย่านตำบลช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจขอหมายค้นเข้าตรวจที่ร้านเอ็นแล็ป เลขที่ 7/3 ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งด้านหน้าเปิดเป็นร้านรับนวดแผนไทย และดูหมอ บังหน้า แต่ด้านหลัง มีการเปิดให้บริการรับจัดฟันแฟชั่นให้กับวัยรุ่น ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษาตั้งแต่อายุ 15-25 ปี พบมีผู้ที่กำลังรอคิวรับใส่เหล็กดันฟันนับ 10 คน
เจ้าหน้าที่สามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้เพียง 2 คน ส่วนอีก 2-3 คนที่กำลังทำการใส่อุปกรณ์ให้กับเด็กที่มาใช้บริการไหวตัวหลบหนีไปได้
ขณะเดียวกันยังพบว่า มีการออกใบเสร็จรับเงินที่มีลูกค้ามาใช้บริการวันละไม่ต่ำกว่า 30 คน หรือมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อวัน จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาดำเนินคดีในข้อหาประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และเปิดสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เปิดรับจัดฟันให้กับกลุ่มวันรุ่นในเชียงใหม่มานานกว่า 1 ปีแล้ว โดยส่วนใหญ่จะมารับใส่เหล็กดัดฟัน และยางดันฟันสีต่างๆ ที่ตอนนี้กลายเป็นแฟชั่นของกลุ่มวัยรุ่น โดยไม่ได้มีความรู้ หรือศึกษามาอย่างถูกต้อง โดยจะลักลอบซื้ออุปกรณ์จัดฟันมาจากเอเยนต์ ก่อนที่จะนำมาใส่ให้กับวัยรุ่น คิดค่าบริการถูกกว่าการจัดฟันของทันตแพทย์ที่ถูกต้อง จึงมีกลุ่มวันรุ่นแอบมาใส่จำนวนมาก ซึ่งทางทันตกรรมแล้วถือว่ามีอันตรายอย่างมากทั้งจากการติดเชื้อ และการเสียรูปฟัน หรือได้รับอันตรายจากอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ยังได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 เข้าทำการจับกุมนางวรัชยา แสนสุวงศ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 225/709 หมู่ 11 ต.บ้านแหวน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ได้ที่ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใน ต.ยุหว่า อ.สันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ หลังได้รีบการร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมของขบวนการเสริมความงามที่ไม่ได้รับการอนุญาต ตระเวนทำการฉีดสารเสริมความงามเข้าร่างกาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้สายทำการล่อซื้อและรับการฉีดสารคอลลาเจนเพื่อเสริมจมูก และลดริ้วรอยบนใบหน้า ที่ร้านดังกล่าว
จนกระทั่งผู้ต้องหาได้เดินทางมาตามที่นัดก่อนที่จะตกลงราคา และเตรียมที่จะทำการฉีดสารคอลลาเจนให้กับสายที่ล่อซื้อ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเพื่อตรวจค้น และจับกุม ได้พร้อมด้วยกระเป๋าเครื่องสำอางที่มีอุปกรณ์ ทั้งเข็มฉีดยาพร้อมหลอดฉีด สำลีจำนวนมาก แอลกอฮอล์ ยาชา สารคอลาเจนขนาด 100 ซีซี 2 ขวด เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของรกแกะชนิดฉีด รวมทั้งเข็มฉีดยาที่บรรจุคอลลาเจนพร้อมฉีด
ทั้งนี้ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.สันป่าตอง เพื่อดำเนินคดีในข้อหาประกอบกิจการ และดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต และประกอบวิชาชีพโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ทั้ง 2 ข้อหามีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีปรับไม่เกิด 6 หมื่นบาท
ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตนไม่ได้เรียนทางด้านการแพทย์หรือพยาบาลมา โดยมีความรู้จบระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 เท่านั้น แต่เมื่อ 6-7 ปีก่อน มีคนรู้จักมาสอนวิธีการฉีดคอลลาเจนให้ หลังจากนั้นจึงเริ่มรับทำมาตลอด โดยจะสั่งซื้ออุปกรณ์ และสารคอลลาเจน รวมทั้งเครื่องสำอางต่างๆ มาจากเอเยนต์ที่กรุงเทพฯ ใช้วิธีส่งของทางไปรษณีย์ และอ้างว่าไม่รู้จักตัวตน และที่อยู่
คอลาเจนที่สั่งมาขวน 100 ซีซี ขวดละ 3 หมื่นบาท หรือซีซีละ 300 หลังจากได้ของมาก็จะมีการวางสายโดยการแจกเบอร์โทรไว้ตามร้านเสริมสวยทั่วจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนใหญ่จะเน้นตามอำเภอรอบนอกเขตตัวเมืองเชียงใหม่ โดยรับฉีดคิดตามปริมาณซีซีละ 1,000 บาท ครั้งละไม่ต่ำกว่า 3,000บาท แล้วแต่ลูกค้า ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นหญิงวัยกลางคน และวัยรุ่น ที่อยากจะเสริมจมูก และอยากให้มีใบหน้าที่แต่งตึงลดริ้วรอยเหี่ยวย่น
ขณะเดียวกัน ลูกค้ายังมีที่ใช้คอลลาเจนฉีดเพื่อเสริมความงามส่วนอื่น รวมทั้งอวัยวะเพศหญิง เพื่อให้เกิดความกระชับ แต่งตึงเหมือนสาวรุ่น ขณะที่มีลูกค้าที่เป็นชายฉีดเพื่อเพิ่มขนาดของอวัยวะเพศ ส่วนใหญ่จะเป็นชายรักร่วมเพศ ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาได้ฉีดให้ลูกค้ามาแล้วนับไม่ถ้วน



