ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ – “กรีนพีซ” เผยตรวจพบสารมลพิษปนเปื้อนในตัวอย่างน้ำจากแหล่งน้ำใต้ดินของประปาหมู่บ้าน ติดนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือจังหวัดลำพูน โดยมีสารตะกั่ว-ทองแดง สูงกว่ามาตรฐาน 4 เท่า และสังกะสีสูงกว่ามาตรฐาน 8 เท่า หวั่นส่งผลกระทบอันตรายถึงชีวิต ทั้งทำลายระบบการทำงานของอวัยวะภายใน และทำให้เด็กมีพัฒนาการทางสติปัญญาล่าช้า จี้กรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบแก้ไขปัญหา ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านบอกเวลานี้ชาวบ้านเดือดร้อน ต้องเสียเงินซื้อน้ำขวดมาดื่มกิน เพราะไม่กล้าเสี่ยงนำน้ำมาดื่มกินเหมือนเดิม เนื่องจากเคยพบมีตะกอนขุ่นและทำให้ขันน้ำสังกะสีผุกร่อน
วันนี้ (13 พ.ย.) บริเวณแท็งก์น้ำประปาบาดาลหมู่บ้านของบ้านหนองเป็ด ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ซึ่งอยู่ติดกับนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือจังหวัดลำพูน กลุ่มกรีนพีซ และกลุ่มชาวบ้านบ้านหนองเป็ดประมาณ 20 คน ได้ทำการแขวนป้ายผ้าที่มีข้อความว่า “สารพิษ (Toxic)” พร้อมทำการติดตั้งป้ายรายละเอียดสารพิษ ทั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการปกป้องแหล่งน้ำใต้ดินที่ชุมชนใช้อุปโภคบริโภค
การเรียกร้องดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่ทางกรีนพีซ ได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำประปาบาดาลของบ้านหนองเป็ดไปตรวจสอบแล้ว พบว่า มีการปนเปื้อนของสารตะกั่ว ทองแดง และสังกะสี ในปริมาณที่สูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ในมาตรฐานน้ำดื่มของไทย โดยพบปริมาณสารตะกั่วและทองแดงสูงกว่ามาตรฐาน 4 เท่า และสังกะสีสูงกว่ามาตรฐาน 8 เท่า
ขณะเดียวกัน ทางกลุ่มอาสาสมัครกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังได้ทำการยื่นจดหมายเปิดผนึกเรื่อง “เรียกร้องแหล่งน้ำสะอาดกลับสู่ชุมชน” ถึงกรมควบคุมมลพิษผ่าน นายอนุกูน สุธาพันธ์ ผู้อำนวยการส่วนน้ำเสียอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ ที่เดินทางมาร่วมรับฟังปัญหาจากชาวบ้าน พร้อมทั้งนำเจ้าหน้าที่มาทำการเก็บตัวอย่างน้ำประปาบาดาลหมู่บ้านของบ้านหนองเป็ด ไปทำการตรวจสอบในห้องแล็บอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งด้วย
นายพลาย ภิรมย์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า ในปี 2550 นี้ ทางกรีนพีซได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำบาดาลบริเวณหมู่บ้านรอบนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือจังหวัดลำพูนรวม 7 แห่ง เพื่อนำไปตรวจสอบสารปนเปื้อน ซึ่งผลปรากฏว่า ตัวอย่างน้ำประปาบาดาลของบ้านห้วยเป็ดนั้น ตรวจพบปริมาณสารตะกั่วและทองแดงสูงกว่ามาตรฐาน 4 เท่า และสังกะสีสูงกว่ามาตรฐาน 8 เท่า ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต โดยสารตะกั่วจะส่งผลต่อระบบเลือด ไต ระบบสืบพันธุ์ รวมทั้งส่งผลต่อพัฒนาการด้านสติปัญญาในเด็ก ขณะที่ทองแดงในปริมาณสูงสามารถทำลายไตและตับได้ ส่วนสังกะสีที่มีปริมาณมากในร่างกายจะทำให้ร่างกายขาดความสามารถในการดูดซึมวิตามินบางชนิด
สำหรับการตรวจพบสารปนเปื้อนในแหล่งน้ำของบ้านหนองเป็ดนั้น นายพลาย กล่าวว่า อยากให้กรมควบคุมมลพิษเข้ามาทำการตรวจสอบภาวะการปนเปื้อนของสารมลพิษในแหล่งน้ำใต้ดินอย่างละเอียด พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุที่มาของการปนเปื้อน และให้ผู้ก่อมลพิษรับผิดชอบในการทำความสะอาดแหล่งน้ำใต้ดินของชุมชนแห่งนี้ให้สามารถนำกลับมาใช้อุปโภคบริโภคได้อย่างปลอดมลพิษด้วย รวมทั้งจะต้องมีการพิจารณาออกมาตรการป้องกันที่ต้นเหตุ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอีกต่อไป
ทั้งนี้ ย้ำว่า ไม่เห็นด้วยหากจะมีการแก้ไขปัญหาด้วยการหาแหล่งน้ำอื่นมาทดแทนให้แก่ชาวบ้าน เช่น การนำระบบน้ำประปาส่วนภูมิภาค มาใช้แทน หรือการซื้อน้ำบรรจุขวดมาดื่มกิน เป็นต้น เพราะเห็นว่าไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุแต่อย่างใด โดยยืนยันว่าปัญหานี้จะต้องได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุของปัญหา และผู้ก่อที่ปัญหาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบด้วย จากการที่ทำให้ชุมชนอาจจะต้องสูญเสียทรัพยากรน้ำของส่วนรวมไป และต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นจากการไปซื้อน้ำสะอาดมาดื่มกินแทนการใช้น้ำบาดาลที่มีอยู่เดิม
ขณะที่ นายอนุกูน สุธาพันธ์ ผู้อำนวยการส่วนน้ำเสียอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า การดำเนินการจากนี้ไปในเบื้องต้นทางกรมควบคุมมลพิษจะทำการเก็บตัวอย่างน้ำจากน้ำประปาบาดาลหมู่บ้านหนองเป็ดไปทำการตรวจสอบวิเคราะห์อย่างละเอียดในห้องแล็บว่ามีสารมลพิษปนเปื้อนหรือไม่ และเกินค่ามาตรฐานหรือไม่ ซึ่งเมื่อทราบผลการตรวจที่แน่ชัดแล้วก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยหากพบว่ามีสารมลพิษปนเปื้อนก็ต้องมีมาตรการแก้ไขปัญหา ตรวจหาแหล่งที่มา และทำการป้องกันแก้ไขปัญหา แต่เวลานี้ยังไม่สามารถสรุปจนเป็นที่แน่ชัดได้ เพราะต้องรอผลการตรวจวิเคราะห์เสียก่อน
ด้าน นายจำนงค์ จันทกลาง ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองเป็ด กล่าวว่า ที่ผ่านมา ชาวบ้านไม่ทราบมาก่อนว่าน้ำประปาหมู่บ้านที่ได้จากแหล่งน้ำใต้ดินมีสารมลพิษปนเปื้อน โดยยังคงมีการใช้อุปโภคบริโภคดื่มกินกันตามปกติ จนกระทั่งทางกรีนพีซได้เข้ามาเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจพบว่ามีสารมลพิษปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน ทำให้เวลานี้ชาวบ้านในหมู่บ้านที่มีประมาณ 30 หลังคาเรือน จำนวนประชากร 100 กว่าคนไม่กล้านำน้ำมาดื่มกินเหมือนเดิม และต้องไปซื้อน้ำบรรจุขวดมาดื่มแทนทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ อยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำการตรวจและแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองเป็ด บอกว่า น้ำประปาหมู่บ้านที่ชาวบ้านใช้อยู่ในทุกวันนี้นั้น หากดูผิวเผินก็เหมือนน้ำสะอาดทั่วไปเพราะมีความใสและไม่มีกลิ่นเหม็นสารเคมีแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเมื่อรองน้ำใส่ภาชนะเก็บไว้สักระยะหนึ่งจะพบว่ามีตะกอนสีเหลืองขุ่นเกิดขึ้น ซึ่งก็ไม่ทราบเช่นกันว่าเป็นเพราะอะไร
ส่วนของสุขภาพชาวบ้านที่อุปโภคบริโภคน้ำจากแหล่งนี้นั้น ไม่ปรากฏว่ามีใครที่ล้มป่วยอาการหนัก ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะมีอาการเจ็บป่วยสะสมหรือไม่ แต่ทั้งนี้ ในส่วนของเด็กๆ ในหมู่บ้านมีข้อสังเกตว่า มักจะมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายอยู่เป็นประจำ ทั้งๆ ที่อาการปวดเมื่อยนั้นที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเด็ก และเด็กๆ ในหมู่บ้านอื่นก็ไม่มีอาการเช่นนี้
ขณะเดียวกัน นางอรพินท์ มณีขัติย์ ตัวแทนชาวบ้านบ้านห้วยเป็ด กล่าวว่า ครอบครัวของตนต้องซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดมาดื่มกินระยะหนึ่งแล้ว เพราะไม่กล้าที่จะดื่มกินน้ำประปาบาดาลของหมู่บ้านเหมือนแต่ก่อน เพราะก่อนหน้าที่ทางกรีนพีซจะมีการตรวจสอบพบว่ามีสารมลพิษปนเปื้อนนั้น ตนเองก็เคยสังเกตเห็นว่าขันน้ำสังกะสีที่ปล่อยให้ลอยอยู่ในภาชนะเก็บน้ำ ตรงส่วนที่เป็นก้นขันมีลักษณะผุกร่อนคล้ายสนิมเกิดขึ้น แต่เวลานั้นไม่ให้ความสนใจมากนักแม้จะรู้สึกประหลาดใจก็ตาม จนกระทั่งได้มีการตรวจพบสารปนเปื้อน จึงเปลี่ยนไปซื้อน้ำมาดื่ม แม้จะต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแต่ก็ยอมเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและแก้ไขปัญหาโดยเร็ว ส่วนสาเหตุจะมาจากการปล่อยของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่นั้น ในขณะนี้ยังไม่แน่ใจเช่นกัน
ส่วน นายดนัย สารพฤกษ์ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข เทศบาลตำบลบ้านกลาง กล่าวว่า หลังจากที่รับทราบข้อมูลสารมลพิษปนเปื้อนในแหล่งน้ำใต้ดินของบ้านหนองเป็ดแล้ว ทางเทศบาลตำบลบ้านกลาง เบื้องต้นได้มีการแจ้งเตือนให้ประชาชนงดดื่มกินน้ำจากประปาบาดาลหมู่บ้านเป็นการชั่วคราวก่อน จนกว่าจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดทราบผลเป็นที่แน่ชัดเพื่อความปลอดภัย
ทั้งนี้ เทศบาลตำบลบ้านกลางจะมีการจัดหาน้ำดื่มสะอาดมาแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านด้วย เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำกินจนกว่าสถานการณ์ปัญหาจะคลี่คลาย ขณะเดียวกัน จะมีการพิจารณาถึงความเป็นไปได้ ในการนำระบบน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคเข้ามาให้บริการยังหมู่บ้านห้วยเป็ดด้วย หากแหล่งน้ำใต้ดินยังคงมีการปนเปื้อนอยู่


