อุบลราชธานี -การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นปลายปีนี้ อาจมีรายการล้มแชมป์ให้เห็น เพราะการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นพวง ส่งผลกับอดีต ส.ส.ทรท.ส่วนใหญ่ที่ชินพื้นที่แบบวันแมนวันโหวต เข้าไม่ถึงฐานคะแนนหลายเขต ทางรอดต้องจับมือผสมพันธุ์แชร์คะแนนกับผู้สมัครพรรคอื่น
วันนี้ (9 ต.ค.) สำนักงาน กกต.จังหวัดอุบลราชธานี ได้ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยยังมีจำนวน ส.ส.ได้เท่าเดิม 11 คน แต่ได้ลดจำนวนเขตเลือกตั้งแบบวันแมนวันโหวต เขตละ 1 คน เหลือ 4 เขต โดยเขตเลือกตั้งที่ 1 มี 5 อำเภอ มี ส.ส.ได้ 3 คน เขตเลือกตั้งที่ 2 มี 8 อำเภอ มี ส.ส. 3 คน เขตเลือกตั้งที่ 3 มี 5 อำเภอ มี ส.ส.ได้ 2 คน และเขตเลือกตั้งที่ 4 มี 7 อำเภอ มี ส.ส.ได้ 3 คน
จำนวน ส.ส.ขึ้นกับจำนวนประชากรในแต่ละเขตเลือกตั้ง ส่วนการแบ่งเขตสำนักงาน กกต.จังหวัดอุบลราชธานี ได้ส่งตัวอย่างการแบ่งเขตที่จัดทำแตกต่างกัน 3 แบบ และ กกต.กลางให้เลือกเอาชุดที่ 1 มาใช้ เพราะมีความเหมาะสมเป็นประโยชน์กับประชาชน และผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งมากที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ถ้ามองจากการแบ่งเขตที่ กกต.จังหวัดนำมาใช้ในการเลือกตั้งทั่วไปประจำปี 2550 จะมีผลกระทบกับผู้สมัครของพรรคพลังประชาชน ซึ่งเดิมอยู่กับพรรคไทยรักไทยมากถึง 7 คน โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่ง นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต ส.ส.ทรท.ที่ถูกตัดสิทธิห้ามลงสมัคร จะส่ง นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ บุตรชายลงสมัครแทน มีฐานเสียงเฉพาะเขต อ.เมือง
เมื่อมีพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 4 อำเภอ ต้องไปจับมือกับ นายสมบัติ รัตโน อดีต ส.ส.พรรคเดียวกัน และยังต้องแชร์คะแนนกับ นายวิฑูรย์ นามบุตร รอง หน.พรรค ปชป.ที่ครั้งนี้ส่งหลานชายลงสมัครแทน ส่วนตัวนายวิฑูรย์ไปลงสมัครแบบบัญชีรายชื่อ แต่ไม่น่ามีปัญหา เพราะลึกๆ มีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจร่วมกันอยู่
ส่วนเขตเลือกตั้งที่อาจมีการล้มแชมป์ คือ เขตเลือกตั้งที่ 3 ซึ่งมี ส.ส.ได้ 2 คน แต่พื้นที่มีความคาบเกี่ยวระหว่างผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ นายอิสสระ สมชัย ซึ่งครองพื้นที่ได้มากกว่านายสุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.ทรท.หลายสมัย ที่มีพื้นที่คะแนนเสียงเพียง อ.วารินชำราบ อำเภอเดียวเท่านั้น และยังมีข่าวว่า นายกานต์ กัลป์ตินันท์ อดีตนายก อบจ.น้องชายนายเกรียง จะส่ง นายมนตรี บุตรชายลงสมัครคู่กับ นายอิสสระ สมชัย ของ ปชป.
นายกานต์ มีฐานคะแนนหนาแน่นใน อ.วารินชำราบ พอสมควร จะทำให้ นายสุพล ถูกแชร์คะแนนไปอีก ถ้า นายสุพล แก้เกมนี้ไม่ได้ ก็ต้องหนักอกหนักใจมาเป็นธรรมดา
สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 2 ก็ดูวุ่นไม่แพ้กัน เพราะ นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีตเจ้าของสนามกลับมาลงพื้นที่แข่งขันอีกครั้งในนามพรรคพลังประชาชน ทำให้เขตเลือกตั้งนี้ เป็นการต่อสู้ของผู้สมัครหลายพรรค และค่อนข้างดุเดือดกว่าทุกเขต โดย นายชูวิทย์ จะลงสนามคู่กับนายสุทธิชัย จรูญเนตร อดีตคู่แข่งที่ขับเคี่ยวกันมาหลายสมัย (หากโผไม่พลิกอีก)
สำหรับ นายสุทธิชัย เป็นลูกเขยอดีต ส.ส.รุ่นเดอะนายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ที่ครั้งนี้ขอวางมือ และกลุ่ม นายชูวิทย์ ยังต้องไปสู้กับ นายอุดร ทองประเสริฐ พี่เขยของนายสิทธิชัย โควสุรัตน์ ส.ส.หลายสมัยของเขตเลือกตั้งแถวนี้ ซึ่งจะไปรวมกับกลุ่มนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เพราะหัวหน้ากลุ่ม คือ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ มีความสัมพันธ์กันมาก่อน
นอกจากนี้ ก็ยังมี นายรัฐกิตต์ ผาลีพัฒน์ จากชาติไทย ที่กำลังวอร์มพร้อมจับมือกับกลุ่ม ส.จ.ในพื้นที่ลงแข่งขันในสนาม เกมการเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 2 จึงดุเดือดกว่าทุกเขต เพราะมีจำนวนคนมีสิทธิเป็น ส.ส.เกินจำนวนที่นั่งที่ กกต.ให้มา และใครจะอยู่ใครจะไป ต้องดูโค้งสุดท้ายมีผู้สมัครแตะมือกันข้ามพรรคด้วยหรือไม่
ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 4 มองดูแล้วเห็นหน้าอดีต ส.ส.รำไรหลายคน แต่ที่ขึ้นแท่นเป็นแม่สายบัวมาแบบไม่มีปัญหา คือ นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์ อดีต ส.ส.หลายสมัยค่ายพลังประชาชน เพราะฐานเสียงค่อนข้างหนาแน่น ตามมาด้วย นายตุ่น จินตะเวช ที่กระโดดออกจากมหาชนมาสวมเสื้อชาติไทย ถ้า “ป๋าเติ้ง” ให้กระสุนมาเต็มแม็กก็เดินเข้าสภาได้สบาย ที่เหลือต้องลุ้นเห็นจะเป็น นายชาตรี พิริยะกิจไพบูลย์ และ นายกิตติพงศ์ เทียมสุวรรณ
ครั้งที่ผ่านมา คนหนึ่งสอบตก อีกคนเข้าป้ายแบบร่อแร่ และอาจมีว่าที่ ส.ส.หน้าใหม่อย่างนายสุทัศน์ เรืองศรี มือขวานายปรีชา เลาหะพงศ์ชนะ ที่สลัดคราบเลขา อบจ.ลงสนามในนามพรรคแผ่นดินไทยลงปะดาบที่เขตนี้อีกคนหนึ่งด้วย