กาฬสินธุ์ - สมาคมชาวไร่อ้อยเมืองน้ำดำ ร่วม บ.น้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ จัดงานวันนัดพบชาวไร่อ้อย หวังสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เกษตรกรเดินหน้าเพิ่มพื้นที่ปลูกอ้อย ขณะนายกสมาคมชาวไร่อ้อยจังหวัดกาฬสินธุ์ คาด ผลผลิตปี 50 มากกว่า 2.2 ล้านตัน พร้อมป้อนโรงงานน้ำตาลและโรงงานเอทานอลที่จะเริ่มผลิตได้ในเดือน พ.ย.นี้
เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (19 ก.ย.) ที่ห้องประชุมโรงเรียนบัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ นายพนมพร เขตอนันต์ นายกสมาคมชาวไร่อ้อย จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยสมาชิกชาวไร่อ้อย และเจ้าหน้าที่ของบริษัทน้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์จำกัด ได้จัดประชุมคณะกรรมการจัดงาน เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงานวันนัดพบชาวไร่อ้อยและประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2550 และปี 2551 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้
นายพนมพร กล่าวว่า สมาคมชาวไร่อ้อย จ.กาฬสินธุ์ ได้ร่วมกับบริษัท น้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ จำกัด กำหนดจัดงานวันนัดพบชาวไร่อ้อยและประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2550 และปี 2551 ขึ้นในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2550 ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.ที่โรงงานน้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยภายในงานมีกิจกรรมการออกบูทแสดงสินค้าต่างๆ การมอบรางวัลให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และที่สำคัญจะการจัดเสวนาวิชาการหัวข้อแนวทางอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทย แนะนำวิธีการปลูกอ้อย
นายพนมพร กล่าวต่อว่า ในปี 2550 สมาคมชาวไร่อ้อย จ.กาฬสินธุ์ และบริษัท น้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ ได้พยายามผลักดันและส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกอ้อยเพิ่มมากขึ้น โดยได้จัดเจ้าหน้าที่ออกให้บริการทั้งด้านการแนะนำวิธีการปลูก วิธีการดูแลรักษา ตลอดจนการส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกอ้อยในนาข้าว ซึ่งขณะนี้สมาคมชาวไร่อ้อยมีสมาชิกจาก จ.กาฬสินธุ์ จ.สกลนคร และจงร้อยเอ็ด ทั้งสิ้น 6,500 ราย มีเนื้อที่ปลูกอ้อยทั้งหมด 300,000 ไร่
ผลผลิตในปี 2549 สามารถส่งผลผลิตให้กับโรงงานน้ำตาล 1.8 ล้านตัน สำหรับปี 2550 คาดว่าทางสมาคมชาวไร่อ้อยจะสามารถป้อนผลผลิตให้แก่โรงงานน้ำตาล ได้มากกว่า 2.2 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม ในอนาคตสมาคมฯจะพยายามส่งเสริมการปลูกอ้อยให้ได้ผลผลิตมากกว่า 2.5 ล้านตัน เพื่อส่งเข้าสู่โรงงานน้ำตาลและโรงงานเอทานอล ซึ่งจะสามารถผลิตได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้อีกด้วย
นายพนมพร กล่าวอีกว่า ขณะนี้เกษตรกรชาวไร่อ้อยมีความชำนาญและความสามารถในการปลูกอ้อยมากขึ้น ซึ่งทำให้ผลผลิตอ้อยที่นำเข้าสู่โรงงานมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกอ้อยในนาข้าว และตามคลองชลประทาน พบว่า น้ำหนักของอ้อยเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว คือ เปรียบเทียบกับการปลูกตามไร่ทั่วไปจะได้น้ำหนัก 10 ตันต่อ 1 ไร่ ซึ่งหากปลูกในนาข้าวจะได้น้ำหนัก 15 ตันต่อ 1 ไร่ เนื่องจากอ้อยได้รับน้ำมากและอาหารสมบูรณ์กว่า
ด้าน นายจารึก กรีทวี ผู้อำนวยการโรงงานน้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มบริษัทน้ำตาลมิตรผล กำลังดำเนินการก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอลที่ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะสามารถเริ่มผลิตได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนและจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ จะสามารถเปิดอย่างเป็นทางการในต้นปี 2551 ซึ่งโรงงานผลิตดังกล่าวจะสามารถผลิตเอทานอลได้วันละ 400,000 ลิตร


