พิจิตร – ตำรวจบุกรวบแล้ว “เจ๊น้อย-อดีตเจ้าของท่าข้าวทรัพย์ปทุม” ผู้ต้องหาคดีโกงข้าวพิจิตรมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทที่หนีคดีข้ามปีไปกบดานอยู่ที่ลพบุรี
พ.ต.อ.พนม เหลืองอ่อน ผกก.สภ.อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจับกุมขบวนการฉ้อโกงชาวนาที่ก่อคดีไว้ข้ามปีแล้วหลบหนีว่า ในที่สุดตำรวจก็ตามล่าตัวจับกุมมาดำเนินคดีได้ คือ นางจันทร์ บุญกล่ำ หรือเจ๊น้อย เจ้าของท่าข้าวและโรงสีทรัพย์ปทุม ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร
โดยเมื่อปี 2547/2548 เจ๊น้อยได้เปิดกิจการท่าข้าวทรัพย์ปทุม รับซื้อข้าวจากชาวนาทั่วไปโดยให้ราคาสูงกว่าโรงสีทั่วไป 200-300 ต่อตัน จากนั้นเมื่อชาวนา 3 อำเภอคือ อ.ทับคล้อ อ.ตะพานหิน และกิ่ง อ.ดงเจริญ นำข้าวเปลือกมาขาย เจ๊น้อย ก็ออกใบรับสินค้าให้ หรือไม่ก็ออกเช็คชำระหนี้ให้ โดยนัดวันสั่งจ่ายล่วงหน้า 2-3 เดือนแต่ก็มีบางส่วนจ่ายเงินสดไปก่อนบ้างเล็กน้อย เมื่อถึงกำหนดเช็คสั่งจ่ายปรากฏว่าเช็คเด้ง รวมชาวนาถูกโกงกว่า 350 ราย มูลค่าหนี้สินที่ถูกฉ้อโกงไปเกือบ 100 ล้านบาท
ชาวนนากลุ่มดังกล่าวจึงเดินขบวนมาร้องทุกข์ต่อนายพินิจ พิชยกัลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรคนที่แล้วและมีการแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.อ.ทับคล้อ จากนั้นผู้ต้องหาคนดังกล่าว คือ เจ๊น้อย ซึ่งหลบหนีหมายจับไปตั้งแต่ปี 2549
จนมาถึงยุค ดร.ปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรคนปัจจุบันได้สั่งรื้อฟื้นคดีและสั่งตำรวจตามล่าพวกฉ้อโกงชาวนา กระทั่งตำรวจสายสืบ สภ.อ.ทับคล้อ ทราบว่า เจ๊น้อย หลบหนีไปเปิดธุรกิจหมูกระทะอยู่แถว จ.เพชรบูรณ์ และร้านขายของชำอยู่ที่ จ.ลพบุรี จึงส่งกำลังตำรวจไปตามจับได้ที่ จ.ลพบุรี เมื่อเวลา 13.00 น.ของวันที่ 9 ก.ย.50 ที่ผ่านมา และนำตัวมาส่งให้ร้อยเวร สภ.อ.ทับคล้อ เมื่อเวลา 19.00 วันเดียวกันเพื่อทำการสอบสวน
ดร.ปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร หลังรับทราบการจับกุมและได้สั่งการให้ตำรวจสอบสวนโดยละเอียดและสั่งห้ามประกันตัวโดยเด็ดขาด
สำหรับชาวนาผู้เสียหายนั้น ดร.ปรีชา กล่าวว่า ก็ขอให้ไปดูตัวผู้ต้องหาได้ที่ สภ.อ.ทับคล้อ เพื่อแสดงตัวเป็นผู้เสียหายและจะได้มีการดำเนินคดีผู้ต้องหาให้ได้รับโทษต่อไป และไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับขบวนการทุจริตฉ้อโกงชาวนาที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวนาได้อีกต่อไป
พ.ต.อ.พนม เหลืองอ่อน ผกก.สภ.อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจับกุมขบวนการฉ้อโกงชาวนาที่ก่อคดีไว้ข้ามปีแล้วหลบหนีว่า ในที่สุดตำรวจก็ตามล่าตัวจับกุมมาดำเนินคดีได้ คือ นางจันทร์ บุญกล่ำ หรือเจ๊น้อย เจ้าของท่าข้าวและโรงสีทรัพย์ปทุม ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร
โดยเมื่อปี 2547/2548 เจ๊น้อยได้เปิดกิจการท่าข้าวทรัพย์ปทุม รับซื้อข้าวจากชาวนาทั่วไปโดยให้ราคาสูงกว่าโรงสีทั่วไป 200-300 ต่อตัน จากนั้นเมื่อชาวนา 3 อำเภอคือ อ.ทับคล้อ อ.ตะพานหิน และกิ่ง อ.ดงเจริญ นำข้าวเปลือกมาขาย เจ๊น้อย ก็ออกใบรับสินค้าให้ หรือไม่ก็ออกเช็คชำระหนี้ให้ โดยนัดวันสั่งจ่ายล่วงหน้า 2-3 เดือนแต่ก็มีบางส่วนจ่ายเงินสดไปก่อนบ้างเล็กน้อย เมื่อถึงกำหนดเช็คสั่งจ่ายปรากฏว่าเช็คเด้ง รวมชาวนาถูกโกงกว่า 350 ราย มูลค่าหนี้สินที่ถูกฉ้อโกงไปเกือบ 100 ล้านบาท
ชาวนนากลุ่มดังกล่าวจึงเดินขบวนมาร้องทุกข์ต่อนายพินิจ พิชยกัลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรคนที่แล้วและมีการแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.อ.ทับคล้อ จากนั้นผู้ต้องหาคนดังกล่าว คือ เจ๊น้อย ซึ่งหลบหนีหมายจับไปตั้งแต่ปี 2549
จนมาถึงยุค ดร.ปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรคนปัจจุบันได้สั่งรื้อฟื้นคดีและสั่งตำรวจตามล่าพวกฉ้อโกงชาวนา กระทั่งตำรวจสายสืบ สภ.อ.ทับคล้อ ทราบว่า เจ๊น้อย หลบหนีไปเปิดธุรกิจหมูกระทะอยู่แถว จ.เพชรบูรณ์ และร้านขายของชำอยู่ที่ จ.ลพบุรี จึงส่งกำลังตำรวจไปตามจับได้ที่ จ.ลพบุรี เมื่อเวลา 13.00 น.ของวันที่ 9 ก.ย.50 ที่ผ่านมา และนำตัวมาส่งให้ร้อยเวร สภ.อ.ทับคล้อ เมื่อเวลา 19.00 วันเดียวกันเพื่อทำการสอบสวน
ดร.ปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร หลังรับทราบการจับกุมและได้สั่งการให้ตำรวจสอบสวนโดยละเอียดและสั่งห้ามประกันตัวโดยเด็ดขาด
สำหรับชาวนาผู้เสียหายนั้น ดร.ปรีชา กล่าวว่า ก็ขอให้ไปดูตัวผู้ต้องหาได้ที่ สภ.อ.ทับคล้อ เพื่อแสดงตัวเป็นผู้เสียหายและจะได้มีการดำเนินคดีผู้ต้องหาให้ได้รับโทษต่อไป และไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับขบวนการทุจริตฉ้อโกงชาวนาที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวนาได้อีกต่อไป


