พิษณุโลก - รัฐบาลลาวเร่งเดินหน้าอพยพชาวม้งลาวบ้านห้วยน้ำขาว กว่า 7 พันคน กลับประเทศ ตั้ง "ผาหลัก" ทางตอนเหนือของเวียงจันทน์ รองรับหากไม่กลับภูมิลำเนาเดิม พร้อมเชิญรัฐบาล-สื่อมวลชนไทย ชมชีวิตความเป็นอยู่ของชาว ม้งอพยพชุดแรก 191 คน โต้ข่าวลือทารุณ-ทรมาน
คณะอนุกรรมการความร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อย ตามแนวชายแดนทั่วไปไทย-ลาว เพื่อแก้ปัญหาม้งลาวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ประกอบด้วย ฝ่ายลาว คือ พลจัตวาบัวเสี้ยง จำปาพัน รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพประชาชนลาว ฝ่ายไทย คือ พลโทนิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมชายแดนทหาร โดยมี พลตรีสมชาย อุตมะ ผบ.ฉก.พตท.เขาค้อ ได้ประชุมร่วมกันเมื่อเร็วๆนี้ ที่โรงแรมอมรินทร์ลากูน อ.เมือง จ.พิษณุโลก
พลโทนิพัทธ์ เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นไปด้วยดี โดยฝ่ายลาวมีท่าทีชัดเจนว่าจะรับชาวม้งลาว ที่บ้านห้วยน้ำขาว ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ทั้งหมด 7,790 คน (ข้อมูลเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2550) กลับประเทศลาวทั้งหมด ซึ่งทั้ง 2 ประเทศมองปัญหาในภาพเดียวกัน คือ ม้งลาวเป็นผู้ที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างจริงใจ
นอกจากนี้ ยังเชิญเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยและสื่อมวลชนไทยประมาณ 30 คนเดินทางไปเยี่ยม และดูสภาพชีวิตจริงของชาวม้งลาวที่ส่งกลับไปชุดแรก จำนวน 191 คน ด้วย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังคัดกรองและทำประวัติม้งลาวทั้งหมด ก่อนเสนอสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ส่งต่อนายพลบัวเสี้ยง เพื่อตรวจสอบที่มาของชาวม้งลาว และส่งกลับไปยังพื้นที่เดิมที่จากมา ซึ่งไม่ยังมีการกำหนดกรอบระยะเวลาที่แน่ชัดว่า จะต้องใช้ระยะเวลาทั้งหมดกี่วันในการส่งตัวชาวม้งลาวกลับประเทศทั้งหมด
ด้านพลจัตวาบัวเสี้ยง เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้นำเสนอต่อฝ่ายไทยว่า ชาวม้งที่อพยพกลับประเทศลาวชุดแรกจำนวน 191 คน เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม และมิถุนายน ที่ผ่านมา มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ไม่มีการบังคับหรือนำไปทรมาน และใช้แรงงาน รวมทั้งข่มขืน ตามที่มีข่าวออกมาแต่อย่างใด นอกจากนี้ จะนำวีซีดีไปเผยแพร่ให้ชาวม้งลาวที่บ้านห้วยน้ำขาวได้รับชม เพื่อสร้างความสบายใจไม่ให้วิตกกังวลตามที่มีกระแสข่าวออกมา
"เป้าหมายสูงสุดในการประชุมวันนี้ ทำอย่างไรให้ม้งลาวอพยพห้วยน้ำขาวกลับถิ่นฐานเดิมด้วยความสมัครใจ เพราะรัฐบาลลาวก็มีชาวม้งเป็นนายพลอยู่ 2 คน อำนาจของชาวม้งต่อการบริหารรัฐบาลลาวก็มีถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่มีประชากรม้งเพียง 8 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมดซึ่งแสดงให้เห็นว่าชาวม้งจะถูกปฏิบัติอย่างดีในฐานะคนลาวคนหนึ่ง" พลจัตวาบัวเสี้ยง กล่าว
พลจัตวาบัวเสี้ยง กล่าวต่ออีกว่า กรณีเจ้าหน้าที่รัฐบาลและสื่อมวลชนจากประเทศไทยจะไปเยี่ยมชมสภาพความเป็นอยู่ ของชาวม้งลาวชุดแรก จะไม่อนุญาตให้องค์การเอกชนต่างประเทศเข้าเยี่ยมชมโดยเด็ดขาด เพราะเป็นข้อตกลงของรัฐบาลไทยและรัฐบาลลาว ในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งที่ผ่านมาถูกแทรกแซงโดยประเทศที่ 3 ทำให้ประสานข้อมูลไม่ตรงกัน
สำหรับชาวม้งลาวจำนวน 7,790 คน จะถูกกระจายไปตามแขวงไชยบุรี แขวงหลวงพระบาง แขวงเชียงขวาง และแขวงเวียงจันทน์ หรือตามภูมิลำเนาเดิม ส่วนกรณีชาวม้งไม่มีที่มาที่ไป จะนำไปพักที่ ผาหลัก เมืองกาสี ห่างจากแขวงเวียงจันทน์ 233 กิโลเมตร ซึ่งรัฐบาลลาวได้จัดสรรที่อยู่และที่ทำกินไว้รองรับเบื้องต้นจำนวน 100 ครอบครัว และพร้อมที่จะขยายออกไปอีกหากมีจำนวนที่มากขึ้น
"เหตุผลที่ว่า ชาวม้งลาวไม่ยอมกลับถิ่นฐานเดิม เพราะว่า ม้งลาวพวกนี้ถูกหลอกว่าจะไปอยู่ประเทศที่ 3 แต่เดินทางไปไม่สำเร็จ จึงไม่ยอมไปพบปะกับญาติๆที่บ้านเดิม เพราะอับอายเสียหน้าว่าถูกหลอก ต้องขายบ้าน ที่ดิน และทรัพย์สินมีค่าทั้งหมด อีกทั้งมีการแทรกแซงจากบุคคลภายนอกอ้างว่า ถูกฆ่า และจะมีโทษ ทำให้ชาวม้งไม่ยอมกลับประเทศ ส่วนเรื่องขบวนการต่อต้านลาว ( ขตล. ) ถือเป็นการโจมตี ให้ร้ายลาว และกรณีนายพลวังเปาก็เป็นเรื่องของประเทศอเมริกา" พลจัตวาบัวเสี้ยง กล่าว
คณะอนุกรรมการความร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อย ตามแนวชายแดนทั่วไปไทย-ลาว เพื่อแก้ปัญหาม้งลาวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ประกอบด้วย ฝ่ายลาว คือ พลจัตวาบัวเสี้ยง จำปาพัน รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพประชาชนลาว ฝ่ายไทย คือ พลโทนิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมชายแดนทหาร โดยมี พลตรีสมชาย อุตมะ ผบ.ฉก.พตท.เขาค้อ ได้ประชุมร่วมกันเมื่อเร็วๆนี้ ที่โรงแรมอมรินทร์ลากูน อ.เมือง จ.พิษณุโลก
พลโทนิพัทธ์ เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นไปด้วยดี โดยฝ่ายลาวมีท่าทีชัดเจนว่าจะรับชาวม้งลาว ที่บ้านห้วยน้ำขาว ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ทั้งหมด 7,790 คน (ข้อมูลเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2550) กลับประเทศลาวทั้งหมด ซึ่งทั้ง 2 ประเทศมองปัญหาในภาพเดียวกัน คือ ม้งลาวเป็นผู้ที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างจริงใจ
นอกจากนี้ ยังเชิญเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยและสื่อมวลชนไทยประมาณ 30 คนเดินทางไปเยี่ยม และดูสภาพชีวิตจริงของชาวม้งลาวที่ส่งกลับไปชุดแรก จำนวน 191 คน ด้วย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังคัดกรองและทำประวัติม้งลาวทั้งหมด ก่อนเสนอสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ส่งต่อนายพลบัวเสี้ยง เพื่อตรวจสอบที่มาของชาวม้งลาว และส่งกลับไปยังพื้นที่เดิมที่จากมา ซึ่งไม่ยังมีการกำหนดกรอบระยะเวลาที่แน่ชัดว่า จะต้องใช้ระยะเวลาทั้งหมดกี่วันในการส่งตัวชาวม้งลาวกลับประเทศทั้งหมด
ด้านพลจัตวาบัวเสี้ยง เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้นำเสนอต่อฝ่ายไทยว่า ชาวม้งที่อพยพกลับประเทศลาวชุดแรกจำนวน 191 คน เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม และมิถุนายน ที่ผ่านมา มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ไม่มีการบังคับหรือนำไปทรมาน และใช้แรงงาน รวมทั้งข่มขืน ตามที่มีข่าวออกมาแต่อย่างใด นอกจากนี้ จะนำวีซีดีไปเผยแพร่ให้ชาวม้งลาวที่บ้านห้วยน้ำขาวได้รับชม เพื่อสร้างความสบายใจไม่ให้วิตกกังวลตามที่มีกระแสข่าวออกมา
"เป้าหมายสูงสุดในการประชุมวันนี้ ทำอย่างไรให้ม้งลาวอพยพห้วยน้ำขาวกลับถิ่นฐานเดิมด้วยความสมัครใจ เพราะรัฐบาลลาวก็มีชาวม้งเป็นนายพลอยู่ 2 คน อำนาจของชาวม้งต่อการบริหารรัฐบาลลาวก็มีถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่มีประชากรม้งเพียง 8 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมดซึ่งแสดงให้เห็นว่าชาวม้งจะถูกปฏิบัติอย่างดีในฐานะคนลาวคนหนึ่ง" พลจัตวาบัวเสี้ยง กล่าว
พลจัตวาบัวเสี้ยง กล่าวต่ออีกว่า กรณีเจ้าหน้าที่รัฐบาลและสื่อมวลชนจากประเทศไทยจะไปเยี่ยมชมสภาพความเป็นอยู่ ของชาวม้งลาวชุดแรก จะไม่อนุญาตให้องค์การเอกชนต่างประเทศเข้าเยี่ยมชมโดยเด็ดขาด เพราะเป็นข้อตกลงของรัฐบาลไทยและรัฐบาลลาว ในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งที่ผ่านมาถูกแทรกแซงโดยประเทศที่ 3 ทำให้ประสานข้อมูลไม่ตรงกัน
สำหรับชาวม้งลาวจำนวน 7,790 คน จะถูกกระจายไปตามแขวงไชยบุรี แขวงหลวงพระบาง แขวงเชียงขวาง และแขวงเวียงจันทน์ หรือตามภูมิลำเนาเดิม ส่วนกรณีชาวม้งไม่มีที่มาที่ไป จะนำไปพักที่ ผาหลัก เมืองกาสี ห่างจากแขวงเวียงจันทน์ 233 กิโลเมตร ซึ่งรัฐบาลลาวได้จัดสรรที่อยู่และที่ทำกินไว้รองรับเบื้องต้นจำนวน 100 ครอบครัว และพร้อมที่จะขยายออกไปอีกหากมีจำนวนที่มากขึ้น
"เหตุผลที่ว่า ชาวม้งลาวไม่ยอมกลับถิ่นฐานเดิม เพราะว่า ม้งลาวพวกนี้ถูกหลอกว่าจะไปอยู่ประเทศที่ 3 แต่เดินทางไปไม่สำเร็จ จึงไม่ยอมไปพบปะกับญาติๆที่บ้านเดิม เพราะอับอายเสียหน้าว่าถูกหลอก ต้องขายบ้าน ที่ดิน และทรัพย์สินมีค่าทั้งหมด อีกทั้งมีการแทรกแซงจากบุคคลภายนอกอ้างว่า ถูกฆ่า และจะมีโทษ ทำให้ชาวม้งไม่ยอมกลับประเทศ ส่วนเรื่องขบวนการต่อต้านลาว ( ขตล. ) ถือเป็นการโจมตี ให้ร้ายลาว และกรณีนายพลวังเปาก็เป็นเรื่องของประเทศอเมริกา" พลจัตวาบัวเสี้ยง กล่าว


