xs
xsm
sm
md
lg

ทภ.2 ขยาย “เกษตรพอเพียง” สู่กัมพูชา-แก้จนชายแดน/สร้างสัมพันธ์ 2 ประเทศ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ทหารไทย กองทัพภาคที่ 2 ขยายโครงการเศรษฐกิจพอเพียงสู่ประเทศกัมพูชา ส่งบุคลากรฝึกอบรมอาชีพการเกษตรแบบพอเพียง แก่ประชาชนชาวกัมพูชา พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านพันธุ์พืช-พันธุ์สัตว์ ใน อ.ตรอเปรียงปราสาท จ.อุดรมีชัย ติดชายแดนไทยด้าน จ.ศรีสะเกษ เผยเพื่อให้เกิดความอยู่ดีกินดีแก้ปัญหาความยากจน ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา รวมทั้งเป็นเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างผู้นำทางทหาร พลเรือน และประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ

วันนี้ (21 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.ตรอเปรียงปราสาท จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา พ.อ.ชยันต์ หวยสูงเนิน รอง ผบ.กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 และ พ.อ.ธัญญา เกียรติสาร ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยคณะนายทหารและหัวหน้าส่วนราชการของ จ.ศรีสะเกษ จำนวนหนึ่ง นำพันธุ์กล้าไม้ ผัก ปุ๋ยจุลินทรีย์ หัวเชื้อจุลินทรีย์ พันธุ์ปลา หัวอาหารปลา และอุปกรณ์กีฬา ไปมอบให้แก่ นายวันกุศล นายอำเภอตรอเปรียงปราสาท และคณะ เพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชนชาวกัมพูชาในเขต อ.ตรอเปรียงปราสาท ต่อไป

หลังจากก่อนหน้านี้ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ได้จัดส่ง ร.ท.ทันสมัย สีมาขันธ์ ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน และคณะทหารพราน มาทำการฝึกอบรมการเกษตรแบบเศรษฐกิจแบบพอเพียงให้กับชาวบ้าน อ.ตรอเปรียงปราสาท ตามโครงการพัฒนาระหว่างประเทศ จำนวน 6 หมู่บ้าน มีชาวบ้านมาเข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 300 คน

ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนชาวกัมพูชาได้มีความรู้เรื่องการทำปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ การทำฮอร์โมนชีวภาพ การเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติก จำนวน 18 บ่อ และการปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ รวมทั้งการเลี้ยงสัตว์ต่างๆ อีกด้วย

พ.อ.ชยันต์ หวยสูงเนิน รอง ผบ.กองกำลังสุรนารี กล่าวว่า พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เขต อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ กับ อ.ตรอเปรียงปราสาท จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา มีราษฎรของทั้งสองประเทศประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นจำนวนมาก

ดังนั้น เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือชาวกัมพูชาที่อยู่ตามแนวชายแดน กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 จึงได้จัดทำโครงการเศรษฐกิจแบบพอเพียง ซึ่งเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มาแนะนำและสาธิตให้กับชาวบ้าน อ.ตรอเปรียงปราสาท ได้ศึกษาทดลองปฏิบัติในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยสามารถนำเอาวัสดุในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งเป็นการลดค่าใช้จ่ายได้พอสมควร

ทั้งนี้ กองกำลังสุรนารีได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานความร่วมมือ เพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ และได้มอบให้หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ติดต่อประสานงานกับทางฝ่ายกัมพูชา เพื่อดำเนินการตามโครงการดังกล่าวนี้

พ.อ.ชยันต์ กล่าวต่อว่า โครงการนี้จะเป็นการเสริมสร้างความรู้ และทักษะในการประกอบอาชีพการเกษตรตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียงให้กับราษฎรชาวกัมพูชา เพื่อให้มีความอยู่ดีกินดีตามแนวชายแดน อีกทั้งเพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้นำทางทหาร พลเรือน และประชาชนของทั้งสองประเทศอีกด้วย ซึ่งหากว่าราษฎรของกัมพูชามีความเป็นอยู่ที่ทัดเทียมกับราษฎรไทยแล้ว ก็จะช่วยให้ปัญหาตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หมดสิ้นไปในที่สุด

“การนำเอาโครงการเศรษฐกิจแบบพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาดำเนินการในเขตประเทศกัมพูชานี้ เนื่องจากเป็นโครงการประกอบอาชีพที่ไม่ต้องมีต้นทุนในการดำเนินการสูง และสามารถนำเอามาใช้ในเขตประเทศกัมพูชาได้เป็นอย่างดี เพราะส่วนมากแล้วราษฎรชาวกัมพูชา ตามแนวชายแดนมีฐานะค่อนข้างยากจน” พ.อ.ชยันต์ กล่าว

นายวัน กุศล นายอำเภอตรอเปรียงปราสาท จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า อ.ตรอเปรียงปราสาท มีเขตปกครองทั้งสิ้น 38 หมู่บ้าน จำนวนประชากรประมาณ 32,500 คน และอยู่ห่างจากจุดผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ ประมาณ 48 กม.ราษฎรส่วนใหญ่มีฐานะยากจน มีอาชีพในการทำนา ปลูกถั่วเหลือง และปลูกงา และไม่มีปัญหาในเรื่องที่ดินทำกินแต่อย่างใด เนื่องจากมีพื้นที่สำหรับทำการเกษตรอยู่อีก แต่ชาวกัมพูชาไม่ค่อยมีความรู้ทางด้านการเกษตรสมัยใหม่ ส่วนมากจะทำการเกษตรแบบโบราณดั้งเดิมมาหลายชั่วอายุคนแล้ว อีกทั้งขาดแคลนพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ทุกชนิดเป็นอย่างมาก

“การที่ทหารของไทยเข้ามาให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ นับว่าเป็นประโยชน์และเกิดผลดีแก่ประชาชนชาวตรอเปรียงปราสาทเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งความรู้ทางการเกษตรตามโครงการเศรษฐกิจแบบพอเพียงจะช่วยให้ชาวบ้านตรอเปรียงปราสาท เกิดความอยู่ดีกินดียิ่งขึ้นกว่าเดิม” นายวัน กล่าว

ทางด้าน นายแก้ว ซาเรือน อายุ 37 ปี บ้านแสนซอม ต.โอสะวาย อ.ตรอเปรียงปราสาท จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจมากที่ได้รับความช่วยเหลือจากทหารพรานของไทยในครั้งนี้ และเป็นครั้งแรกที่มีการนำเอาความรู้ทางการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงมาฝึกอบรมให้ความรู้แก่พวกตน ซึ่งสามารถที่จะนำเอาไปใช้ในการทำการเกษตรอินทรีย์ได้เป็นอย่างดี