xs
xsm
sm
md
lg

“สหชัยไทยพืชผล” ปลุกชีพที่ดินเชียงราย ลงทุนศูนย์ขนส่ง-สนามกอล์ฟ-ศูนย์ประชุมยักษ์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นายณัฐพล หรือจง รัตนโสภณ อดีตมือกลองวง ดิโอฬารโปรเจค และหิน เหล็ก ไฟ ยุคแรกที่หันมาเอาดีทางธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และล่าสุดเข้ามาดำรงตำแหน่ง กรรมการบริหารโครงการก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารเชียงราย แห่งที่ 2 ของบริษัท เหนือสุดศิวิไลซ์คอมเพล็กซ์ จำกัด
เชียงราย - กลุ่ม “สหชัยไทยพืชผล - เหนือสุดศิวิไลซ์คอมเพล็กซ์” กิจการในเครือข่าย “ศักดิ์ชัย เตชะไกรศรี หรือเสี่ยบุ้ง” ผู้ส่งออกพืชผลทางการเกษตรรายใหญ่ เดินหน้าปั้นที่ดินกว่า 1 พันไร่ใกล้เมืองเชียงราย หวังสร้างศูนย์กลางการค้าใหม่ หลังเคยทุ่มทุนสร้างอาคารพาณิชย์กว่าร้อยยูนิตเมื่อ 10 กว่าปีก่อน แต่ยังขายไม่หมด ล่าสุด ทุ่มกว่า 50 ล้าน พร้อมตัดที่ดินบางส่วนทำสถานีขนส่งให้รัฐฟรี ก่อนทุ่มทุนผุดศูนย์ประชุม - สนามกอล์ฟ - ศูนย์จำหน่ายสินค้าท้องถิ่น รับการขยายตัวทางการค้ากรอบสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ

นายณัฐพล หรือจง รัตนโสภณ อดีตมือกลองวง “ดิโอฬารโปรเจค และหิน เหล็ก ไฟ” ยุคแรก ที่หันมาเอาดีทางธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และล่าสุด เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารโครงการก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารเชียงราย แห่งที่ 2 ของบริษัท เหนือสุดศิวิไลซ์คอมเพล็กซ์ จำกัด 1 ในกิจการเครือข่ายของบริษัท สหชัยไทยพืชผล จำกัด ผู้ส่งออกสินค้าทางการเกษตรรายใหญ่ ของนายศักดิ์ชัย เตชะไกรศรี เปิดเผยว่า ตามแผนงานของบริษัท เหนือสุดศิวิไลซ์ หลังจากได้มอบที่ดินประมาณ 8 ไร่ ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย มูลค่าร่วม 30 ล้านบาท พร้อมกับก่อสร้างชานชาลา อาคารผู้โดยสาร สำนักงานเจ้าหน้าที่ มูลค่าอีกไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท จะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2551

ทั้งนี้ เชื่อว่า จะส่งผลดีต่อพื้นที่โดยรอบของบริษัท ที่มีอยู่ 2 แปลงหลักๆ รวมเนื้อที่ทั้งสิ้นร่วม 1,000 ไร่ บริเวณใกล้เคียงกับต้นตะเคียนคู่ ต.สันทราย อ.เมือง จ.เชียงราย แปลงแรก เป็นที่ดินผืนเดียวกับที่ยกให้เป็นสถานที่ก่อสร้างสถานีขนส่งเชียงราย 2 เนื้อที่ 177 ไร่ ที่บริษัท สหชัยไทยพืชผล จำกัด ใช้ที่ดินบางส่วนลงทุนทำโรงงานขิงดองส่งออกตลาดสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อังกฤษ ในนามโรงงานขิงดอง SK มาตั้งแต่ปี 2527

จากนั้นได้พัฒนา-ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ 128 ยูนิต เมื่อปี 2538 พร้อมๆ กับพัฒนาตลาดกลางสินค้าเกษตรขึ้นมา แต่หลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 ทำให้โครงการพัฒนาที่ดินดังกล่าวไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร โดยสามารถขายอาคารพาณิชย์ได้ 59 ยูนิต เหลืออีก 69 ยูนิต

ขณะที่ตลาดกลางสินค้าเกษตรก็ต้องหยุดชะงักลง เหลือเพียงหอการค้าจังหวัดเชียงราย ที่เข้ามาเปิดสำนักงานอยู่ภายในโครงการจนถึงปัจจุบัน

“การยกที่ดินพร้อมลงทุนก่อสร้างสถานีขนส่งให้แก่ทางราชการ น่าจะช่วยพัฒนาที่ดินบริเวณนี้ไปในตัว”

นายณัฐพล กล่าวอีกว่า เนื่องจากสถานีขนส่งเชียงรายแห่งใหม่นี้ ส่วนหนึ่งจะเป็นสถานีขนส่งรองรับธุรกรรมทางการค้า - การท่องเที่ยว ที่จะขยายตัวตามกรอบความร่วมมือสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ที่ขณะนี้การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมต่าง ๆ เริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งถนน R3b เชื่อมไทย พม่า จีน, ถนน R3a เชื่อมไทย ลาว จีน, การเดินเรือในแม่น้ำโขงเชื่อมเชียงราย -จีน

โดยเฉพาะถนน R3a ที่จะเสร็จสมบูรณ์ภายในปีนี้ ขณะที่โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเชื่อม อ.เชียงของ จ.เชียงราย กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว หรือรองรับถนน R3a ก็จะเริ่มต้นภายในปี 2551 แล้วเสร็จในปี 2554 ก็จะทำให้เกิดกิจกรรมการขนส่งสินค้าระหว่างไทย-จีน เพิ่มมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า การขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ต่างๆ จะผ่านไปที่ศูนย์ลอจิสติกส์ ที่จะตั้งขึ้นที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย แต่บางส่วนก็ต้องเข้ามาที่ขนส่งเชียงรายด้วยแน่นอน
สถานีขนส่งผู้โดยสารเชียงราย แห่งที่ 2 ที่บริษัท เหนือสุดศิวิไลซ์คอมเพล็กซ์ จำกัด ให้ที่ดินรัฐบาลดำเนินการ
เมื่อถึงเวลานั้น ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ที่ดินโดยรอบ รวมถึงอาคารพาณิชย์ที่ยังเหลืออีก 69 ยูนิตที่ตั้งราคาขาย 1 ล้านบาทเศษ/ยูนิตด้วย และถ้าหากมีกระแสตอบรับที่ดี ก็จะพัฒนาที่ดิน ที่เคยใช้เป็นที่ตั้งโรงงานขิงดองของบริษัทสหชัยไทยพืชผลฯ (ย้ายไปอยู่ที่ อ.แม่ใจ จ.พะเยา) เนื้อที่หลายสิบไร่ ลงทุนก่อสร้างศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ ทำนองเดียวกับอิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ที่จุคนได้มากกว่า 2,000 คน เนื่องจากมองว่า เชียงราย ยังไม่มีสถานที่รองรับการประชุมขนาดใหญ่ - สถานที่จัดงานเทศกาลสำคัญๆ

ส่วนที่ดินอีกแปลงหนึ่ง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ดินแปลงแรก มีถนนพหลโยธิน ขนาด 4 ช่องจราจร คั่นกลางนั้น (หลังหมู่บ้านสิบสองปันนา) หากสถานีขนส่งฯเชียงราย แห่งที่ 2 พัฒนาไปตามเป้าหมาย ก็จะนำที่ดินแปลงนี้มาลงทุนสร้างสนามกอล์ฟ รองรับนักท่องเที่ยวได้ เพราะเป็นที่ดินที่ติดกับถนนสายหลักเชื่อมระหว่างเชียงราย - เชียงใหม่, เชียงราย - พะเยา - กรุงเทพฯ และเป็นที่ดินผืนใหญ่ ซึ่งหากรวมการลงทุนในส่วนนี้อีกก็จะเกินร้อยล้านบาทขึ้นไป

นายณัฐพล กล่าวอีกว่า เขามั่นใจว่าสถานีขนส่งฯเชียงราย แห่งที่ 2 จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เนื่องจากมีปัจจัยเกื้อหนุนมากมาย ทั้งเรื่องความต้องการขยายพื้นที่รองรับการคมนาคมที่เชื่อมโยงกับจีน, จุดที่ตั้งของโครงการที่เชื่อมเข้ากับถนนสายหลักได้ทันที มีระบบสาธารณูปโภคพร้อม ซึ่งแม้ว่าขณะนี้ประเทศไทยจะมีปัญหาการเมืองอยู่ แต่เชื่อว่าจะไม่สร้างผลกระทบต่อโครงการ เพราะเชียงราย ต้องเติบโตต่อไปจีนก็ขยายการค้าเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ

“ตอนนี้ก็มีบริษัททัวร์ - ไปรษณีย์ ให้ความสนใจสอบถามรายละเอียดโครงการมาอย่างต่อเนื่อง จึงเชื่อว่าแนวทางนี้น่าจะไปได้ดี”

สำหรับแนวคิดในการปลุกปั้นย่านการค้าแห่งใหม่ของเชียงรายขึ้นมา โดยใช้ “สถานีขนส่ง” เป็นตัวดึงดูด แม้ว่าหลายพื้นที่ของไทยจะไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นที่เชียงใหม่ พิษณุโลก หรืออีกหลายๆ จังหวัด ที่กลุ่มทุนในพื้นที่หลายรายยกที่ดินให้รัฐสร้างสถานีขนส่ง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ที่ดิน - โครงการต่อเนื่องที่จะทำขึ้นมา แต่ดูเหมือนทั้งหมดล้วนแต่ประสบปัญหา ส่วนหนึ่งเนื่องจาก “สถานีขนส่ง” เป็นจุดที่ “คนผ่าน” และโดยมากค่อนข้างมีปัญหาเรื่องความสะอาด แทบจะกล่าวได้ว่าไม่เหมาะต่อการพัฒนาเป็นศูนย์กลางทางการค้าของเมืองนั้น

นายณัฐพล ยังบอกว่า ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่า ที่เชียงรายจะประสบผลสำเร็จ เพราะที่ตั้งของสถานีขนส่งฯเชียงรายแห่งที่ 2 นี้มีศักยภาพมากกว่าหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทั้งยังมีข้อได้เปรียบเรื่องเป็นที่รองรับการคมนาคมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะจีนจึงน่าสนใจมากกว่าจังหวัดอื่นๆ

“ครั้งนี้ผมทุ่มเต็มตัว ถือเป็นงานที่ท้าทาย หลังจากประสบความสำเร็จกับธุรกิจก่อสร้างมาแล้ว เพื่อนๆ ที่เคยทำธุรกิจก่อสร้างระดับร้อยล้านบาท หลายคนก็เข้ามาช่วยกันปลุกปั้นโครงการนี้ และมั่นใจเช่นกัน”

สำหรับบริษัท เหนือสุดศิวิไลซ์คอมเพล็กซ์ จำกัด และบริษัท สหชัยไทยพืชผล จำกัด ซึ่งเป็นกิจการในเครือข่ายของนายศักดิ์ชัย เตชะไกรศรี นักธุรกิจส่งออกพืชผลทางการเกษตรรายใหญ่ระดับแนวหน้าของเมืองไทย มีพื้นเพอยู่ที่ปทุมธานีนั้น มีทุนจดทะเบียนบริษัทละ 300 ล้านบาท แต่โครงการพัฒนาสถานีขนส่งเชียงรายแห่งที่ 2 นี้ กลุ่มนายศักดิ์ชัย เตชะไกรศรี ได้มอบหมายให้นายณัฐพล รัตนโสภณ หรือ จง รัตนโสภณ อดีตมือกลองวงดนตรีชื่อดังในอดีต เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ในฐานะกรรมการบริหารโครงการฯของบริษัท เหนือสุดศิวิไลซ์

ขณะที่ นายณัฐพล หรือจง รัตนโสภณ วัย 50 ปีนั้น อดีตเป็นมือกลองวงดนตรีเฮฟวีร็อก วงโซดา ก่อนจะมาเป็น ดิโอฬารโปรเจค และหิน เหล็ก ไฟ ในยุคแรกๆ เมื่อปี 2534 หลังจากนั้นได้ผันตัวเองมาทำธุรกิจก่อสร้าง - ส่งออก ก่อนหน้านี้เคยเข้ามารับเหมาก่อสร้างอาคารพาณิชย์ให้บริษัท พร้อมร่วมกับเพื่อนนักธุรกิจจัดตั้งตลาดกลางเชียงรายขึ้นมาบริเวณสี่แยกแม่กรณ์ เมื่อปี 2538 บนที่ดินของกลุ่มสหชัยไทยพืชผล