ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ผู้ว่าฯ โคราช นำเหล่าข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา และพุทธศาสนิกชนชาวนครราชสีมาร่วมกันประกอบพิธีเนื่องในวันมาฆบูชาและแสดงตนเป็นพุทธมามกะ หน้าลานอนุสารีย์ย่าโม โดยมีพระภิกษุสงฆ์จากทุกวัดใน จ.นครราชสีมา เข้าร่วมประกอบศาสนกิจอย่างพร้อมเพรียงกัน 1,250 รูปเท่ากับจำนวนพระสงฆ์ที่มารวมตัวกันอย่างไม่ได้นัดหมายในสมัยพุทธกาล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในปีมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษาครบ 80 พรรษา
ช่วงเย็นวานนี้ (2 ก.พ.) ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม)ถ.ราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้นำเหล่าข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ นักเรียน นักศึกษา พ่อค้า และพุทธศาสนิกชนชาว จ.นครราชสีมากว่า 1,000 คน ร่วมกันประกอบพิธีเนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2550 พร้อมกล่าวคำปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ และถวายความจงรักภักดีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในงาน “มาฆบูชาไทยทั่วหล้าใฝ่ธรรม” โดยมีพระภิกษุสงฆ์จากทุกวัดใน จ.นครราชสีมาจำนวน 1,250 รูปเดินทางเข้าร่วมประกอบศาสนกิจในครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน
ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในปีมหามงคลเฉลิมพระเกียรติที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ,ให้พระภิกษุสงฆ์ในจังหวัดนครราชสีมาจำนวน 1,250 รูปได้ประกอบศาสนกิจร่วมกันรวมถึงให้นักเรียนนักศึกษา และพุทธศาสนิกชนได้ทราบถึงความสำคัญของวันมาฆบูชา และประชาสัมพันธ์ให้พุทธศาสนิกชนทั่วไปทราบ และภาคภูมิใจในการที่ประเทศไทยได้รับยกย่องให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลกพร้อมทั้งร่วมใจกันรณรงค์ ลด ละ เลิก อบายมุขต่างๆ เพื่อจะได้ตระหนักในคุณค่าที่แท้จริงของความหมายแหล่งพิธีกรรมอันดีงามถึงพร้อมไปด้วยความศรัทธาในอันที่จะจรรโลง สืบต่อพระพุทธศาสนา โดยการปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนิกชนที่ดีต่อไป
สำหรับวันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงเสวยฤกษ์ และในสมัยพุทธกาลได้เกิดเหตุการณ์มหัศจรรย์ในการประชุมสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ซึ่งเรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต คือ มหัศจรรย์ 4 ประการ ประกอบด้วย 1. พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูปมาชุมนุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย,2. พระสงฆ์เหล่านั้นล้วนบรรลุเป็นพระอรหันต์, 3. พระสงฆ์เหล่านั้นล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือได้รับอุปสมบทจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั่วกัน และ 4. เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงเสวยมาฆฤกษ์ ในครั้งนั้น พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงพระโอวาทปาฏิโมกข์ ซึ่งเนื้อความนั้นล้วนเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาหรือธรรมนูญพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น พระโอวาทปาฏิโมกข์นั้น เน้นคำสอน “ให้คนทำแต่ความดี ละเว้นการทำชั่ว และทำจิตใจให้บริสุทธิ์” นอกจากนี้ ยังถือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงปลงพระชนมายุสังขาร คือ กำหนดวันที่จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพานในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ก่อนปรินิพพาน 3 เดือน โดยในปีนี้วันมาฆบูชาตรงกันวันที่ 3 มีนาคม 2550


