กาฬสินธุ์ - ชาวบ้านหนองกุงน้อยผวาผีปอบอย่างหนักลงขัน 3.5 หมื่นจ้างหมอธรรมไล่ฆ่าผี หลังมีคนตายโดยไม่ทราบสาเหตุติดกัน 4 ราย ระบุมีคนในหมู่บ้านเป็นผีปอบ 2 คน ด้านสาธารณสุขกิ่งอำเภอสามชัย รุดลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุ พร้อมระบุคนตายส่วนมากอายุเฉลี่ย 65-80 ปี เป็นเรื่องธรรมดาของผู้สูงอายุ ขณะที่เหยื่อผีปอบครวญเห็นใจ ยืนยันร่างกายปกติทุกอย่าง
วันนี้ (9 ก.พ.) ชาวบ้านหนองกุงน้อย ม.7 ม.9 ม.10 ม.18 และ ม.20 ต.สำราญใต้ กิ่ง อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์กว่า 1,000 คนได้ร่วมกันทำพิธีไล่ผีปอบหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เซียงฆ้อน ที่บริเวณศาลากลางบ้าน ม.7 โดยการรวมรวบเงินครัวเรือนละ 50 บาท จ้างหมอธรรมมาทำพิธี หลังจากมีชาวบ้านในหมู่บ้านตายติดต่อกัน 4 ราย ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นผีมือของผีปอบ นอกจากนี้ชาวบ้านเชื่อว่านางทอง (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 45 ปี และนางพาย (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเป็นผีปอบ
โดยเมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงบริเวณศาลากลางบ้านหนองกุงน้อย ม.7 พบชาวบ้านจำนวนมากกำลังร่วมกันทำพิธีไล่ผีปอบ โดยมีนายไพฑูรย์ โสมมิตร อายุ 63 ปี ที่อ้างตัวว่าเป็นหมอธรรม กำลังท่องคาถาพร้อมกับนำชาวบ้านเดินไปตามถนนสายต่างๆ โดยใช้ไม้เท้าเคาะบนถนนเรียกวิญญาณ นอกจากนี้ยังพบหญิงอายุประมาณ 45 ปี นอนร้องครวญคราง และอยู่ในอาการเหม่อลอยอยู่กลางศาลา ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าหญิงคนดังกล่าวเป็นผีปอบ จากนั้นหมอธรรมได้เดินกลับที่ศาลาพร้อมกับท่องคาถาและพ่นน้ำใส่หญิงคนดังกล่าว
นายสุวิทย์ ผายเตชะ อายุ 53 ปี ผู้ใหญ่บ้านหนองกุงน้อย ม.7 กล่าวว่า เมื่อประมาณปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีชาวบ้านในหมู่บ้านตายติดต่อกัน 4 คน ซึ่งแต่ละคนล้วนแต่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ บางคนเดินอยู่ดีๆก็ล้มลงเสียชีวิต บางคนนอนอยู่บ้านก็เสียชีวิต ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 5 –6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็มีชาวบ้านในหมู่บ้านถูกผีปอบเข้าสิง แต่โชคดีไม้มีใครเสียชีวิต
นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า หลังจากมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ทำให้ชาวบ้านหวาดผวาอย่างหนัก ไม่กล้าออกจากบ้านทำมาหากิน จึงต้องมีการเรียกประชุมชาวบ้านทั้ง 5 หมู่บ้าน ซึ่งก็เห็นพ้องตรงกันว่าจะเก็บเงินครัวเรือนละ 50 บาท ทั้ง 5 หมู่บ้านประมาณ 760 ครัวเรือน จ้างหมอธรรมมาปราบผีปอบ เพื่อความสบายใจของชาวบ้าน
นายบุญมี วรรณฤทธิ์ นายก อบต.สำราญใต้ กล่าวว่า การเชิญหมอธรรมมาปราบผีปอบครั้งนี้ เป็นมติของชาวบ้านที่เห็นพ้องตรงกันว่าจะออกเงินครัวเรือนละ 50 บาท จ้างหมอธรรมมาปราบผีปอบ โดยสามารถเก็บเงินได้ประมาณ 35,000 บาท ซึ่งจะใช้เป็นค่าอุปกรณ์และค่าจ้างหมอธรรม เนื่องจากต้องการให้ชาวบ้านสบายใจ และกล้าออกจากบ้านทำมาหากิน
ทั้งนี้ หลังจากหมอธรรมเดินทางมาถึงพร้อมกับทำพิธีกรรม ระบุว่าผีปอบมีนั้นสิงอยู่ในร่างของนางทอง และนางพาย ซึ่งเป็นชาวบ้านในหมู่บ้าน แต่เดินทางไปทำงานอยู่ที่ จ.อุดรธานี และจ.นครสวรรค์ จากนั้นจึงได้ตกลงกับสามีนางทอง เพื่อรับตัวมาลำพิธี ส่วนนางพายนั้นเดินทางมาเอง
ต่อมานางจุฑามาศ วิลาศรี สาธารณสุขกิ่ง อ.สามชัย พร้อมแพทย์ พยาบาลจากโรงพยาบาลคำม่วง ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจร่างกายนางทอง ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีปอบ ซึ่งกำลังถูกทำพิธี และนอนร้องครวญคราง คล้ายคนเสียสติอยู่กลางศาลา
นางจุฑามาศ วิลาศรี สาธารณสุขกิ่ง อ.สามชัย กล่าวว่า หลังทราบข่าวว่ามีการไล่ผีปอบ จึงเดินทางลงพื้นที่ทันที และจากการตรวจร่างกายนางทองพบว่ามีอาการอ่อนเพีย เนื่องจาดอดอาหาร และมีอาการซักกระตุกเป็นระยะ เหม่อลอย จึงได้ประสานไปยังโรงพยาบาลคำม่วงให้ส่งรถพยาบาลเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว
ส่วนกรณีที่ชาวบ้านระบุว่ามีคนตายติดต่อกันโดยไม่ทราบสาเหตุ 4 คนนั้น หลังจากสอบถามรายละเอียด เบื้องต้นทุกคนที่ตายล้วนแต่มีอายุมากทั้งหมด เฉลี่ยแล้วอยู่ประมาณ 65-80 ปี และจากการสอบถามอาการบางคนเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว บางเส้นเลือดสมองแตก และบางคนหัวใจวายเฉียบพลัน อย่างไรก็ตามจะมีการสอบถามประวัติผู้ที่ตายอย่างละเอียดอักครั้ง จากนั้นจะส่งเจ้าหน้าที่ออกให้ความรู้กับชาวบ้าน
ส่วนผู้ถูกที่ชาวบ้านกล่าวหาว่าเป็นปอบมี 2 คน 1 คนจะมีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าช่วยเหลือตลอดเวลา ซึ่งในวันพรุ่งนี้ภายหลังที่ชาวบ้านอนุญาตให้นำตัวออกจากศาลาเจ้าหน้าที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ส่วนอีก 1 คนร่างกายยังปกติ
ด้านนางพาย (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 42 ปี ผู้ที่ถูกชาวบ้านกล่าวหาว่าเป็นผีปอบ กล่าวว่า ตนและสามีเดินทางไปรับจ้างตัดอ้อยที่ จ.นครสวรรค์ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2549 และเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาญาติได้โทรศัพท์ไปบอกว่าชาวบ้านบอกว่าตนเป็นผีปอบจะต้องเดินทางลงมาทำพิธีฆ่าผีปอบที่อยู่ในตัวโดยเร็วที่สุด จากนั้นตนและสามีจึงลางาน เดินทางลงมาเพราะต้องการพิสูจน์ให้ชาวบ้านทุกคนรู้ว่าตนไม่ได้เป็นผีปอบอย่างที่ถูกกล่าวหา
“ตกใจมากอยู่ดีๆญาติก็โทรศัพท์มาบอกว่าฉันเป็นผีปอบ และรู้สึกน้อยใจที่ถูกกล่าวหา ทั้งๆ ที่ร่างกายก็ปกติดีทุกอย่าง ดังนั้นจึงตัดสินใจเดินทางลงมาพิสูจน์ให้ทุกคนรู้เลยว่าไม่ได้เป็นผีปอบอย่างที่ทุกคนสงสัย ทั้งนี้จึงขอความเห็นใจด้วย เพราะถ้าวันหนึ่งมีคนบอกว่าตัวเองเป็นผีปอบแล้วจะรู้สึกอย่างไร“ นางพายกล่าว


