พิษณุโลก – สั่งอายัดไม้สักทองร่วม 500 ต้นกลางป่า “ทุ่งแสลงหลวง” พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงใน 1 เดือน หลังออป.ส่งคนเข้าโค่นตั้งแต่ปลายปี 49 อ้างเป็น 1 ในพื้นที่ 3.5 แสนไร่ที่รับมอบพื้นที่จากกรมป่าไม้แล้ว ก่อนเข้าพัฒนาตาม “อาจสามารถโมเดล” ของรัฐบาล “แม้ว”
วันนี้ (24 ม.ค.50) ดาบตำรวจเทพนคร พ่วงประเสริฐ ตำรวจป่าไม้ประจำจังหวัดพิษณุโลกสังกัด กก.2 บก.ปทส.(ป้องกันและปราบปรามทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) พร้อมเจ้าหน้าที่ ตชด.315 และร.ต.อ.ปรีชา รัตนวดี หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย ได้นำกำลังเจ้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่สวนป่าบ้านซำรู้ หมู่ที่ 4 ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
ดาบตำรวจเทพนคร เปิดเผยว่า หลังจากมีการสั่งระงับการตัดไม้สักทอง ในพื้นที่สวนป่าบ้านซำรู้ ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ที่ได้ตัดไม้สักทองไปแล้วจำนวน 445 ต้น โดยผู้อำนวยการสำนักบริหารและพัฒนาพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ 11 และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ในฐานะตำรวจป่าไม้ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบข้อเท็จจริง ถึงการทำไม้โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐในเขตอุทยานแห่งชาติว่าถูกต้องหรือไม่
เบื้องต้นพบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นสวนป่าสักทอง ปลูกเมื่อปี 2512 เนื้อที่ 135 ไร่ มีไม้สักทองถูกตัดโค่นล้มอยู่จำนวน 445 ต้น มีนายสว่าง คุ้มคำ อายุ 49 ปี เป็นลูกจ้างชั่วคราวของ ออป.ดูแลพื้นที่อยู่ ซึ่งทราบว่ามีการตัดไม้เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2549 และถูกสั่งระงับการตัดไม้เมื่อ 6 มกราคม 50 ตามคำสั่งของผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้ที่ 11 พิษณุโลก
จากการตรวจสอบพิกัดโดยเครื่องจีพีเอส พบว่า พื้นที่สวนป่าดังกล่าวอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ที่ไม่สามารถนำไม้ออกจากเขตอนุรักษ์ได้ จึงต้องตรวจสอบต้นตอให้ได้ว่า ขั้นตอนการอนุญาตผิดพลาดอย่างไร เพราะสวนป่าดังกล่าว ตามขั้นตอนแล้วเดิมเป็นพื้นที่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติ และส่งมอบให้กรมป่าไม้ ก่อนส่งมอบให้ออป.ดูแล
นายสว่าง คุ้มขำ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ / ม.ภ ต.ห้วยเฮี้ย อ.นครไทย จ.พิษณุดลก เปิดเผยว่า ตนเป็นเพียงลูกจ้างชั่วคราวที่รับจ้าง ออป.ให้มาเฝ้าสวนป่าไม่ให้ถูกลักลอบตัดไม้ตั้งแต่ปี 2548 ก่อนหน้านี้ ออป.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ 1 คน เข้ามาตีตรา และใช้เลื่อยยนต์ตัดไม้ใช้ระยะเวลา 7 วัน กระทั่งมีคำสั่งจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงให้หยุดตัดไม้
นายบุญเกื้อ สุวรรณนิตย์ ผู้จัดการสำนักงานอนุรักษ์และพัฒนาสวนป่าพิษณุโลก องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เปิดเผยว่า พื้นที่สวนป่าซำรู้ ออป.ได้รับมอบจากกรมป่าไม้ เป็นสวนป่าสักที่ปลูกเมื่อปี 2512 เมื่อ ออป.ได้รับมอบมาแล้ว ได้เข้ามาดูแลรักษาป่า และตัดสางระยะต้นไม้ที่มีลักษณะด้อยบดบังต้นไม้ลักษณะดีออก ขอยืนยันว่า ออป.ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง ก่อนจะโค่นไม้ ได้ทำเอกสารแจ้งให้สำนักงานสาขาป่าไม้พิษณุโลกทราบ และได้จัดเจ้าหน้าที่มาตีตราต้นไม้ที่ให้ทำการโค่นล้ม
เมื่อผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ 11 และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงแจ้งมาให้ระงับการตัดไม้ เพราะเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เมื่อวันที่ 10มกราคมที่ผ่านมา และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน คาดว่าจะทราบผลภายในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ว่าจะดำเนินการกับไม้สักทองที่โค่นลงและพื้นที่ป่าที่รับมอบมาอย่างไร
นายอวยพร นิลกำแหง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาไม้เศรษฐกิจภาคเหนือล่าง องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ( จ.ตาก ) ที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่สวนป่าออป.ในเขต 9 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เปิดเผยว่า การระงับทำไม้ในสวนป่าที่กรมป่าไม้มอบให้ ออป.ที่บ้านซำรู้ ถือเป็นกรณีแรกในประเทศไทย และถือเป็นปัญหาใหญ่ของสวนป่าออป.ทั่วประเทศที่ ออป.รับมอบจากกรมป่าไม้ให้ดูแลและพัฒนาสวนป่าเมื่อปี 2548 ทั่วประเทศจำนวน 350,000 ไร่
ทั้งนี้เพราะแผนการพัฒนาสวนป่าของออป.นั้น เป็นการนำพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมนำหลักการและวิธีการมาจาก “อาจสามารถโมเดล” ตามนโยบายของรัฐบาลชุดก่อน ที่ต้องการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมดูแลพื้นที่อนุรักษ์
สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นนี้ เมื่อรับทราบปัญหา ในวันที่ 24 มกราคม ตนได้ระงับการรับมอบสวนป่าจากกรมป่าไม้จำนวน 3 สวนป่า เนื้อที่ 15,000 ไร่ ในจังหวัดพิษณุโลกทันที ได้แก่สวนป่าน้ำคาด สวนป่าลุ่มน้ำวังทอง และสวนป่าชาติตระการ โดยขอให้กรมป่าไม้ตรวจสอบพื้นที่ให้ชัดเจนก่อนว่าอยู่เขตอนุรักษ์และเขตอุทยานหรือไม่ เพราะขณะนี้ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาสวนป่า เฉพาะในจังหวัดพิษณุโลก ที่ออป.รับมอบจากกรมป่าไม้เมื่อปี 2548 จำนวน 30,917 ไร่ เพราะต้องระงับแผนการพัฒนาสวนป่าการตัดสางทั้งหมด เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาเหมือนจุดนี้
นายนพพร ยังบอกอีกว่า จากการรับมอบสวนป่าจากกรมป่าไม้มานั้น ออป.พบว่ามีปัญหามาก โดยกว่า 40 % ที่กรมป่าไม้ส่งมอบพื้นที่ให้ ออป.ดูแลนั้น มีชาวบ้านบุกรุกครอบครองอยู่แล้ว บางพื้นที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่อยู่เลย โดนตัดออกหมดบางแห่งไม่ครบ ออป.ต้องเข้าไปแก้ปัญหาตลอด
อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (25 ม.ค.50) ออป.ได้กำหนดที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดต่อสื่อมวลชน รวมทั้งได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักฯอนุรักษ์ที่ 11 , อุทยานฯ ร่วมในการชี้แจงด้วย


