xs
xsm
sm
md
lg

รพ.แปดริ้วผวาคนไข้ถูกตามฆ่าเร่งส่งผู้ต้องหาถูก ตร.ซ้อมยัดยาเข้าเรือนจำ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ศูนย์ข่าวศรีราชา - โรงพยาบาลเมืองแปดริ้วผวาหวั่นคนไข้ถูกตามฆ่า เร่งส่งตัวผู้ต้องหาถูกตำรวจแปดริ้วกระทืบยัดยากลับเข้าเรือนจำ ทั้งที่อาการยังไม่หายดี ขณะแหล่งข่าวในเรือนจำเผยหลังถูกพาดพิงเตรียมส่งรายงานชี้แจงกรมราชทัณฑ์ ด่วนในวันนี้

วันนี้ (12 ธ.ค.49 ) เวลา 11.00 น.นายสะสม วัฒนกูล อายุ 52 ปี เหยื่อถูกตำรวจชุด ปปส.แปดริ้ว ลวงยัดยาบ้าใช้เข็มขัดรัดคอ ใส่กุญแจมือ สวมถุงดำคลุมศีรษะ รุมซ้อมกระทืบอ่วมซี่โครงหักทิ่มปอดทะลุอาการปรางตาย เพื่อให้ยอมรับสารภาพในข้อกล่าวหาว่ามียาบ้าไว้ในครอบครอง 202 เม็ดและให้รับสารภาพว่าเป็นผู้อุ้มฆ่านายสมภพ (เต่า) หิรัญรักษา อายุ 32 ปี ก่อนถูกทางเรือนจำส่งตัวมาทำการรักษายังโรงพยาบาลเมืองฉะเชิงเทรา

ล่าสุดขณะนี้ทางโรงพยาบาลเมืองฉะเชิงเทรา ได้เร่งส่งตัวนายสะสม กลับคืนเรือนจำอย่างเร่งด่วนแล้วในเวลา 10.30 น. โดยแหล่งข่าวภายในเรือนจำเปิดเผยว่า ทางโรงพยาบาลหวั่นเกรงว่าผู้ต้องหารายนี้จะถูกตามฆ่าปิดปากเพื่อให้เรื่องเงียบ ทั้งที่บาดแผลจากการผ่าตัดรักษาซี่โครงหัก 3 ซี่และปอดฉีกยังไม่หายดี

ขณะเดียวกันหลังจากทางเรือนจำถูกพาดพิงจากเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทางกรมราชทัณฑ์ได้ให้ทางเรือนจำกลางจังหวัดฉะเชิงเทรา ทำรายงานชี้แจงอย่างเร่งด่วนส่งให้ทางกรมฯทราบในวันนี้ แหล่งข่าวจากภายในเรือนจำเผย

ด้านนายแพทย์วีระพงษ์ เพ่งวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการเร่งส่งตัวผู้ต้องหาจากเรือนจำกลับไป แต่ทราบว่าที่ผ่านมามีสื่อมวลชนหลายสาขาเข้ามาทำการสัมภาษณ์ผู้ต้องหา แต่เชื่อว่าคนไข้มีอาการพ้นขีดอันตรายและปลอดภัยแล้วจึงถูกส่งตัวกลับ

ขณะเดียวกันก่อนถูกส่งกลับเข้าเรือนจำ นายสะสม กล่าวว่า จากการที่ พล.ต.ต.บวร นันทะยาวงศ์ ออกมาพูดชี้แจงผ่านสื่อว่า ข้อมูลที่ได้รับรายงานไม่ตรงกันนั้น เป็นเพราะได้รับฟังรายงานเพียงฝ่ายเดียว โดยวันเกิดเหตุหลังตนได้ถูกทำการล่อลวงให้นำยาบ้า 2 เม็ดไปส่งให้เพื่อนนั้น ได้ถูกเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 จี้และรุมกระทืบโดยที่ยังไม่มีโอกาสได้กระทำการต่อสู้แต่อย่างใด แต่ตนยอมรับว่าที่ผ่านมาได้ถูกเจ้าหน้าที่ชุดนี้ปองร้าย จ้องเล่นงานอยู่ตลอดเวลา จึงได้พกพาอาวุธปืนติดตัวไปจริง และยอมรับว่ามียาบ้าที่จะนำไปส่งให้เพื่อนเพียง 2 เม็ดเท่านั้นเพราะเป็นความจริง

ส่วนอีก 200 เม็ดที่เจ้าหน้าที่อ้างว่าได้มาจากการขยายผลนั้น เจ้าหน้าที่ไปได้มาจากใครขยายอย่างไรทั้งที่ตนถูกควบคุมตัวและซ้อมอยู่ตลอดเวลาเกือบทั้งคืน ในวันเกิดเหตุขณะที่ตนไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้อาวุธสงครามจี้ จากนั้นก็ถามหาปืนตนว่า “ปืนมึงอยู่ไหน" ตนก็บอกว่าอยู่ที่เอว พวกเขาก็ไม่ยอมเข้ามาหยิบ แต่ได้ช่วยกันรุมกระทืบซ้อมทำร้ายร่างกายจนล้มลง แล้วพวกเขาจึงมาหยิบปืนผมจากเอวไป และถามว่ายาอยู่ไหน ผมก็บอกว่ามีอยู่ 2 เม็ดในกระเป๋าเสื้อ

"แล้วเขาก็ถามว่ามึงจะเอาอีกไหม กูจะให้มึงอีก 200 เม็ด ผมบอกไปว่าไม่เอามันไม่ใช่ของผมแล้วตำรวจชุดดังกล่าวยังถามผมอีกว่า ไหนเขาบอกว่ามึงมีเป็นถุงโทรฯสั่งมา โทรสั่งมันมา ผมก็ได้บอกไปว่าจะโทรสั่งใครล่ะผมไม่รู้จักใครก่อนที่จะถูกซ้อมและนำขึ้นรถมาซ้อมต่อที่อาคารไม้ด้านหลังโรงพัก สภ.อ.เมืองฉะเชิงเทรา" นายสะสม กล่าว

นายสะสม กล่าวต่อว่า ส่วนในวันที่ตำรวจนำตนไปขออำนาจศาลฝากขังนั้น ตนได้แจ้งให้ศาลทราบไว้แล้วว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อมและศาลได้รับเรื่องไว้แล้ว แต่ทางตำรวจได้อ้างว่าเป็นคดีเกี่ยวกับยาเสพติดจะนำตัวผู้ต้องหามาสอบขยายผล จากนั้นตำรวจได้ขออำนาจศาลเบิกตัวออกมาควบคุมต่ออีก ส่วนที่ทางตำรวจกล่าวอ้างว่าตนพูดคำขู่เจ้าหน้าที่นั้นไม่เป็นความจริงให้ลองนึกดูว่าคน 6 คนกลับคนเพียงคนเดียวจะเอาอะไรไปสู้ หรือกล้าที่จะไปข่มขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ขณะที่เจ้าหน้าที่เรือนจำรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ในวันที่รับตัวผู้ต้องหาเข้าเรือนจำเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.49 จากตำรวจนั้นทางพัศดีเวรได้ให้แพทย์ประจำเรือนจำทำการตรวจและทำบันทึกไว้ว่า ผู้ต้องหาถูกซ้อมมีรอยฟกช้ำทั่วทั้งตัว จนวันที่ 4 ธ.ค.49 ผู้ต้องหามีอาการหายใจไม่ออก เมื่อแพทย์ใหญ่มาทำการตรวจจึงได้รีบให้ทำการส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลภายนอก และพบว่ามีเลือดตกในจากกระดูกซี่โครงหัก 3 ซี่ทิ่มปอดฉีก ซึ่งทางเรือนจำได้ทำการบันทึกไว้และมีหลักฐานชัดเจน