xs
xsm
sm
md
lg

จับพ่อค้ายาไอซ์รายใหญ่ขณะนำเข้าไทยด้านตลาดโรงเกลือ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ศูนย์ข่าวศรีราชา - จับหนุ่มไทยเอเยนต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้ของกลางยาไอซ์กว่า 130 กรัม ยาบ้า 400 เม็ด และยาอี 30 เม็ด ขณะลักลอบนำเข้ามาจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เตรียมส่งขาย กทม.

วันนี้ (26 ต.ค.) เวลา 10.00 น. พ.อ.ไชยชัยยันห์ โสธรชัย ผบ.ฉก.กรม.ทพ.ที่ 12 กกล.บูรพา ได้สั่งการให้ พ.ท.กิตติพัฒน์ กาลปักษ์ รอง ผบ.ฉก.กรม.ทพ.ที่ 12 กกล.บูรพา และ ร.อ.ศลิษฏพงษ์ แก้วพิลา ผบ.ร้อย ทพ.ที่ 1206 ฉก.กรม.ทพ.ที่ 12 กกล.บูรพา นำกำลังเข้าทำการสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้าประเทศไทย บริเวณริมชายแดน หลังสืบทราบว่า ขบวนการค้ายาเสพติดชาวไทยจะลักลอบนำยาเสพติดจากฝั่งประเทศกัมพูชา เข้ามาส่งขายในกรุงเทพฯ

โดยลักลอบเดินทางเข้ามาบริเวณเขตแดนนอกด่านอรัญประเทศ ด้านหลังตลาดโรงเกลือ โดย พ.ท.กิตติพัฒน์ กาลปักษ์ รอง ผบ.ฉก.กรม.ทพ.ที่ 12 กกล.บูรพา นำกำลังเข้าดักซุ่มบริเวณด้านหลังตลาดโรงเกลือ จนกระทั่งตรวจพบชายไทยต้องสงสัย สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว ลักษณะตรงตามที่สายรายงาน เดินลัดเลาะป่าละเมาะจากฝั่งปอยเปต ด้านข้างบ่อนกาสิโนฯในฝั่งปอยเปต เข้ามามุ่งหน้าเข้าด้านหลังตลาดผลไม้ ในตลาดโรงเกลือ

เจ้าหน้าที่ชุดดักซุ่มจึงสะกดรอยติดตาม จนกระทั่งชายคนดังกล่าวเดินเข้ามาในตลาดโรงเกลือ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้น ซึ่งจากการตรวจค้นพบพาสปอร์ตประเทศไทย ระบุชื่อนายฉัตรชัย ชั้นบุญ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/380 ม.3 ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุทธยา โดยพาสปอร์ตได้ประทับตราออกนอกประเทศเมื่อวันที่ 24 ต.ค.2549 แต่ไม่มีการประทับตราเข้าประเทศ จึงควบคุมตัวมาตรวจค้นที่ บก.ร้อย ทพ.ที่ 1206 (บก.คลองลึก) ฉก.กรม.ทพ.ที่ 12 กกล.บูรพา

จากการตรวจค้นพบยาไอซ์ ชนิดเกล็ดสีขาว บรรจุในถุงพลาสติกใส 2 ถุง พันทับด้วยเทปกาวสีน้ำตาล น้ำหนักรวม 132.7 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกางเกงในด้านหลัง และพบยาบ้าชนิดเม็ดสีส้ม 393 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกสีฟ้า 2 ถุง ห่อหุ้มด้วยเทปกาวสีดำ ซุกซ่อนอยู่ในเป้ากางเกงใน

นอกจากนี้ ยังตรวจพบยาอี เม็ดสีเทา พิมพ์รูปดาวบนเม็ดยา 30 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกใสซุกซ่อนอยู่ซองบุหรี่ จึงควบคุมตัว ส่งให้ ร.ต.อ.วิชาญ จิตตยานันท์ รอง สว.สส.สภ.ต.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อร่วมทำการสอบสวน

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายฉัตรชัย รับสารภาพว่า ได้แฝงตัวเป็นนักพนันใช้พาสปอร์ต เดินทางเข้าไปในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2549 แต่ไม่ได้เข้าไปในบ่อนกาสิโน ได้เดินทางเลยเข้าไปซื้อยาไอซ์และยาบ้าจากพ่อค้าชาวเขมรในตลาดปอยเปต ฝั่งกัมพูชา โดยยาไอซ์ซื้อมาในราคา 1.8 แสนบาท ยาบ้าราคา 3 หมื่นบาท และได้ซื้อยาอีมาอีก 30 เม็ด ราคาเม็ดละ 500 บาท เมื่อได้ยาแล้วจึงได้เดินทางลักลอบเข้ามาโดยไม่ผ่านด่านชายแดนอรัญประเทศ จนกระทั่งมาถูกทหารพรานจับตัวได้

พร้อมกับสารภาพอีกว่า ได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู รุ่น 325 สีดำ ทะเบียน 4ฐ-9552 กทม.มารับยา โดยฝากไว้ที่ลานจอดรถในตลาดโรงเกลือ ซึ่งยาเสพติดที่ซื้อมาจะนำไปส่งให้นายทุนที่บริเวณถนนรัชดา และทำมาแล้วหลายครั้ง หลังจากสอบสวนเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันนำตัวไปทำการขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไปที่ กรุงเทพฯ

พ.ท.กิตติพัฒน์ เปิดเผยว่า การจับยาไอซ์ครั้งนี้ นับว่าเป็นครั้งใหญ่ที่สุด เนื่องจากได้ของกลางเป็นยาไอซ์จำนวนมาก ทำให้ทราบว่าในฝั่งกัมพูชา ได้มียาไอซ์ระบาดเพิ่มขึ้นแล้ว นอกเหนือจากที่เคยจับได้แต่ยาบ้า