ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- คณะนักเรียน นักศึกษา ประชาชน และผู้นำชุมชน จ.สุรินทร์ กว่า 200 คน ร่วมกันบวชชีพราหมณ์ รักษาศีล 8 ข้อ ที่วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร ตั้งอยู่บนยอดเขาติดชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ด้านผู้ว่าฯเตรียมพัฒนายกระดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ตามแนวพระราชดำริให้ประชาชนรักและหวงแหนป่าไม้
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสุรินทร์ ว่า ที่วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ พระคุณพระพรหมเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ นายสมพงษ์ อนุยุทธพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในการมอบใบประกาศเกียรติคุณ แก่คณะประชาชน นักเรียน นักศึกษา ผู้นำชุมชน ในเขตพื้นที่อำเภอบัวเชด จ.สุรินทร์ จำนวน 200 คน ที่เข้าร่วมพิธีทางศาสนาด้วยการบวชชีพราหมณ์ รักษาศีล 8 ข้อ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี
พระคุณพระพรหม เมธี กรรมการมหาเถรสมาคม ได้แสดงธรรมเทศนา ว่า การบวชชีพราหมณ์ของญาติโยม การรักษาศีล การกระทำความดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสที่พระองค์ท่าน ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ถือเป็นการปฏิบัติบูชา ที่ควรแก่การยกย่อง จึงขอให้ทุกคน ยึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวัน ขอให้ตั้งมั่นในความดี เพื่อสุขสงบของชุมชน และบ้านเมืองตลอดไป
ด้าน นายสมพงษ์ อนุยุทธพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวถึงบริเวณวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่บนยอดเขา สูงตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า เป็นพื้นที่ที่เหมาะสม ในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และแหล่งศึกษาธรรมชาติ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้สมบูรณ์ ต้องการให้นักเรียนนักศึกษา ประชาชนทั่วไป ได้เข้ามาเรียนรู้ศึกษาวิถีป่าชุมชนที่แท้จริง
โดยเฉพาะผืนป่าแห่งนี้เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ ไหลจากเทือกเขาลงสู่แหล่งน้ำหลายแห่งในเขตจังหวัดสุรินทร์ ประชาชนทุกคนจะได้หวงแหนผืนป่าไว้ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการช่วยกันรักษาป่าไม้ เพื่อให้พื้นที่เกิดความอุดมสมบูรณ์
ดังนั้น ตนจะนำงบประมาณผู้ว่าฯซีอีโอ เข้ามาพัฒนาพื้น โดยขอให้นายอำเภอบัวเชดประสานงานกับ อบต.จรัส พระพิศาลภาวนาศาสนกิจ เจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เพื่อกำหนดแผนพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แหล่งศึกษาธรรมชาติ อย่างถาวรต่อไป


