ตาก – งบช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตากส่งกลิ่น ชาวบ้านโวย “ถุงยังชีพ” สุดห่วย มูลค่าเครื่องอุปโภค-บริโภค ที่ได้รับแจก รวมได้ไม่ถึงครึ่งของราคาที่ตั้งเบิก พร้อมเปิดถุงให้นับต่อหน้า ขณะที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก ตั้งเรื่องเบิกงบทดรองราชการช่วยผู้ประสบภัยแล้ว 3 ครั้งซ้อน รวมเงินกว่า 10 ล้าน
รายงานข่าวจากจังหวัดตาก แจ้งถึงรายละเอียดการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมของจังหวัดตาก ว่า ได้มีการใช้เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) เพื่อจัดซื้อกระสอบทราย และถุงยังชีพ จำนวน 3 ครั้ง รวมวงเงิน 10,316,000 บาท
โดยครั้งแรก สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก ที่มี ร.ท.กิตติรัตน์ สอนซื่อ เป็นหัวหน้าฯ ได้ขออนุมัติเบิกเงินทดรองราชการซื้อกระสอบทราย และถุงยังชีพ ตามบันทึกข้อความด่วนที่สุดที่ มท.0611.ตก/1336 ลงวันที่ 25 พ.ค.49 ระบุว่า เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดตาก ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2546 และหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินการให้ความช่วยเหลือฯ พ.ศ.2546 จึงได้มีการขออนุมัติเบิกเงินทดรองราชการ จำนวน 5,750,000 บาท เพื่อจัดซื้อกระสอบทราย 250,000 ใบ (ราคา 7.00 บาท/ใบ) ถุงยังชีพ 10,000 ถุง (ราคาไม่เกิน 400 บาท/ถุง) สำหรับผู้ประสบภัยใน อ.บ้านตาก และ อ.เมืองตาก
ครั้งที่ 2 เป็นการขอเบิกเงินทดรองราชการฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเขต ต.วังหมัน อ.บ้านตาก และท้องที่อื่นๆ ของ อ.บ้านตาก อีก 3,566,000 บาท เพื่อจัดซื้อกระสอบทรายใช้แล้ว ในราคา 7.00 บาท/ใบ จำนวน 100,000 ใบ และถุงยังชีพ ในราคาไม่เกิน 400 บาท/ถุง อีก 7,165 ถุง ปรากฏรายละเอียดในบันทึกข้อความด่วนที่สุดที่ มท.0611.ตก/1351 ลงวันที่ 26 พ.ค.49
และครั้งที่ 3 ก็ได้ขอเบิกเงินทดรองราชการในทำนองเดียวกันอีก 1 ล้านบาท เพื่อซื้อข้าวสารอาหารแห้ง และเครื่องกระป๋อง เพื่อจัดทำเป็นถุงยังชีพแก่ราษฎรในเขตพื้นที่อำเภอบ้านตาก จำนวน 2,500 ถุง ในราคาถุงละไม่เกิน 400 บาท ตามที่ได้รับแจ้งทางวิทยุอำเภอบ้านตาก ที่ ตก.0217.3/129 ลงวันที่ 29 พ.ค.49
ทั้งนี้ กรณีการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของจังหวัดตาก ดูเหมือนจะเป็นไปอย่างเรียบร้อย และเป็นไปตามระเบียบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกข้อ แต่อย่างไรก็ตาม ล่าสุด กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันว่า อาจจะมีเหลือบเกิดขึ้นในกระบวนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดตากครั้งนี้ โดยเฉพาะกรณี “ถุงยังชีพ” ที่มีการจัดซื้อมาราคา 400 บาท/ถุง แต่มูลค่าสินค้าที่บรรจุภายในกลับมีมูลค่าไม่ตรงตามที่กำหนด
โดย นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดเผยว่า เขาได้รับหนังสือร้องเรียนจากราษฎร อ.สามเงา, อ.บ้านตาก, อ.เมือง และกิ่ง อ.วังเจ้า ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2549 ที่ผ่านมา ต่อมาทางจังหวัดตากได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ตาก นำถุงยังชีพมาแจกให้ผู้ประสบความเดือดร้อน โดยในถุงยังชีพมีเครื่องอุปโภค-บริโภค ไม่มีคุณภาพ เช่น ข้าวสารชั้นต่ำ ปลากระป๋องไร้คุณภาพ ผักกาดดอง และน้ำปลา น้ำมันปาล์ม รวมทั้งนมข้นที่ไม่มีความจำเป็นต่อการยังชีพ
ทั้งนี้ ชาวบ้านได้ประเมินสินค้าจากท้องตลาดแล้ว มีราคาไม่เกิน 200 บาท และตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเบิกเงินจัดซื้อสูงถึงถุงละ 400 บาท ซึ่งชาวบ้านเห็นว่าไม่ถูกต้อง จึงมาร้องเรียนให้ตรวจสอบ
และจากการตรวจสอบถุงยังชีพกับชาวบ้านที่ได้รับแจก ที่ ต.แม่สลิด อ.บ้านตาก จ.ตาก ซึ่งมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก โดยมีชาวบ้านนำเครื่องอุปโภค-บริโภค มาเปิดให้ดูปรากฏว่า ในถุงยังชีพชุดที่ 1 ประกอบด้วย น้ำปลาตราหอยหลอด ขวดเล็ก ราคา 13 บาท , น้ำมันพืชโอลีน ขนาด 500 มล.ราคา 20 บาท, นมข้นหวาน ตราออร์คิด ขนาด 388 กรัม ราคา 18 บาท, โอวัลติน ซองขนาด 75 กรัม ราคา 13 บาท, ปลากระป๋อง ตรานกพิราบ ขนาด 155 กรัม จำนวน 3 กระป๋อง ราคา 30 บาท (กระป๋องละ 10 บาท), ผักกาดดองตรานกพิราบ 2 กระป๋อง (กระป๋องละ 12 บาท) ราคา 20 บาท, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไว 5 บาท 4 ซอง มูลค่า 20 บาท และข้าวสารประมาณ 2 กก.(กก.ละ 15 บาท) มูลค่า 30 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 168 บาท
ขณะที่ถุงยังชีพชุดที่ 2 ภายในประกอบด้วย น้ำปลาตราปลากะตัก ขนาด 750 กรัม ราคา 23 บาท, น้ำมันพืช ทิพ ขนาด 1 ลิตร ราคา 37 บาท, นมข้นหวาน ตราออร์คิด ขนาด 388 กรัม ราคา 18 บาท, โอวัลตินซองขนาด 75 กรัม 13 บาท, ปลากระป๋องตรานกพิราบ ขนาด 155 กรัม จำนวน 3 กระป๋อง คิดเป็นมูลค่า 30 บาท, ผักกาดดอง ตรานกพิราบ 2 กระป๋อง (กระป๋องละ 12 บาท) รวม 24 บาท และข้าวสาร 2 กก. ราคา 30 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 172 บาท
แต่ถ้าหากคำนวณตามราคาที่ได้มีการทำเรื่องขอเบิกเงินทดรองราชการครั้งแรกจำนวน 5,750,000 บาท นำไปจัดซื้อกระสอบทรายใช้แล้วในราคา 7 บาท/ใบ จำนวน 250,000 ใบ ใช้เงินไป 1,750,000 บาท เหลือเงินอีก 4 ล้านบาทถ้วน นำไปซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อทำถุงยังชีพได้ 10,000 ถุง แสดงว่า ถุงยังชีพที่นำมาแจกจ่ายให้กับราษฎรล็อตแรก ราคา 400 บาทถ้วน ซึ่งถือว่ามีราคาสูงกว่าราคาสินค้าที่บรรจุในถุงยังชีพล็อตแรกถึง 232 บาท/ถุง (ราคาสินค้าในถุงยังชีพล็อตแรกรวมแล้วคิดเป็นมูลค่า 168 บาท)
ชาวบ้านผู้ประสบความเดือดร้อน พูดทำนองเดียวกันว่า ของที่มาแจกทุกอย่าง ไม่มีคุณภาพ ชาวบ้านในพื้นที่ยังไม่ซื้อกินเลย อย่างเช่น นมข้นหวาน-ผักกาดกระป๋องเอามาให้ทำไม โดยเฉพาะปลากระป๋อง สภาพกระป๋องบุบเบี้ยวแทบทุกกระป๋อง
สำหรับราษฎรที่ประสบอุทกภัยที่ผ่านมา มีทั้งหมด 21,665 ครัวเรือน โดยทุกครัวเรือนได้รับการแจกถุงยังชีพครบหมดแล้ว


