ศูนย์ข่าวขอนแก่น- ขอนแก่นเตรียมฟื้นหมู่บ้านงูจงอาง “บ้านโคกสง่า” ให้กลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกครั้ง หลัง ททท.เคลียร์ความขัดแย้งปัญหาแตกแยกกลุ่มผู้เลี้ยงงูในชุมชนได้สำเร็จ เผยร่วม 10 ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวหาย ขายการแสดงงูไม่ออก ผอ.ททท.เขต 3 เผย อนาคตอาจพัฒนาเป็นสวนสัตว์งูพิษแห่งเดียวในไทย
นายเจตน์ ธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวถึง หมู่บ้านงูจงอาง ซึ่งตั้งอยู่บ้านโคกสง่า อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ว่า เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของจังหวัด เป็นหมู่บ้านเพียงแห่งเดียวของประเทศ ที่มีการเลี้ยงงูจงอางแทบทุกครัวเรือน แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เดินทางไปเยี่ยมชมจำนวนมาก แต่ระยะหลังชาวบ้านที่เลี้ยงงูจงอางในหมู่บ้านดังกล่าว เกิดความขัดแย้งกัน
ส่งผลให้แบ่งแยกกลุ่มผู้เลี้ยงงูออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มชมรมงูจงอางหมู่บ้านโคกสง่า และกลุ่มชมรมงูจงอางแห่งประเทศไทย การแบ่งกลุ่มนี้นำมาซึ่งการแข่งขันกันเองภายในชุมชน โดยต่างฝ่ายต่างพยายามดึงนักท่องเที่ยวเข้าชมการแสดงงูจงอางภายใต้การจัดการของกลุ่มตน จนสร้างความสับสนให้กับนักท่องเที่ยว
“ความขัดแย้งแข่งขันกันเองทำให้เกิดปัญหาตามมา คือ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ลำบากใจในการให้การสนับสนุนกิจกรรม จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ ททท. พิจารณาหาทางแก้ไข” นายเจตน์ กล่าวและว่า
ภายหลังจากการท่องเที่ยวฯ เข้าไปประชุมปรึกษาหารือกับแกนนำทั้ง 2 กลุ่มแล้ว ทุกคนต่างเห็นพ้องกันที่จะรวมเป็นชมรมเดียวกัน เพื่อยุติปัญหา ไม่ให้นักท่องเที่ยวและบุคคลภายนอก เห็นว่า คนในหมู่บ้านงูจงอางเกิดความขัดแย้งกัน แล้วมาร่วมกันสร้างสรรค์ให้หมู่บ้านโคกสง่า เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดอีกครั้ง ซึ่งหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ก็ยินดีที่จะให้การสนับสนุนเต็มที่
นายนวล สารสอน ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศ (ททท.) สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 3 จ.ขอนแก่น กล่าวว่า จากกรณีความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ได้ปรึกษาหารือกับแกนนำทั้ง 2 ฝ่ายจนมีข้อยุติ เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2549 ที่ผ่านมานี้เอง โดยจะรวมเป็นชมรมเดียวกัน เพื่อสร้างความปรองดอง ความสามัคคีภายในหมู่บ้าน
รวมทั้งการเสนอของบประมาณจากหน่วยราชการ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมเพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้กลับเข้าไปเที่ยวชมการแสดงงูจงอางอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับหมู่บ้านงูจงอาง นอกจากลดความขัดแย้งในหมู่บ้านแล้ว ยังก่อให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวประจำจังหวัด ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง สำคัญไปมากกว่านั้น จะก่อให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยว และการขายสินค้าที่ระลึกได้อีกมาก
นายนวล กล่าวอีกว่า สำหรับการพัฒนาในอนาคต หมู่บ้านงูจงอางแห่งนี้ อาจจะมีสวนสัตว์งูพิษ และเป็นศูนย์ศึกษาสัตว์พิษที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย รวมทั้งการเป็นสวนสมุนไพร เพื่อการใช้รักษาและเพื่อการศึกษา ที่นอกเหนือจากการเป็นแหล่งท่องเที่ยวในด้านวิถีชีวิตในชุมชน และการแสดงของคนกับงูอย่างเช่นที่ผ่านมา โดยขณะนี้ทราบว่า หลายหน่วยงานทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ททท.และจังหวัดขอนแก่น พร้อมให้การสนับสนุนทุกด้าน
ด้านนายศิริศักดิ์ น้อยเล็ก ประธานชมรมงูจงอางบ้านโคกสง่า กับ นายทา บุตตา ประธานชมรมงูจงอางแห่งประเทศไทย ร่วมกันเปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างกำหนดชื่อใหม่ ซึ่งอาจจะเป็นชมรมงูจงอางแห่งประเทศไทย บ้านโคกสง่า หรือชมรมงูจงอางบ้านโคกสง่า ในชื่อใดชื่อหนึ่ง แต่จะไม่ทิ้งคำว่า หมู่บ้านงูจงอาง เพราะเป็นชื่อเสียงที่รู้จักกันทั่วไป โดยจะใช้ที่สาธารณประโยชน์ดอนปู่ตา พื้นที่ประมาณ 6 ไร่ เป็นที่จัดตั้งห่างจากหมู่บ้านประมาณ 300 เมตร ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ
“ตอนนี้หมู่บ้านงูจงอาง บ้านโคกสง่าของเรา พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ด้วยงูจงอางจากคนทั้งหมู่บ้านแล้ว ปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 200 ตัว”
สำหรับหมู่บ้านโคกสง่า หรือหมู่บ้านงูจงอาง ในอดีตราษฎรในหมู่บ้านมีอาชีพขายยาสมุนไพรเป็นหลัก โดยเดินทางเร่ขายในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งจะนำงูจงอางไปแสดง ดึงดูดความสนใจ ทำให้มีการเลี้ยงงูจงอางแทบทุกครัวเรือน และหลังจากมีชื่อเสียง จนนักท่องเที่ยวสนใจไปเยี่ยมชมถึงหมู่บ้าน ทำให้มีการจัดแสดงของชาวบ้านกับงูจงอาง เช่น การรำงู การอมหัวงู การต่อสู้ระหว่างคนกับงู และการแสดงอื่นๆ โดยใช้ชื่อ ชมรมงูจงอางบ้านโคกสง่า ตั้งอยู่ในวัดศรีธรรมา ซึ่งเป็นวัดในหมู่บ้าน เป็นสถานที่จัดแสดง
ต่อมาในปี 2541 ได้เกิดความขัดแย้งกันเอง จนแยกตัวเป็น 2 ชมรม โดยชมรมงูจงอางบ้านโคกสง่า ยังตั้งอยู่ภายในวัด และชมรมงูจงอางแห่งประเทศไทย ออกมาตั้งแสดงอยู่นอกวัด ทำให้เกิดปัญหาแก่นักท่องเที่ยวและผู้ให้การสนับสนุนเรื่อยมา


