ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- ระดมช่างทอผ้าฝีมือเยี่ยมที่สุดของเมืองสุรินทร์ 150 คน ร่วมทอผ้าไหมยกทองคลุมพระอังสา 29 ผืน ทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อพระราชทานให้พระราชอาคันตุกะหลายสิบประเทศทั่วโลก ที่จะเสด็จฯเข้าร่วมพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ยังประเทศไทย ระหว่าง 12-13 มิ.ย.นี้ โดยกำหนดแล้วเสร็จและส่งให้กระทรวงต่างประเทศในวันที่ 25 พ.ค.นี้
วันนี้ (14 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่บ้านท่าสว่าง ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกมาแล้ว จากการทอผ้าไหมตัดเสื้อให้ผู้นำกลุ่มประเทศเอเปกได้สวมใส่เมื่อครั้งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพประชุมเอเปก ปี 2547
ขณะนี้กำลังมีการระดมช่างทอผ้าไหมยกทองเร่งทอผ้าไหมยกทอง เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงพระราชทานให้สมเด็จพระราชาธิบดี สมเด็จพระราชินี และผู้แทนพระองค์จากหลายสิบประเทศทั่วโลก ที่จะเสด็จฯ เข้าร่วมพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ยังประเทศไทย ในระหว่างวัน ที่ 12-13 มิ.ย. นี้
อ.วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้ออกแบบลายผ้าไหมยกทองและควบคุม การทอผ้าไหมยกทอง ดังกล่าว เปิดเผยว่า ได้ทำการรวบรวมและระดมช่างทอผ้าไหยกทองฝีมือดีที่สุดในจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 150 คน จากตำบลท่าสว่าง และตำบลเขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ มาร่วมกันทอผ้าไหมยกทองตลอด 24 ชั่วโมง โดยเป็นผ้าไหมยกทองคลุมพระอังสา จำนวนทั้งหมด 29 ผืน แต่ละผืนมีขนาดความกว้าง 75 เซนติเมตร ยาว 2 เมตร 20 เซนติเมตร
ทั้งนี้ ผ้าไหมยกทองทั้ง 29 ผืน มีความละเอียดของลวดลายและความประณีต ในการทอมาก แต่ละวันช่างทอ ผ้าไหมสามารถทอได้เพียงวันละ 3 เซนติเมตรต่อหนึ่งกี่เท่านั้น (กี่ คือ อุปกรณ์ในการทอผ้า ด้วยมือทำด้วยไม้ ) เนื่องจากความละเอียดของลวดลายผ้าที่ทอมี ถึง 1,081 ตระกรอ (ตระกรอ-เป็นชื่อเรียกหน่วยความละเอียดผ้า หากเป็นผ้าไหม หมัดหมี่ทั่วไปจะอยู่ที่ 50-100 ตระกรอเท่านั้น) ซึ่งแต่ละผืนจะมีลวดลายโบราณ ถึง 16 ลาย และมีการอัญเชิญตราสัญลักษณ์ทรงครองราชย์ 60 ปี มาทอลงบนผืนผ้าด้วยความประณีตทุกผืนด้วย
“ส่วนสีที่ใช้ในการย้อมผ้าไหมยกทองในครั้งนี้ก็เป็นสีจากเปลือกไม้และคั่ง ซึ่งเป็นวัตถุสีที่หาได้จากธรรมชาติไม่มีการใช้สารเคมีเจือปนแต่อย่างใด” อ.วีรธรรม กล่าว
นางละออง วชิมาเภท ชาวตำบลท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ หนึ่งในช่างผู้ทอผ้ายกทอง กล่าวว่า แม้จะไม่ได้เป็นผู้ทูลเกล้าฯถวายผ้าไหมด้วยตัวเอง แต่รู้สึกภูมิใจ และเป็นเกียรติประวัติสูงสุดในชีวิต ที่มีโอกาสได้ทอผ้า เพื่อทูลเกล้าถวายพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สำหรับการที่จังหวัดสุรินทร์ ได้มีโอกาสทอผ้าไหมเพื่อทูลเกล้าฯถวายในครั้งนี้ สร้างความภาคภูมิใจและถือเป็นเกียรติภูมิของชาวสุรินทร์ทุกคน โดยการทอผ้าไหมยกทองคลุมพระอังสาทั้งหมดจะแล้วเสร็จและส่งมอบให้กระทรวงต่างประเทศ ได้ในวันที่ 25 พ.ค.นี้


