ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ – “เสรีพิศุทธ์” นำกำลัง ปปง.และตำรวจภูธรภาค 5 กว่า 100 นาย บุกตรวจทรัพย์สินเครือข่ายโกงลำไยปี 47 “โกเก๊า” อดีตนายก อบจ.ลำพูน 23 จุดในเชียงใหม่ และลำพูน ยึดรถยนต์ 7 คัน และโฉนดที่ดิน 25 แปลง มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท หลังมีหลักฐานชัดพบว่าร่วมกับพวก 150 คน ซื้อขาย “ลำไยลม” เชิดเงินกว่า 195 ล้านบาทใช้ส่วนตัว
วันนี้ (7 มี.ค.) เวลาประมาณ 08.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส จเรตำรวจแห่งชาติ นำกำลังเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 กว่า 100 นาย กระจายกำลังเข้าตรวจอายัดทรัพย์สินผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตลำไยปี 2547 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน รวม 23 จุด
โดยมีจุดสำคัญอยู่ในพื้นที่จังหวัดลำพูน โดยเฉพาะที่บริษัท พิสิฐอุตสาหกรรม จำกัด เลขที่ 84/1-2/4 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และโรงงานไม้อัดลำพูน เลขที่ 91 หมู่ 5 ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นของนายประเสริฐ ภู่พิสิฐ หรือ “โกเก๊า” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน
รวมทั้งบ้านภรรยาและเครือญาติ รวมทั้งเครือข่ายจุดรับซื้อที่มีทั้งนักธุรกิจและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ซึ่งส่วนใหญ่พบว่ามีการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปแล้วบางส่วน โดยเจ้าหน้าที่ได้อายัดตรวจยึดและรวบรวมทรัพย์สินไปเก็บไว้ที่สำนักงานกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อสรุปมูลค่าทรัพย์สิน ขณะที่นายประเสริฐให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคู่สัญญาซื้อขายลำไยในปี 2547 และพร้อมจะต่อสู้ทางกฎหมายจนถึงที่สุด
จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เวลานี้ได้ดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดคดีทุจริตลำไยปี 2547 ไปแล้วทั้งสิ้น 3,710 คดี แยกเป็นคดีฉ้อโกงและความผิดเกี่ยวกับเอกสารจำนวน 1,368 คดี คดีแจ้งความเท็จจำนวน 2,284 คดี และคดีอื่นๆ อีก 58 คดี สำหรับในส่วนของคดีนี้จากการสอบสวนเกษตรกรพบว่าไม่มีการขายลำไยจริง โดยมีนายประเสริฐเป็นหัวหน้ากลุ่ม และมีสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน และผู้ประกอบการหน่วยรับซื้อในเครือข่ายเป็นผู้ร่วมดำเนินการ
ซึ่งกระบวนการกระทำความผิดเริ่มตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเกษตรกร (ลย.1) เท็จ โดยจัดลูกน้องและบริวารออกรวบรวมบัตรประจำตัวประชาชนจากเกษตรกรและชาวบ้านในเขตอำเภอลี้ และอำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน ไปจัดทำแบบขึ้นทะเบียน ลย.1 เท็จ ด้วยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่เกษตรกรประจำตำบลประจำสำนักงานเกษตรอำเภอลี้ แล้วให้เกษตรกรไปเปิดบัญชีธนาคารและทำบัตรเอทีเอ็มมามอบให้กับกลุ่มผู้ดำเนินการ
หลังจากนั้นได้นำเอาแบบขึ้นทะเบียน ลย.1 อันเป็นเท็จไปทำหลักฐานการซื้อขายและส่งมอบลำไย(อ.ต.ก.สพ.01) ที่หน่วยรับซื้อในเครือข่ายทั้ง 20 หน่วย โดยไม่มีการส่งมอบลำไยจริง หรือ “ลำไยลม” ด้วยความร่วมมือของพนักงาน อ.ต.ก.ประจำหน่วยรับซื้อ และได้รับเช็คค่าลำไยสดจากพนักงาน อ.ต.ก.ทั้งสิ้นจำนวนประมาณ 4,900 ฉบับ เป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 195,791,588 บาท นำไปเข้าบัญชีธนาคารในนามเกษตรกรแล้วใช้บัตรเอทีเอ็มที่ทำไว้ไปถอนเงินสดออกมาใช้ประโยชน์ส่วนตัว บางกรณีจะนำเช็คไปเข้าบัญชีของเครือญาติหรือบริวารของนายประเสริฐ แล้วถอนเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวเช่นกัน
ขณะที่ พ.ต.อ.ยุทธบูล ดิสสะมาน รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รักษาราชการแทน เลขาธิการ ปปง.เปิดเผยว่า ผลการตรวจค้นในครั้งนี้สามารถอายัดทรัพย์สินกลุ่มขบวนการทุจริตลำไยปี 2547 สามารถตรวจยึดทรัพย์สินที่คาดว่าได้มาจากการทุจริตหลังปี 2547 ประกอบด้วย รถยนต์ 7 คัน โฉนดที่ดินจำนวน 25 แปลง รวมมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท และเอกสารรายงานการรับซื้อลำไย เอกสารใบส่งของและใบเสร็จเกี่ยวกับลำไยจำนวนมาก รวมทั้งบัญชีหนี้สินของเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหานำหลักฐานมาชี้แจงที่มาของทรัพย์สินภายใน 90 วัน และจะได้สืบสวนทรัพย์สินที่คาดว่านำไปซุกซ่อนไว้อีกต่อไป
สำหรับเครือข่ายทุจริตลำไยปี 2547 กลุ่มนี้มีผู้เกี่ยวข้องที่ถูกกล่าวหาในคดีรวม 150 คน นำโดย นายประเสริฐ ภู่พิสิฐ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ผู้ประกอบการหน่วยรับซื้อ ได้แก่ นายมนตรี นุมัติ, นายกิตติศักดิ์ มีจี๋, นางอรวรรณ ภู่พิสิฐ, นายสุรสิทธิ์ วงศ์การณ์ (ส.จ.ลำพูน), นายสมบูรณ์ พุทธจน, นายวิเชียร มูลทองแดง, นายนรินทร์ ฟูสุวรรณ (ส.จ.ลำพูน), นายดาเรศน์ แสงยาสมุทร, นายวรชาติ ศรีไม้, นายรัฐเกียรติ โพธิวรากูร (ส.จ.ลำพูน), นายถวิล เทพวงศ์, นางรุจิรา ภู่แดง, นางเทิด เตจ๊ะพิงค์, นางจำเนียร ฟูบางไค้, นางจันทร์ตา ชัยสิทธิ์, นายวิรัตน์ กิติจิต และนางวิไล อุดดง นอกจากนี้ ยังมีอดีตเกษตรจังหวัดลำพูน และเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลสำนักงานเกษตรอำเภอลี้ รวม 2 คน พนักงาน อ.ต.ก.ประจำหน่วยรับซื้อจำนวน 13 คน และผู้ทำหน้าที่รวบรวมเอกสารบัตรประจำตัวประชาชนมาจัดทำแบบขึ้นทะเบียนเกษตรกรจำนวน 117 คน
ทั้งนี้ ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ในคดีแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานและแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ (ขึ้นทะเบียน ลย.1), ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม และใช้หรืออ้างเอกสารราชการที่แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ(แบบ ลย.1), ฉ้อโกง(เงินค่าลำไย), ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม(แบบ อตก.สพ.01),
เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต (เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ),เป็นพนักงานองค์กรของรัฐมีหน้าที่ซื้อหรือจัดการทรัพย์สินใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กรของรัฐและเป็นพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต (พนักงาน อ.ต.ก.ประจำหน่วย) และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานและพนักงานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่


