xs
xsm
sm
md
lg

พิพิธภัณฑ์ อนุสรณ์สถาน สุสาน บทบันทึก สึนามิ ที่ยังมีอุปสรรค

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เรื่องราวประวัติศาสตร์ความหายนะจากคลื่นสึนามิ กำลังจะถูกจารึกไว้ใน “จดหมายเหตุ” บทบันทึกเหตุการณ์อันนำพาความโศกเศร้า สูญเสียมาสู่มวลมนุษย์อย่างไม่คาดฝัน รวมทั้งการจัดสร้าง “อนุสรณ์สถานและสุสานสึนามิ” ที่เขาหลัก พังงา และหาดไม้ขาว ภูเก็ต เพื่อรำลึกถึงผู้จากไป อย่างไรก็ตาม ผู้นำชุมชนหาดไม้ขาวยังมีความแย้งเพราะไม่อยากให้พื้นที่ถูกใช้เป็น “สุสาน” ของคนต่างถิ่น

...................................................

ภายหลังคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 4 ม.ค. ให้จัดทำจดหมายเหตุแห่งชาติเพื่อบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ประวัติศาสตร์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มภาคใต้ และมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้รับผิดชอบในวันนี้ (7 ม.ค.) คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม จะนำขบวนลงพื้นที่ภูเก็ต พังงา กระบี่ เพื่อปรึกษาหารือร่วมกับองค์กรท้องถิ่นให้พื้นที่ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจัดแสดงเกี่ยวกับเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้

“การบันทึกเหตุการณ์ เป็นหน้าที่ของสำนักงานหอจดหมายเหตุแห่งชาติที่ต้องทำอยู่แล้ว โดยจะรวบรวมภาพถ่าย ทั้งภาพเคลื่อนไหว ภาพนิ่ง ในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนเอกสารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ภัยพิบัติในครั้งนี้”

นอกจากนั้น กระทรวงยังจะประสานไปยังหน่วยงานทั้งราชการและเอกชน เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานด้านสื่อ และองค์กรมูลนิธิที่เข้าไปช่วยเหลือเพื่อขอเอกสารสิ่งพิมพ์ ข่าว คำสั่ง ประกาศ รายชื่อผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย เพื่อเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์

“คงต้องลงพื้นที่อีกหลายครั้งเพื่อดูว่าพื้นที่บริเวณไหนจะเหมาะสม เพื่อนำเสนอต่อครม.ต่อไป ส่วนรูปแบบการก่อสร้างนั้นทางครม.จะกำหนดเอง” ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมฯ ให้ข้อมูล

“ทีมข่าวผู้จัดการรายวัน” ลงสำรวจพื้นที่และสอบถามความเห็นของผู้คนในชุมชนพื้นที่เป้าหมายที่จะถูกใช้ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น อนุสรณ์สถาน และสุสาน ทั้งภูเก็ตและพังงา พบว่ามีทั้งน้ำเสียงที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะการใช้พื้นที่เป็นจุดฝังศพหรือสุสานของผู้เสียชีวิตนิรนามทุกสารทิศจากเหตุการณ์ครั้งนี้

จุฬา เทียนครบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา กล่าวว่า การจัดสร้างอนุสรณ์สถานและพิพิธพัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สึนามิถล่มที่เขาหลักซึ่งเป็นบริเวณที่เรือของตำรวจน้ำที่อารักขา “คุณพุ่ม” ในวันเกิดเหตุลอยไปเกยตื้นนั้น จะเป็นผลดีต่อการศึกษาเรียนรู้ของคนรุ่นหลัง ในขณะนี้ตนยังไม่ทราบรายละเอียดมากนัก

“มันก็ดีครับ แต่ปัญหาที่จะพบก่อนเป็นอันดับแรกคือเรื่องที่ดิน เพราะแถบนั้นเป็นสวนยางของเอกชนหลายราย หากจะสร้างกันจริงๆ ก็ต้องพูดคุยหารือกับชาวบ้านแถบนั้นก่อน”

เขาบอกว่า ยังชี้เฉพาะไม่ได้ว่าจะมีที่ดินของเอกชนรายใดบ้างที่ติดอยู่ในพื้นที่โครงการ เนื่องจากยังไม่มีรายละเอียดว่าจะใช้พื้นที่เท่าไหร่ นอกจากนี้ ชุมชนใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจาก”สึนามิ” คือ ม. 5 และ 6 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า ที่ต้องได้รับการช่วยเหลือก่อนและต้องรับฟังความเห็นด้วย

“เรือของตำรวจน้ำอยู่ห่างจากชายฝั่งเกือบ 2 กิโลเมตร คลื่นซัดข้ามชุมชนของชาวบ้าน และบ้านนักท่องเที่ยว ข้ามถนนเพชรเกษมเข้าไปในสวนยาง สิ่งเหล่านี้คนรุ่นหลังน่าจะได้เรียนรู้ถึงความร้ายแรงของภัยพิบัติในครั้งนี้” อบต.คึกคัก กล่าว

ด้าน สราวุธ สีสาคูคาม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต มีความเห็นต่อการสร้างสุสานสึนามิในพื้นที่ของตน ว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้พื้นที่บริเวณป่าช้าไทยใหม่ ท่าฉัตรไชย ตอนแรกทางสาธารณสุขจังหวัดแจ้งว่าขอใช้พื้นที่เนื่องจากอยู่ใกล้สนามบิน และจะใช้เป็นที่เก็บศพในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งมาจากป่าตองและถลางเป็นส่วนใหญ่ และมีเพียง 35 ศพ แต่ตอนนี้ทราบว่าจะลำเลียงศพจากกระบี่และพังงา มาที่นี่ด้วย

“ผมไม่เข้าใจเหมือนกัน เพราะศูนย์ประชุมนานาชาติก็จะสร้างตรงนั้น สนามฟุตบอลก็จะสร้างตรงนั้นด้วยเหมือนกัน จะให้ศูนย์ประชุมมาติดกับสุสานได้ยังไง อบต.จะประชุมในเรื่องนี้อาทิตย์หน้าเพื่อหาแนวทางร่วมกัน และคาดว่าชาวไทยใหม่ก็คงไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน” นายกฯ อบต.ไม้ขาว กล่าว

"ทีมข่าวผู้จัดการรายวัน” เดินทางไปที่ ม.5 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อสอบถามความคิดเห็นชาวไทยใหม่ที่อาศัยอยู่ใกล้กับป่าช้าไทยใหม่ ท่าฉัตรไชย อันเป็นสุสานฝังศพของบรรพบุรุษของตน

สุลี หาญวาลี ชาวไทยใหม่ผู้เพิ่งทำพิธีฝังศพลูกชายก่อนเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิเพียง 1 วัน กล่าวว่า ชาวไทยใหม่ ก็เป็นคนที่นับถือศาสนาพุทธ การประกอบพิธีศพก็ทำพิธีเหมือนชาวไทยพุทธ แตกต่างก็ตรงที่ศพของชาวไทยใหม่ จะถูกฝังตามความเชื่อดั้งเดิมของบรรพบุรุษที่ได้ตั้งรกรากใน จ.ภูเก็ต มาอย่างช้านาน

“หากจะมีการสร้างสุสาน เราก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่อยากให้ทำให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งยังทำให้พื้นที่แถบนี้เจริญขึ้นด้วย” สุลี กล่าว

ชูศักดิ์ แซ่จิ๋ว ผู้รับเหมาปรับพื้นที่ที่จะใช้ทำเป็นสุสาน กล่าวในทำนองเดียวกันว่า ไม่ขัดข้องเพราะบริเวณนี้จะได้พัฒนามากกว่าที่เป็นอยู่

“ก็เพราะ สึนามิ นี่แหละ ที่ทำให้ไฟฟ้าและถนนตัดเข้ามาที่นี่ ก่อนหน้านี้ ที่นี่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ขอไปเท่าไหร่ไม่ได้สักที รวมทั้งถนนหนทางที่มีอยู่เดิมก็ไม่สะดวกต่อการไปมา” ชูศักดิ์ กล่าว

สำหรับความเคลื่อนไหวในพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.ภูเก็ต กำลังติดตั้งเสาไฟฟ้าเพื่อให้แสงสว่างบริเวณพื้นที่ป่าช้าชาวไทยใหม่ พร้อมทั้งรถไถปรับพื้นที่เพื่อเปิดเป็นทางเข้าสุสาน รวมทั้งพื้นที่ที่จะใช้ฝังศพด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่อาสาจัดเตรียมเต้นท์และแผ่นไม้กระดานเพื่อรองรับตู้คอนเทนเนอร์บรรจุศพที่จะขนย้ายมาจาก จ.พังงา

อุดมศักดิ์ อัศวรางกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า หลังมติ ครม.ระบุว่าจะสร้างอนุสรณ์สถานและพิพิธพัณฑ์ที่บริเวณเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ส่วนที่ จ.ภูเก็ต บริเวณท่าฉัตรไชย หาดไม้ขาว จะจัดทำเป็นสุสานนานาชาติ ที่ฝังศพคนไทยและชาวต่างชาติที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใครมาจากไหน ขณะนี้มีการฝังศพไปแล้วบางส่วน หลังจากพิสูจน์โดยบันทึกรายละเอียดอยู่ในฐานข้อมูลเพื่อใช้ในการสืบทราบค้นหาในอนาคตของเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์

“ตอนนี้เราก็จัดทำเป็นศูนย์กลางในการรวมศพที่ไร้ญาติ ไม่ว่าจะชันสูตรพลิกศพที่ศูนย์ใดก็ตาม จะส่งต่อมาที่สุสานนานาชาติแห่งนี้เป็นศูนย์สุดท้าย ซึ่งในอนาคตจะเป็นศูนย์กลางในการค้นหา” ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ยังให้ข้อมูลต่อว่า พื้นที่ที่จะใช้มีราว 30 ไร่ อยู่บริเวณท่าฉัตรไชย ใกล้กับหาดไม้ขาว แต่เวลานี้ก็ยังไม่ได้ดำเนินการเป็นรูปเป็นร่างมากนัก

อัจจิมา หนูคง หัวหน้าพิพิธภัณฑ์ถลาง จ.ภูเก็ต กรมศิลปากร กล่าวว่า ทางพิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้มาตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ ทั้งคำบอกเล่าจากการลงพื้นที่ หนังสือพิมพ์ และข่าวสารในช่องทางต่างๆ

เธอเห็นว่า การบันทึกประวัติศาสตร์ส่วนนี้เป็นสิ่งที่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า การนำเสนอเนื้อหาที่ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกหดหู่มากเกินไป จะทำให้มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของภูเก็ตได้

“สิ่งที่ต้องนำเสนอควรเป็นเรื่องธรรมชาติของเหตุการณ์นี้ ผู้คน สิ่งของ สิ่งก่อสร้างที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเชื่อมโยงกันทั้งหมด ที่สำคัญที่สุดคือการร่วมแรงร่วมใจของคนไทยทั้งประเทศ เพื่อช่วยเหลือภัยพิบัติครั้งนี้”

พ.ต.อ.อนันต์ ห่วงสายทอง ผู้กำกับการ 5 กองตำรวจน้ำ จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า วันนี้ (6 ม.ค.) ได้พาคณะของ พล.ต.ท.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง ผู้บังคับการตำรวจน้ำ พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบเรือตรวจการหมายเลข 813 ซึ่งถูกคลื่นยักษ์พัดมาเกยตื้นที่เขาหลัก ระหว่างปฏิบัติการอารักขาทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัลยาฯ และคุณพุ่ม เจนเซ่น พร้อมกันนั้นคณะดังกล่าวก็พบปะกับนายธนชัย สุวรรณวัฒนะ ผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรมและหัถศิลป์ กรมศิลปากร และจะส่งมอบเรือลำนี้ให้กับกรมศิลปากรไปสร้างอนุสรณ์สถาน โดยถอดอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นต่างๆ ออกก่อน เช่น เครื่องยนต์

“การดำเนินการสร้างอนุสรณ์สถานทั้งหมดนั้น เป็นหน้าที่ของกรมศิลปากร ทราบแต่เพียงว่า ที่ดินที่เรือไปเกยตื้นอยู่ในเวลานี้ เป็นที่ดินของเอกชน ซึ่งก็คงจะต้องทำเรื่องขอซื้อกันต่อไป”

พิภพ ธงไชย เลขานุการและกรรมการมูลนิธิเด็ก กล่าวว่า เหตุการณ์ สึนามิ เป็นบทเรียนที่มีค่ามากสำหรับมนุษย์ในทุกสังคม และเป็นการดีอย่างยิ่งที่จะจัดทำอนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นการเรียนรู้บทเรียนจากธรรมชาติ อันจะนำไปสู่การปรับวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติต่อไป

พิภพ กล่าวต่อว่า พิพิธภัณฑ์น่าจะต้องมีทั้งภาพเหตุการณ์ ภาพหมู่บ้าน บ้านพักนักท่องเที่ยวที่สะท้อนให้เห็นความเสียหาย รวมทั้งวัตถุที่เก็บมาจากเหตุการณ์จริงๆ รวมทั้งนำเสนออย่างตรงไปตรงมา ประกอบกับต้องมีการให้ความรู้เกี่ยวกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น ทั้งมิติของความรู้สมัยใหม่เชิงวิทยาศาสตร์ และองค์ความรู้ดั้งเดิม

“เรื่องราวของชาวเลที่รอดตายจากคติที่เล่าต่อทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า น่าจะต้องบรรจุในเนื้อหาที่ถ่ายทอดในพิพิธภัณฑ์ด้วย”

พิภพ ยังกล่าวต่อว่า ในแง่ของสถานที่การก่อสร้างแล้ว ควรต้องเลือกพื้นที่ที่สามารถสื่อถึงเหตุการณ์สึนามิได้ทั้งหมด ตนเคยประทับใจอนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ที่เมืองฮิโรชิมาและเมืองนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเลือกสร้างตรงจุดที่ลูกระเบิดนิวเคลียร์ลง

“อนุสรณ์สถานอาจจะสื่อทั้งอารมณ์ที่หดหู่ เศร้าหมอง และความหวัง กำลังใจ รวมทั้งต้องเสนอความรู้อย่างรอบด้าน เราต้องระลึกทุกแง่มุม ไม่ควรบิดเบือนประวัติศาสตร์” พิภพ กล่าว

เลขานุการและกรรมการมูลนิธิเด็ก ยังเสนอทิ้งท้ายว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องระดมความคิดจากนักวิชาการหลาย ๆ ด้าน ควรจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเป็นพิเศษ มีองค์ประกอบจากนักวิชาการประวัติศาสตร์ โบราณคดี ทั้งธรณีวิทยา และอยากเสนอให้มี ศ.ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, สุจิตต์ วงษ์เทศ และ ศ.ศรีศักร วัลลิโภดม เข้าร่วมด้วย