xs
xsm
sm
md
lg

นาทีช่วยชีวิต “โลมาสึนามิ” แต้มสีสันให้ผู้ประสบภัยคลายโศก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ท่ามกลางความวุ่นวายจากภารกิจการกู้ศพและซากปรักหักพังยังคงดำเนินอยู่ รวมถึงการระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เป็นไปอย่างคึกคักนั้น ได้เกิดปฏิบัติการช่วยชีวิต “โลมาสึนามิ” จนบรรลุผลสำเร็จ อันถือเป็นการแต่งแต้มสีสันให้กับคืนวันที่ผู้คนยังซึมเซาเศร้าโศกสลดให้คลี่คลายความรู้สึกกันลงไปได้มาก

เชื่อรอดชีวิตเมื่อกลับสู่ทะเล

คลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหวใต้ท้องทะเลถาโถมเข้าถล่มชายฝั่งทะเลอันดามันของไทยตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2547 ที่ผ่านมา ได้พัดพาเอา “โลมา” จากท้องทะเลเข้ามากักขังไว้ยังขุมเหมืองเก่าของบริษัทเหมืองแร่สินทอง บริเวณอ่าวบางขยะ ม.2 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา แต่กลับมีผู้พบเห็นและแจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆ ก็ล่วงเข้าวันที่ 3 มกราคา 2548 เข้าไปแล้ว

“เราได้รับแจ้งช่วงค่ำของวันที่ 3 มกราคมว่า มีโลมา 2-3 ตัวถูกคลื่นพัดเข้ามาติดอยู่ในขุมเหมือง คืนวันนั้นก็ได้จัดชุดลงพื้นที่เลยทันที” ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ นักวิชาการประมง 6 สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน จ.ภูเก็ต ซึ่งถือเป็นผู้เชี่ยวชายด้านโลมาโดยเฉพาะ บอกเล่ากับ “ผู้จัดการรายวัน” ก่อนจะเสริมว่า

“เมื่อมาเห็นโลมาที่วายอยู่ในขุมเหมือง ผมมั่นใจว่าไม่ได้มีถึง 2-3 ตัว แต่ยู่เพียงตัวเดียวเท่านั้น ที่หลายคนเข้าใจเช่นนั้นน่าจะเป็นเพราะเขาดำอยู่ในน้ำแล้วผุดขึ้นมาหายใจตรงนั้นที ตรงนี้ที ได้รวดเร็วมาก แสดงว่าเขายังแข็งแรง แต่ก็มีรอยแผลปรากฏเป็นทางยาวจากคีบหลังไปยังโคนหางทั้ง 2 ข้างยาวประมาณ 1.5-2 ฟุต”

ดร.ก้องเกียรติระบุว่า เป็นโลมาสายพันธุ์ Humpbackdolphin หรือโลมาหลังโหนก แต่ชาวบ้านเรียกกันว่าโลมาเผือก เนื่องจากลำตัวเป็นสีชมพู ถือเป็นสัตว์สงวนที่อยู่ในบัญชีของข้อตกลงการค้าสัตว์ป่าและพืชพรรณหายาก (Cites) ประเภทที่ 1 ซึ่งในประเทศไทยเราถือว่าโลมาชนิดนี้มีความสำคัญและต้องอนุรักษ์ไว้

“วันที่เราจับตัวเขาได้นำกลับลงไปปล่อยสู่ทะเลทันที แต่ก่อนปล่อยผมได้ตรวจแล้วพบว่า แผลที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มาจากช่วงที่เราจับตัวในขุมเหมือง น่าจะเกิดตอนที่เขาถูกคลื่นซัดเข้ามา แล้วก็เป็นแผลติดเชื้อเพราะอยู่ในขุมเหมืองที่น้ำไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ เราก็ได้ให้ยาปฏิชีวนะไปแล้ว แม้จะยังกังวลอยู่บ้าง แต่ผมก็เชื่อว่าเขาจะต้องมีชีวิตอยู่รอดในทะเลต่อไปแน่นอน”

สิ่งที่ยืนยันความเชื่อนี้จากปากของ ดร.ก้องเกียรติก็คือ การเยียวยาบาดแผลติดเชื่อที่ตัวโลมา นอกจากยาปฏิชีวนะแล้ว น้ำทะเลก็มีความเค็มสูงก็จะช่วยด้วยอีกทางหนึ่ง และจากการสังเกตขณะที่จับตัวได้โลมายังมีแรงสบัด อีกทั้งตอนที่ปล่อยลงทะเลโลมาตัวนี้ก็สามารถว่ายลงสู่น้ำลึกไปด้วยความรวดเร็ว แสดงว่าร่างกายแม้จะอ่อนเพลียบ้าง แต่ก็ไม่น่าจะบอบช้ำอะไรมากนัก

การต่อสู่ของ “พื้นบ้าน-สากล”

สำหรับปฏิบัติการช่วยชีวิตโลมาตัวนี้เป็นความร่วมมือของหลายฝ่าย ซึ่งนอกจากสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลนภายใต้การนำของ ดร.ก้องเกียรติแล้ว ยังมีทหารพร้อมเครื่องมือหนักภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.สินชัย นุตสถิตย์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 เจ้าหน้าที่อาสาจากมูลนิธิร่วมกัญญูนำโดย บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ หัวหน้าชุดอาสา อีกทั้งยังได้รับความช่วยเหลือจากโครงการโลมาในประเทศพม่า ที่ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกันเข้ามาให้คำปรึกษาและร่วมวางแผนด้วย

แต่ที่นับว่าเอาการเอางานอย่างแข็งขันคือ บรรดานักประดาน้ำและชาวประมงในพื้นที่ภายใต้การนำของ บุญชู แพใหญ่ นายกสมาคมประมงทับละมุ ต.ลำแก่น และ ทวี แพใหญ่ กำนันตำบลลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา

ปฏิบัติการช่วยชีวิตโลมาครั้งแรกเกิดขึ้นในวันที่ 4 มกราคม แต่ไม่บรรลุผลเพราะพื้นที่ขุมเหมืองกว้างใหญ่มาก ประกอบกับมีต่อไม้และซากรถยนต์ถูกคลื่นยักษ์กวาดลงไปกองอยู่ในขุมเหมืองมากมาย โดยกลุ่มชาวประมงทัพละมุพร้อมนักประดาน้ำได้ลงอวนลากเพื่อดับจับโลมา แต่ช่วงเข้าด้ายเข้าเข็มอวนได้ไปเกี่ยวกับต่อไม้และซากรถยนต์ฉีกขาด โลมาจึงเล็ดรอดไปได้

การช่วยชีวิตโลมามาประสบผลสำเร็จเอาวันถัดมาคือ 5 มกราคม ตลอดช่วงเช้าทุกฝ่ายได้ประสานงานและร่วมวางแผนกันอย่างเคร่งเคลียดครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ไห้เกิดความผิดพลาดซ้ำรอย ขณะที่ชาวบ้านและกองทัพสื่อมวลชนก็ทยอยเข้ารายล้อมรอบขุมเหมืองนับร้อยคน

จากการประมวลการวางแผนที่เกิดขึ้นหลายระลอกในช่วงเช้าวันนั้นของ “ผู้จัดการรายวัน” สรุปได้ว่า ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าปฏิบัติการครั้งนี้ควรต้องเป็นไปแบบนุ่มนวน โดยไม่สร้างความตึงเคลียดและบาดแผลต่อโลมา หรือถ้าจะมีก็ต้องน้อยที่สุด

ทั้งนี้ ฝ่ายวิชาการเห็นว่ายังไม่สมควรต้องที่จะต้องเร่งปฏิบัติการครั้งที่สอง โดยควรรออวนชนิดพิเศษสำหรับจับโลมาโดยเฉพาะ ที่กำลังจัดส่งมาจากโครงการโลมาในประเทศพม่า ซึ่งเวลาที่เหมาะสมเริ่มปฏิบัติการคือช่วงบ่ายของวันที่ 6 มกราคม อันเป็นช่วงที่อวนพิเศษถูกจัดส่งมาถึงพื้นที่ แต่ฝ่ายชาวประมงเห็นว่าเครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่พร้อมที่จะปฏิบัติการได้ทันที อย่างไรก็ตามมีการขัดแย้งในความคิดอยู่บ้าง แต่ก็เป็นไปแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย

ระงมเชียงเชยร์ด้วยความยินดี

อย่างไรก็ตาม ตกบ่ายกลุ่มสมาคมประมงทับละมุได้ใช้รถบรรทุกขนอุปกรณ์ชุดใหญ่เข้าพื้นที่ จากนั้นลงมือปฏิบัติการทันที โดยใช้อวน 2 ปากสลับกันวางแล้วก็ขึ้นมาวางใหม่เพื่อบีบพื้นที่ในน้ำของโลมา ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงโลมาก็วิ่งชนอวนแล้วคนกว่า 20 คนก็รุมกันจับตัวขึ้นสู่ฝั่งได้โดยแทบไม่บอบช้ำหนัก

และจากการสังเกตการณ์ของ “ผู้จัดการรายวัน” ยังพบด้วยว่า นับแต่ชาวประมงและนักประดาน้ำลงมือปฏิบัติการ ประชาชนรอบๆ ขุมเหมืองก็ส่งเสียเชียร์เป็นระยะ หลายคนตื่นเต้นตะโกนกันโหวกเหวก และก็มีคนออกอาการถึงกับชายฝั่งถล่มร่างร่วงลงไปแช่น้ำให้ได้เฮกันลั่น และพลันที่จับตัวโลมาได้เสียงไชโยโห่ร้องก็เซ็งแซ่ระงมไปด้วยความยินดี

โลมาตัวนี้ชื่อ “สึนามิ”

“เราจะตั้งชื่อโลมาตัวนี้ว่าอะไรดี” เสียงชาวบ้านคนหนึ่งดังขึ้นมาจากกลุ่มเชียร์ที่อออยู่บมฝั่ง

“ก็ต้องดูก่อนซิว่ามันเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย เราจะได้ตั้งชื่อมันได้ถูก” หญิงแต่งตัวภูมิฐานตะโกนตอบ เธอยืนเคียงข้างกับ บุญชู แพใหญ่ นายกสมาคมประมงทับละมุ ซึ่งเขากำลังชี้มือไม้สั่งการลงไปยังลูกบรรดาลูกน้องที่อยู่ในน้ำ

สุดท้ายมีเสียงตะโกนสอดแทรกมาหลายเสียงว่า ให้ตั้งชื่อโลมาตัวนี้ว่า “สึนามิ” ตามคำเรียกขานคลื่นยักษ์ที่เข้าถล่มชายฝั่งสร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินผู้คนจำนวนมหาศาล

อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่ปฏิบัติการสิ้นสุดลง ขณะที่ผู้คนกำลังจะเดินทางกลับ “ผู้จัดการรายวัน” ก็ได้รับคำบอกเล่าอันถือเป็นบทสรุปของเหตุการณ์ทั้งหมดจากปากของ บุญชู แพใหญ่ นายกสมาคมประมงทับละมุ แบบสั้นๆ ว่า...

“ไม่เห็นจะมีอะไรใหญ่โตเลย ทำไมต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วย”