ศูนย์ข่าวเชียงใหม่-ชาวชุมชนสวนดอกตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อค้านการสร้างอาคาสูงบริเวณหน้าวิหารหลวงวัดสวนดอก ย้ำชัดขาดความเหมาะสมบดบังสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ เผย 3 ปีก่อนเคยมีการระงับการก่อสร้างมาแล้วครั้งหนึ่ง ส่งเรื่องให้เทศบาลตรวจสอบแล้ว แต่ไม่ได้รับความสนใจทั้งๆ ที่ก่อนการเลือกตั้ง สัญญาว่าจะจัดการให้
รายงานข่าวแจ้งว่า จากกรณี ที่มีเอกชนได้ลงทุนก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่จำนวน 2 หลัง เพื่อเปิดเป็นหอพัก ความสูง 6 ชั้น 75 ห้อง และความสูง 3 ชั้น 35 ห้อง บริเวณทางเข้าวัดสวนดอก ทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งบดบังบริเวณหน้าวิหารหลวงวัดสวนดอก เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันอาสาฬหบูชา ที่สำนักงานชุมชนสวนดอก ที่ตั้งอยู่ภายในวัดสวนดอก ชาวบ้านชุมชนสวนดอกได้ตั้งโต๊ะรับลงชื่อ จากประชาชนที่มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทำบุญ และเวียนเทียนที่วัดสวนดอก เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้ที่ไม่เห็นด้วย กับการก่อสร้างอาคารดังกล่าว
นายสุรพล วิริยะพันธ์ ชาวบ้านชุมชนสวนดอก อดีตประธานชุมชนสวนดอก เปิดเผยว่า การรวบรวมรายชื่อประชาชนในครั้งนี้ เป็นการเคลื่อนไหวด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้านชุมชนสวนดอก ที่เห็นว่าการสร้างอาคารดังกล่าว บริเวณหน้าวิหารหลวงวัดสวนดอก ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพราะจะเป็นการบดบังสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวเชียงใหม่เคารพนับถือสักการะบูชามาหลายชั่วอายุคน รวมทั้งหวั่นเกรงว่าอาคารดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนตามมาอีกหลายด้าน
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการเคลื่อนไหวครั้งแรก เพราะเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ได้เคยมีความพยายามที่จะสร้างอาคารพาณิชย์ในบริเวณเดียวกันนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง โดยเจ้าอาวาสวัดสวนดอกและชุมชนสวนดอก ก็ได้มีการจัดประชุมร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่จนมีมติร่วมกันว่า จะให้ก่อสร้างได้แต่เฉพาะที่อยู่อาศัยเท่านั้น และได้มีการระงับการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ไปในที่สุด
จนกระทั่งขณะนี้เอกชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ได้กำลังดำเนินการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่เพื่อเปิดเป็นหอพักอีกครั้ง ซึ่งวัดสวนดอกและชุมชนได้เคยเชิญทางเอกชนเจ้าของพื้นที่มาทำการประชุมหาทางออกร่วมกัน เพื่อขอให้เป็นผู้รับผิดชอบผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมาต่อชุมชนทั้งปัญหาขยะ ปัญหาน้ำเสีย ปัญหาที่จอดรถ เป็นต้น หากมีการก่อสร้างอาคาร แต่ได้รับการปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามที่วัดสวนดอกและชุมชนเสนอ
ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ได้เคยมีการทำหนังสือแจ้งไปยังเทศบาลนครเชียงใหม่ให้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบแก้ไขปัญหาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่เคยได้รับความชัดเจนใดๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะก่อนที่จะมีการเลือกตั้งผู้บริหารเทศบาลนครเชียงใหม่ชุดปัจจุบันชุมชนก็ได้เคยเข้าไปแจ้งเรื่องไว้เช่นกัน แต่ได้รับการบอกว่าขอให้การดำเนินการเลือกตั้งเสร็จแล้วจะเข้ามดำเนินการให้ ซึ่งจนถึงเวลานี้ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาเลย จนชาวบ้านรู้สึกลำบากใจ เพราะเห็นว่าเทศบาลนครเชียงใหม่มีหน้าที่รับผิดชอบในเรืองนี้ แต่ปัญหาของชาวบ้านกลับไม่ได้รับความใส่ใจเท่าที่ควร
“ชาวชุมชนสวนดอกเราเห็นว่าการสร้างอาคารขนาดใหญ่นี้เป็นเรื่องไม่เหมาะสม ซึ่งก็ได้เคยเชิญเจ้าของเขามาพูดคุยแล้ว แต่เขาก็ยืนยัน ที่จะสร้างต่อไปโดยไม่สนใจความรู้สึกและปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อชาวชุมชนและวัดเลย ดังนั้น คณะกรรมการชุมชนและวัดจึงจำเป็นจะต้องดำเนินการรวบรวมรายชื่อประชาชน เพื่อส่งไปยังผู้บริหารบ้านเมือง ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ส.ส.เชียงใหม่เขต 1 และเทศบาลนครเชียงใหม่ให้เข้ามาตรวจสอบดูแลความเหมาะสมของการก่อสร้างอาคารนี้โดยเร็วที่สุด” ชาวบ้านชุมชนสวนดอกกล่าว
นอกจากนี้นายสุรพล กล่าวว่า การก่อสร้างอาคารดังกล่าว เจ้าอาวาสวัดสวนดอกไม่เห็นด้วยโดยมองว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ที่จะมีการสร้างอาคารบดบังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องของฆราวาสจึงได้ให้คำแนะนำว่าทางชาวบ้านควรจะไปปรึกษาหารือและร่วมมือกันในการจัดการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยมอบหมายให้กรรมการชุมชนและศรัทธาวัดดำเนินการ
รายงานข่าวแจ้งว่า เดิมพื้นที่ที่เอกชนกำลังก่อสร้างอาคารหอพักเอกชนนั้นเป็นที่ดินของวัดสวนดอกที่แบ่งยกให้ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง ได้ใช้สร้างเป็นที่อยู่อาศัย แต่ต่อมาได้มีการซื้อขายเปลี่ยนมือไป จนกระทั่งตกไปอยู่ในมือของเจ้าของปัจจุบัน ส่วนการตั้งโต๊ะรับลงชื่อจากประชาชนนี้ เบื้องต้นยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาที่จะดำเนินการ
รายงานข่าวแจ้งว่า จากกรณี ที่มีเอกชนได้ลงทุนก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่จำนวน 2 หลัง เพื่อเปิดเป็นหอพัก ความสูง 6 ชั้น 75 ห้อง และความสูง 3 ชั้น 35 ห้อง บริเวณทางเข้าวัดสวนดอก ทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งบดบังบริเวณหน้าวิหารหลวงวัดสวนดอก เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันอาสาฬหบูชา ที่สำนักงานชุมชนสวนดอก ที่ตั้งอยู่ภายในวัดสวนดอก ชาวบ้านชุมชนสวนดอกได้ตั้งโต๊ะรับลงชื่อ จากประชาชนที่มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทำบุญ และเวียนเทียนที่วัดสวนดอก เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้ที่ไม่เห็นด้วย กับการก่อสร้างอาคารดังกล่าว
นายสุรพล วิริยะพันธ์ ชาวบ้านชุมชนสวนดอก อดีตประธานชุมชนสวนดอก เปิดเผยว่า การรวบรวมรายชื่อประชาชนในครั้งนี้ เป็นการเคลื่อนไหวด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้านชุมชนสวนดอก ที่เห็นว่าการสร้างอาคารดังกล่าว บริเวณหน้าวิหารหลวงวัดสวนดอก ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพราะจะเป็นการบดบังสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวเชียงใหม่เคารพนับถือสักการะบูชามาหลายชั่วอายุคน รวมทั้งหวั่นเกรงว่าอาคารดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนตามมาอีกหลายด้าน
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการเคลื่อนไหวครั้งแรก เพราะเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ได้เคยมีความพยายามที่จะสร้างอาคารพาณิชย์ในบริเวณเดียวกันนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง โดยเจ้าอาวาสวัดสวนดอกและชุมชนสวนดอก ก็ได้มีการจัดประชุมร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่จนมีมติร่วมกันว่า จะให้ก่อสร้างได้แต่เฉพาะที่อยู่อาศัยเท่านั้น และได้มีการระงับการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ไปในที่สุด
จนกระทั่งขณะนี้เอกชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ได้กำลังดำเนินการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่เพื่อเปิดเป็นหอพักอีกครั้ง ซึ่งวัดสวนดอกและชุมชนได้เคยเชิญทางเอกชนเจ้าของพื้นที่มาทำการประชุมหาทางออกร่วมกัน เพื่อขอให้เป็นผู้รับผิดชอบผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมาต่อชุมชนทั้งปัญหาขยะ ปัญหาน้ำเสีย ปัญหาที่จอดรถ เป็นต้น หากมีการก่อสร้างอาคาร แต่ได้รับการปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามที่วัดสวนดอกและชุมชนเสนอ
ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ได้เคยมีการทำหนังสือแจ้งไปยังเทศบาลนครเชียงใหม่ให้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบแก้ไขปัญหาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่เคยได้รับความชัดเจนใดๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะก่อนที่จะมีการเลือกตั้งผู้บริหารเทศบาลนครเชียงใหม่ชุดปัจจุบันชุมชนก็ได้เคยเข้าไปแจ้งเรื่องไว้เช่นกัน แต่ได้รับการบอกว่าขอให้การดำเนินการเลือกตั้งเสร็จแล้วจะเข้ามดำเนินการให้ ซึ่งจนถึงเวลานี้ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาเลย จนชาวบ้านรู้สึกลำบากใจ เพราะเห็นว่าเทศบาลนครเชียงใหม่มีหน้าที่รับผิดชอบในเรืองนี้ แต่ปัญหาของชาวบ้านกลับไม่ได้รับความใส่ใจเท่าที่ควร
“ชาวชุมชนสวนดอกเราเห็นว่าการสร้างอาคารขนาดใหญ่นี้เป็นเรื่องไม่เหมาะสม ซึ่งก็ได้เคยเชิญเจ้าของเขามาพูดคุยแล้ว แต่เขาก็ยืนยัน ที่จะสร้างต่อไปโดยไม่สนใจความรู้สึกและปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อชาวชุมชนและวัดเลย ดังนั้น คณะกรรมการชุมชนและวัดจึงจำเป็นจะต้องดำเนินการรวบรวมรายชื่อประชาชน เพื่อส่งไปยังผู้บริหารบ้านเมือง ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ส.ส.เชียงใหม่เขต 1 และเทศบาลนครเชียงใหม่ให้เข้ามาตรวจสอบดูแลความเหมาะสมของการก่อสร้างอาคารนี้โดยเร็วที่สุด” ชาวบ้านชุมชนสวนดอกกล่าว
นอกจากนี้นายสุรพล กล่าวว่า การก่อสร้างอาคารดังกล่าว เจ้าอาวาสวัดสวนดอกไม่เห็นด้วยโดยมองว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ที่จะมีการสร้างอาคารบดบังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องของฆราวาสจึงได้ให้คำแนะนำว่าทางชาวบ้านควรจะไปปรึกษาหารือและร่วมมือกันในการจัดการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยมอบหมายให้กรรมการชุมชนและศรัทธาวัดดำเนินการ
รายงานข่าวแจ้งว่า เดิมพื้นที่ที่เอกชนกำลังก่อสร้างอาคารหอพักเอกชนนั้นเป็นที่ดินของวัดสวนดอกที่แบ่งยกให้ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง ได้ใช้สร้างเป็นที่อยู่อาศัย แต่ต่อมาได้มีการซื้อขายเปลี่ยนมือไป จนกระทั่งตกไปอยู่ในมือของเจ้าของปัจจุบัน ส่วนการตั้งโต๊ะรับลงชื่อจากประชาชนนี้ เบื้องต้นยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาที่จะดำเนินการ