ศูนย์ข่าวภาคเหนือ – พาณิชย์ประกาศห้ามนำเข้าไม้สักทุกประเภทเข้าชายแดนตาก 1 ปีเต็ม หลังเกิดเหตุน้ำป่านำซุงยักษ์ถล่มแม่ระมาดกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และพบว่ามีท่อนซุงขนาดใหญ่ถูกลอบตัดซ่อนไว้ตามลำห้วยต่าง ๆ ทั่วจังหวัดอีกนับหมื่นท่อน หวั่นถูกนำไปสวมตอเป็นไม้นำเข้า
รายงานข่าวจากหอการค้าจังหวัดตาก แจ้งว่า เมื่อ 8 มิ.ย. 2547 หอฯได้รับหนังสือด่วนมากจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ที่ส่งผ่านมาทางสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่ พณ 0309/ว.1282 เรื่องห้ามการนำเข้าไม้สักทุกประเภทรวมถึงสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดที่ทำด้วยไม้จักเข้ามาในราชอาณาจักรตามแนวชายแดนจังหวัดตาก เป็นการชั่วคราว พ.ศ.2547
ประกาศกระทรวงพาณิชย์ฯ ดังกล่าว เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการค้าไม้ และสิ่งประดิษฐ์ที่ทำด้วยไม้ ตามแนวชายแดนในท้องที่ จ.ตาก และเพื่อเป็นการสนับสนุน นโยบายการป้องกันการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า บริเวณชายแดนไทย-พม่า จึงสมควรระงับการนำไม้สักทุกประเภท รวมถึงสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดที่ทำด้วยไม้สักเข้ามาในราชอาณาจักรตามแนวชายแดนด้านจังหวัดตากเป็นการชั่วคราว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5(1) และมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 กำหนดให้มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปเป็นระยะเวลา 1 ปี ลงวันที่ 13 พ.ค.47 และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 121 ตอนพิเศษ 57 ง วันที่ 20 พ.ค.47
ประกาศของกระทรวงพาณิชย์ดังกล่าว ออกมาภายหลังเกิดเหตุการณ์น้ำป่า – ท่อนซุง ในเขตท้องที่ อ.แม่ระมาด จ.ตาก โดยเกิดดินโคลนถล่มจากภูเขาเป็นเหตุให้น้ำป่าพัดโคลนดิน และต้นไม้ เศษไม้ รวมถึงท่อนซุงขนาดใหญ่จำนวนมากไหลตามน้ำป่าทับถมบ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหาย 425 หลังคาเรือน เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 47 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นประจักษ์พยานได้อย่างชัดเจนว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมามีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าตามแนวชายแดนไทย-พม่าในเขตไทยด้านจังหวัดตากมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่นายสวัสดิ์ ศรีสุวรรณดี ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เปิดเผยว่า ยังมีไม้ที่ไหลลอยมาตามน้ำป่าติดค้างอยู่บริเวณลำห้วย และลำน้ำสาขาแม่ตื่นอีกนับหมื่นท่อน หากเกิดฝนตกหนักขึ้นมาอีก เกรงว่าจะเกิดเกตุการณ์ท่อนซุงถล่มบ้านเรือนราษฎรขึ้นมาอีก ดังนั้น จังหวัดจึงต้องหาทางเร่งรัดชักลากไม้ซุงท่อนที่ถูกซุกซ่อนอยู่ตามจุดต่าง ๆ ออกโดยเร็วที่สุด
โดยทางจังหวัดจะดำเนินการขออนุญาตนำไม้ออกเป็นกรณีพิเศษโดยอาศัยอำนาจตามนัยมาตรา 13 และนัยมาตรา 18 ของพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2484 เพื่อตัดทอน ชักลากไม้ออกจากลำห้วย พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่สำรวจตรวจนับจำนวนไม้ในคราวเดียว และจะมอบให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นผู้ทำไม้ออกโดยด่วนต่อไป
สำหรับการลักลอบค้าเฟอร์นิเจอร์จากไม้ ตามแนวชายแดนไทย-พม่าด้านจังหวัดตาก ยังคงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าก่อนหน้านี้ทางกองทัพภาคที่ 3 ที่ควบคุมดูแลพื้นที่อยู่ด้วย จะมีคำสั่งห้ามนำเข้าไม้จากพม่ามาแล้วหลายระลอก เพราะเกรงว่าอาจจะเป็นการลักลอบนำไม้ไทยมาสวมเป็นไม้นำเข้าจากพม่า แต่ก็ยังไม่สามารถปราบปรามได้อย่างเด็ดขาด เช่น คืนวันที่ 5 ก.พ.2547 ก็ได้เกิดเหตุการณ์กองกำลังไม่ทราบฝ่ายข้ามแม่น้ำเมย มาจาก จ.เมียวดี ประเทศพม่า เพื่อคุ้มครองการลำเลียงเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ลักลอบนำออกมาจากพม่าส่งมอบให้กับพ่อค้าไทย ที่เข้าไปรอรับที่เกาะกลางแม่น้ำเมย ที่เป็นเหมือนเขตโนแมนส์แลนด์ ที่ทั้ง 2 ประเทศตกลงกันว่าจะไม่เข้าไปดำเนินกิจกรรมใด ๆ
ต่อมาทาง พ.อ.ปฏินันท์ สายหัสดี ผบ.ฉก.ร.4 ได้นำกำลังทหารเข้าไปบริเวณตลาดริมแม่น้ำเมย เพื่อตรวจสอบที่มาที่ไปของกองกำลังดังกล่าว พร้อมกับได้ประสานงานไปยัง TBC ฝ่ายพม่า เพื่อสอบถามว่ากองกำลังที่รุกกล้ำเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าวเป็นกองกำลังในสังกัดของพม่า หรือฝ่ายใด หากเป็นกองกำลังในสังกัดของพม่า ขอให้ถอนกำลังกลับไปเพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกันขึ้น
จนกระทั่งเวลาเที่ยงคืนครึ่ง กองกำลังลึกลับที่คุ้มครองการขนส่งเฟอร์นิเจอร์ไม้มาส่งให้กับพ่อค้าเฟอร์นิเจอร์ไทย จึงได้ถอนกำลังกลับไป แต่ยังไม่มีรายงานที่ชัดเจนว่า เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ลักลอบลำเลียงมาส่งมอบให้กับพ่อค้าไทยล็อตนี้ เป็นของใครและนำไปซุกซ่อนไว้จุดใด
อย่างไรก็ตามทาง พ.อ.ปฏินันท์ ได้มีคำสั่งให้จัดรถลาดตระเวนในบริเวณตลาดริมแม่น้ำเมย อ.แม่สอด จ.ตาก ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ไม้จากพม่า รวมทั้งป้องกันการล่วงล้ำอธิปไตยจากกองกำลังฝ่ายตรงข้ามอย่างต่อเนื่อง
รายงานข่าวจากหอการค้าจังหวัดตาก แจ้งว่า เมื่อ 8 มิ.ย. 2547 หอฯได้รับหนังสือด่วนมากจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ที่ส่งผ่านมาทางสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่ พณ 0309/ว.1282 เรื่องห้ามการนำเข้าไม้สักทุกประเภทรวมถึงสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดที่ทำด้วยไม้จักเข้ามาในราชอาณาจักรตามแนวชายแดนจังหวัดตาก เป็นการชั่วคราว พ.ศ.2547
ประกาศกระทรวงพาณิชย์ฯ ดังกล่าว เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการค้าไม้ และสิ่งประดิษฐ์ที่ทำด้วยไม้ ตามแนวชายแดนในท้องที่ จ.ตาก และเพื่อเป็นการสนับสนุน นโยบายการป้องกันการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า บริเวณชายแดนไทย-พม่า จึงสมควรระงับการนำไม้สักทุกประเภท รวมถึงสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดที่ทำด้วยไม้สักเข้ามาในราชอาณาจักรตามแนวชายแดนด้านจังหวัดตากเป็นการชั่วคราว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5(1) และมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 กำหนดให้มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปเป็นระยะเวลา 1 ปี ลงวันที่ 13 พ.ค.47 และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 121 ตอนพิเศษ 57 ง วันที่ 20 พ.ค.47
ประกาศของกระทรวงพาณิชย์ดังกล่าว ออกมาภายหลังเกิดเหตุการณ์น้ำป่า – ท่อนซุง ในเขตท้องที่ อ.แม่ระมาด จ.ตาก โดยเกิดดินโคลนถล่มจากภูเขาเป็นเหตุให้น้ำป่าพัดโคลนดิน และต้นไม้ เศษไม้ รวมถึงท่อนซุงขนาดใหญ่จำนวนมากไหลตามน้ำป่าทับถมบ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหาย 425 หลังคาเรือน เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 47 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นประจักษ์พยานได้อย่างชัดเจนว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมามีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าตามแนวชายแดนไทย-พม่าในเขตไทยด้านจังหวัดตากมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่นายสวัสดิ์ ศรีสุวรรณดี ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เปิดเผยว่า ยังมีไม้ที่ไหลลอยมาตามน้ำป่าติดค้างอยู่บริเวณลำห้วย และลำน้ำสาขาแม่ตื่นอีกนับหมื่นท่อน หากเกิดฝนตกหนักขึ้นมาอีก เกรงว่าจะเกิดเกตุการณ์ท่อนซุงถล่มบ้านเรือนราษฎรขึ้นมาอีก ดังนั้น จังหวัดจึงต้องหาทางเร่งรัดชักลากไม้ซุงท่อนที่ถูกซุกซ่อนอยู่ตามจุดต่าง ๆ ออกโดยเร็วที่สุด
โดยทางจังหวัดจะดำเนินการขออนุญาตนำไม้ออกเป็นกรณีพิเศษโดยอาศัยอำนาจตามนัยมาตรา 13 และนัยมาตรา 18 ของพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2484 เพื่อตัดทอน ชักลากไม้ออกจากลำห้วย พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่สำรวจตรวจนับจำนวนไม้ในคราวเดียว และจะมอบให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นผู้ทำไม้ออกโดยด่วนต่อไป
สำหรับการลักลอบค้าเฟอร์นิเจอร์จากไม้ ตามแนวชายแดนไทย-พม่าด้านจังหวัดตาก ยังคงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าก่อนหน้านี้ทางกองทัพภาคที่ 3 ที่ควบคุมดูแลพื้นที่อยู่ด้วย จะมีคำสั่งห้ามนำเข้าไม้จากพม่ามาแล้วหลายระลอก เพราะเกรงว่าอาจจะเป็นการลักลอบนำไม้ไทยมาสวมเป็นไม้นำเข้าจากพม่า แต่ก็ยังไม่สามารถปราบปรามได้อย่างเด็ดขาด เช่น คืนวันที่ 5 ก.พ.2547 ก็ได้เกิดเหตุการณ์กองกำลังไม่ทราบฝ่ายข้ามแม่น้ำเมย มาจาก จ.เมียวดี ประเทศพม่า เพื่อคุ้มครองการลำเลียงเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ลักลอบนำออกมาจากพม่าส่งมอบให้กับพ่อค้าไทย ที่เข้าไปรอรับที่เกาะกลางแม่น้ำเมย ที่เป็นเหมือนเขตโนแมนส์แลนด์ ที่ทั้ง 2 ประเทศตกลงกันว่าจะไม่เข้าไปดำเนินกิจกรรมใด ๆ
ต่อมาทาง พ.อ.ปฏินันท์ สายหัสดี ผบ.ฉก.ร.4 ได้นำกำลังทหารเข้าไปบริเวณตลาดริมแม่น้ำเมย เพื่อตรวจสอบที่มาที่ไปของกองกำลังดังกล่าว พร้อมกับได้ประสานงานไปยัง TBC ฝ่ายพม่า เพื่อสอบถามว่ากองกำลังที่รุกกล้ำเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าวเป็นกองกำลังในสังกัดของพม่า หรือฝ่ายใด หากเป็นกองกำลังในสังกัดของพม่า ขอให้ถอนกำลังกลับไปเพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกันขึ้น
จนกระทั่งเวลาเที่ยงคืนครึ่ง กองกำลังลึกลับที่คุ้มครองการขนส่งเฟอร์นิเจอร์ไม้มาส่งให้กับพ่อค้าเฟอร์นิเจอร์ไทย จึงได้ถอนกำลังกลับไป แต่ยังไม่มีรายงานที่ชัดเจนว่า เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ลักลอบลำเลียงมาส่งมอบให้กับพ่อค้าไทยล็อตนี้ เป็นของใครและนำไปซุกซ่อนไว้จุดใด
อย่างไรก็ตามทาง พ.อ.ปฏินันท์ ได้มีคำสั่งให้จัดรถลาดตระเวนในบริเวณตลาดริมแม่น้ำเมย อ.แม่สอด จ.ตาก ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ไม้จากพม่า รวมทั้งป้องกันการล่วงล้ำอธิปไตยจากกองกำลังฝ่ายตรงข้ามอย่างต่อเนื่อง


