ศูนย์ข่าวศรีราชา - กกต.จังหวัดประกาศรับรองผลเลือกตั้งนายก-สม.พัทยา “นิรันดร์” เผยเสียเวลาทำงานกว่า 4 เดือน ย้ำต้องทุ่มเทมากขึ้นเป็น 2 เท่า พร้อมขอเวลาตรวจสอบเรื่องร้องเรียนกลั่นแกล้งหากได้รับความเสียหายก็พร้อมแจ้งดำเนินคดีตามกฎหมาย
หลังจากที่มีการเลือกตั้งมาตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ส่งหนังสือประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องผลการเลือกตั้งนายกและ สมาชิกสภาเมืองพัทยาอย่างเป็นทางการแจ้งแก่หน่วยงานราชการในสังกัดเมืองพัทยา โดย มีเนื้อหาของการ ประชุมพิจารณาการเลือกตั้งของ กกต. กลางเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2547 ซึ่งมีมติเป็นเอกฉันท์โดยวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม และอาศัยอำนาจตามความในมาตราที่ 10 (8) แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2541 และ มาตราที่ 95 แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิก สภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 ประกาศให้นายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกเมืองพัทยา และให้ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยาเบอร์ 14-19 กลุ่มไทยรักไทยพัฒนาพัทยา เป็นสมาชิกสภาเมืองพัทยา ใน 4 เขตเลือกตั้ง โดยมีการลงนามโดย พลตำรวจ เอกวาสนา เพิ่มลาภ ประธานกรรมการ การเลือกตั้ง
นายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร นายกเมืองพัทยาคนใหม่ เปิดเผยว่าผลประกาศ ดังกล่าว ได้รับแจ้งจากเมืองพัทยาตั้งแต่ช่วงสายวันนี้ และได้แจ้งผลให้แก่คณะผู้บริหาร และสมาชิกสภา เมืองพัทยาทุกคนได้รับทราบแล้ว โดยในช่วงเช้าของวันอังคารที่ 8 มิถุนายนนี้จะได้นำ คณะทั้งหมดเดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จังหวัดชลบุรีเพื่อลงนามรับทราบคำสั่งอย่างเป็นทางการต่อไป
สำหรับเรื่องร้องเรียนนั้นขณะนี้ทราบว่าทาง กกต.ก็กำลังจะดำเนินการ ฟ้องร้อง ในส่วนของผู้ร้องที่มีเจตนากลั่นแกล้งและใช้หลักฐานเท็จอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ก็คงจะต้องตรวจสอบว่าตนเองเป็นผู้เสียหายและถูกกล่าวหาหรือไม่ ซึ่งถ้าตรวจพบ ก็คงจะดำเนินการฟ้องร้องเพื่อดำเนินคดีกับผู้ไม่หวังดีเหล่านี้เช่นกัน
นายนิรันดร์ กล่าวต่อไปว่าตลอดระยะเวลากว่า 4 เดือนที่เมืองพัทยาว่างเว้น จากการทำงานในส่วนของงานบริหารนั้น พบว่ามีปัญหาเกิดขึ้นอย่างมากมาย แม้ว่าจะมีข้าราชการ ประจำปฏิบัติหน้าที่อยู่ แต่ก็เป็นเพียงการทำงานตามบทบาท หน้าที่โดยไม่มีนโยบาย มากำกับดูแล ดังนั้นหลังจากได้รับตำแหน่งแล้วก็คงต้อง ทุ่มเท เวลาในการเข้ามาทำงาน อย่างเต็มที่หรือเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากเดิมเพื่อทดแทน เวลาที่สูญเสียไป โดยสิ่งแรกที่มุ่งหวัง ว่าจะเข้ามาแก้ไขคือการพัฒนาระบบ ในองค์กรเป็นหลักเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง จากนั้นจึงจะ ปฏิบัติงานเชิงรุกในการแก้ไข ปัญหาภาพลักษณ์ โดยเฉพาะ ปัญหาการท่องเที่ยว ปัญหาการจราจร และอื่นๆ ซึ่งได้ขายนโยบายไว้ในช่วงของการหาเสียง
“การดำเนินการทำงานในสิ่งแรกนั้นคง จะเป็นปัญหาบริเวณชายหาด เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีกลุ่มสาวประเภทสองออกมาสร้างความรำคาญให้กับนักท่องเที่ยวในส่วนนี้จะได้เร่งกำลังดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ "นายนิรันดร์กล่าว


