เจาะเทรนด์ “วิ่งเทรล” ในไทย เสี่ยงกลายเป็น “วิ่งรุกป่า” บทเรียนจากเคสดราม่า “วิ่งเทรลแก่งกระจาน” บนพื้นที่ “มรดกโลก” ที่ชี้ว่า ถึงเวลา “สร้างบรรทัดฐาน” ก่อนผลักให้ “วิ่งเชิงอนุรักษ์”กลายเป็น “วิ่งเพื่อทำลาย”
** “ถอยแล้ว” เปลี่ยนเส้นทาง “เทรลแก่งกระจาน” **
“งานวิ่งรุกป่า”นี่คือข้อครหาของสังคม หลังงานวิ่ง “Wild Race @ Kaeng Krachan World Heritage 2026” เปิดตัวออกมา จนกลายเป็นกระแสดราม่า
งานที่มีชื่อไทยว่า “วิ่งเทรล ฟังเสียงป่า สูดออกซิเจนให้เต็มปอด”ซึ่งจะจัดกันในพื้นที่ “อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน”จ.เพชรบุรี ในวันที่ 1 พ.ย. 69 ที่จะถึงนี้
ถามว่าอะไรทำให้เกิดดราม่า? หลักๆ คือการโปรโมตว่า โปรเจกต์นี้คือเส้นทางวิ่งที่จะได้สัมผัส “ผืนป่ามรดกโลก”อย่างใกล้ชิด
จนผลักให้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนักว่า การเปิดเส้นทางให้วิ่งผ่าน “ป่าแก่งกระจาน” คือการเข้าไปรบกวนธรรมชาติและสัตว์ ในผืนป่าที่ควรถูกอนุรักษ์อย่างดีหรือเปล่า
ถึงแม้ผู้จัดงานจะประกาศ “เปลี่ยนเส้นทาง”รอบที่ 2 แล้ว และ “พสิษฐ์ เอี๋ยวพานิช” นายกสมาคมอุทยานแห่งชาติแห่งประเทศไทย ก็ออกมายืนยันว่า “ไม่กระทบสัตว์ป่า”แน่นอน
{เปลี่ยนเส้นใหม่ คนก็ยังต่อต้าน}
เพราะเส้นทางวิ่งที่เลือกใช้ คือ “เส้นทางสัญจร” ที่ผู้คนใช้กันเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ผู้คนจำนวนไม่น้อย ก็ยัง “ไม่พอใจ” และ “ต่อต้าน” งานวิ่งเทรลในแก่งกระจานงานนี้อยู่ดี
ล่าสุด ทางแม่งานอย่าง “สมาคมอุทยานแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน” และ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเพชรบุรี” เลยต้อง “ยอมถอย” เปลี่ยนเส้นทางใหม่อีกครั้งนึง
หลังจากเปิดประชุมรับฟังความคิดเห็น ที่เชิญตัวแทนจากหลายฝ่ายเข้ามาช่วยให้ข้อมูล ทั้ง “นักวิชาการ” และ “มูลนิธิสืบนาคะเสถียร”
โดยตอนนี้ มีอยู่ “6 เส้นทางใหม่” เป็นตัวเลือกในการตัดสินใจ ที่ต้องรอให้คณะกรรมการฟันธง “เส้นทางวิ่ง” คำตอบสุดท้ายกันอีกที
** กระแสฮิต ที่ยัง “ไม่มีกฎเกณฑ์” **
ประเด็นของเรื่องนี้คือ “เทรนด์” ของงานวิ่งแบบกินลม ชมป่าเขา อย่างการ “วิ่งเทรล” ในไทย กำลังฮิตมากๆ
ทั้งจากกระแสที่ดารา-คนดัง ที่แห่กันไปวิ่ง บวกกับกระแสคนรักสุขภาพ ทำให้การวิ่งประเภทนี้มาแรงสุดๆ
แต่คำถามคือ มันจำเป็นต้องเข้าไปวิ่งใน “ป่าอุทยาน” ที่เป็น “พื้นที่มรดกโลก” ขนาดนี้เลยไหม? ถ้าลองมองเรื่องนี้ ผ่านมุมมองของผู้มีประสบการณ์ ทั้งเรื่องการจัดงานวิ่ง และในฐานะนักวิ่งเทรล
“รัฐ จิโรจน์วณิชชากร” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมซ์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด และ Race Director Bangsaen Series ช่วยวิเคราะห์ให้ว่า ต้องหาตรงกลาง ระหว่าง “นักวิ่ง” และ “ธรรมชาติ” ให้เจอ
เพราะงานวิ่งเทรล มุมนึงที่หลายๆ ประเทศเลือกจัดงานวิ่ง โดยใช้เส้นทางในป่า ก็เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนได้ “ใกล้ชิดธรรมชาติ” พร้อมกับปลูกฝัง “แนวคิดอนุรักษ์ป่า” ไปในตัว
แต่การให้คนจำนวนมากๆ เข้าไปทำกิจกรรมในป่า แน่นอนว่ามันต้องมี “ผลกระทบ”ตามมา หลายๆ ประเทศจึงมี “กฎเกณฑ์”ที่กำหนดชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่ “ป่าสงวน”ซึ่งตอนนี้ประเทศไทย “ยังไม่มี”
“มันเป็นปัญหาของเชิงระบบ ไม่ใช่ปัญหาของงานใดงานนึงนะ ฉะนั้น ตรงนี้ผมมองว่า เป็นเรื่องที่อาจจะเอาเรื่องพวกนี้กลับมานั่งคุยกันว่า กติกาคืออะไร อะไรที่ดี อะไรที่ไม่ควรทำ”
“ผมมองว่ามันเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ แล้วก็มีทั้งข้อกังวลนะครับ มันต้องมีเกณฑ์ให้ชัด แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องวิ่งทุกที่(ป่า) อันนี้เห็นด้วย”
“เพียงแต่ว่าถ้ามีเกณฑ์ที่เหมาะสม แล้วเข้าไปจัดได้เนี่ย ผมว่าดีต่อภาพรวม ของการอนุรักษ์ด้วยซ้ำนะครับ”
นักจัดงานวิ่งรายนี้ ขอเสนอกฎเกณฑ์คร่าวๆ เอาไว้ให้ว่า อย่างแรก ต้องมีการกำหนด “จำนวน”คนที่จะเข้าไปวิ่งในเส้นทางป่าว่า ใน “1 ชั่วโมง” ต้องมีคนวิ่งได้ “ไม่เกินกี่คนต่อเส้นทาง”
รวมถึงต้องกำหนดเรื่อง “ช่วงเวลา” ของแต่ละป่าว่า ตอนไหนไม่ควรจัด โดยอิงจาก “ฤดู”ผสมพันธุ์ หรือการย้ายถิ่นฐานของ “สัตว์ป่า” ต่างๆ
นอกนั้น ก็ต้องเอาข้อมูลมากางว่า ใน “เส้นทาง” หรือ “โซน”ในป่า มีสัตว์ชนิดไหนอยู่บ้าง? และเคยมีสถิติทำร้ายคนไหม?
ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่ต้องเอามา “ประเมินความเสี่ยง” ในการ “เลือกเส้นทาง” หรือ “ขออนุญาต”ให้จัดงาน
{ “รัฐ” ผู้จัดงานวิ่ง มากประสบการณ์ ขอบภาพ : Facebook "ThaiRun ฮับความสุขนักวิ่ง" }
ถ้าความเสี่ยงมันมากเกินไป ก็ไม่ควรอนุญาตให้จัดตั้งแต่แรก และควรกำหนด “กฎเกณฑ์พื้นฐาน” ทั้งหมดนี้สำหรับประเทศไทยให้ชัดเจน
โดยอาจจะต้องรับฟังจาก 3 ฝ่ายหลักๆ คือ “หน่วยงานรัฐ” “ผู้จัดงานวิ่ง” และ “คนนอก” ที่เป็นกลุ่ม “NGO” “นักวิชาการ” ต่างๆ เพื่อหาทางออกที่ลงตัวที่สุด ให้กับ “งานวิ่งเทรล” ที่กำลังบูมอยู่ในตอนนี้
“ตอนนี้เนี่ย วิ่งเทรลต้องยอมรับว่า ฮิตขึ้นมากนะครับ แล้วก็พอมันไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเนี่ย ก็เห็นใจทุกฝ่ายนะครับ”
“กิจกรรมแบบนี้ บูมปุ๊บ แน่นอนพื้นที่ฝั่งอนุรักษ์ ก็จะต้องโดนกลุ่มนี้ เข้ามาใช้งานพื้นที่มากขึ้น จุดตรงกลางอยู่ตรงไหน ที่ให้พื้นที่ทั้ง 2 ฝ่าย ผมว่าตรงนี้เป็นหน้าที่ภาครัฐ ที่จะต้องเข้ามาช่วยเป็นคนกลาง”
** รับฟังเสียงแต่แรก ดรามาคงไม่เกิด **
ย้ำว่าการจัดกิจกรรม “วิ่งเทรล”เป็นเรื่องที่ดี และไม่มีปัญหาอะไร ถ้าจัดในป่าที่ถูกแบ่งโซนชัดเจนแล้วว่า ให้เป็น “พื้นที่กิจกรรม”หรือ “พื้นที่ใกล้ชุมชน”
แต่ต้องไม่ใช่ไปจัดกันใน “เขตอุทยาน” ที่มี “ความอ่อนไหว”ต่อผลกระทบในมิติต่างๆ ทั้งสัตว์ป่าและพันธุ์ไม้
ท่ามกลางกิจกรรมวิ่งเทรลในไทย ที่กำลังฮิตมากขึ้นเรื่อยๆ จนผลักให้ผุดขึ้นในหลายๆ พื้นที่
ไม่ใช่เฉพาะแค่ที่ “อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน” แต่ยังมี “อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง” “อุทยานแห่งชาติเขาแหลม”รวมถึง “อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่”
แต่พอมองถึงการคุ้มครองพื้นที่ ผ่านเรื่อง “กฎระเบียบ” ในการอนุญาตให้จัด กลับยัง “ไม่มีความชัดเจน”ออกมาจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
{ กระแสฮิตเพิ่มเรื่อยๆ หลังดาราแห่วิ่งเทรล ขอบคุณภาพ : Facebook "ณเดช คูกิมิยะ" }
นี่คือความเห็นของ “บอย-ภาณุเดช เกิดมะลิ”ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ที่ได้สะท้อนความกังวลเอาไว้
“ข้อกังวลตรงนี้ทุกคนมีสิทธิ์ ที่จะมีความกังวลกับกิจกรรมที่มันจะเกิดขึ้นนะครับ ในอนาคตเนี่ยมัน จะต้องไปดูที่ตัวระเบียบ ตัวกฎเกณฑ์ที่จะบังคับใช้ ไปยังพื้นที่อนุรักษ์ต่างๆ”
“ว่าความเหมาะสมของมัน ความเป็นไปได้ของมัน ที่ทำแล้วไม่เกิดผลกระทบ กับระบบนิเวศเนี่ย มันควรจะเป็นยังไงนะครับ”
เพราะตอนนี้ “ข้อกำหนดเรื่องการใช้พื้นที่ป่า” ในการจัดกิจกรรมวิ่งเทรล “ยังไม่มี”ทำให้เราได้เห็นเคสของ “แก่งกระจาน” เกิดดราม่าอย่างที่เป็นอยู่
ถึงแม้จะมีการปรับเส้นทางรอบที่ 2 ให้วิ่งในเส้นทาง “บ้านกร่าง-พะเนินทุ่ง”ที่อ้างว่าเป็น “เส้นทางสัญจร”อยู่แล้วก็ตาม
แต่จริงๆ แล้ว พื้นที่ในโซนนั้น ก็ยังเป็น “พื้นที่ป่าสีเขียวเข้ม” ที่มี “สัตว์ป่า”อยู่ “จำนวนมาก”อยู่ดี ซึ่งถ้าจัดกิจกรรมวิ่งในโซนนี้ ยังไงๆ นักวิ่งก็อาจรบกวนเหล่าสัตว์ต่างๆ ได้
เลวร้ายกว่านั้น อาจมีการเผชิญหน้ากัน ระหว่าง “คน” กับ “สัตว์” จนเกิดความเสี่ยงและอันตราย
{ “แก่งกระจาน” พื้นที่อ่อนไหว สัตว์ป่าอาศัยจำนวนมาก }
แถมพื้นที่ตรงนั้น ยังมี “พันธุ์พืชหายาก” ที่อาจถูกเหยียบทำลายโดยไม่ตั้งใจ จากนักวิ่งที่เข้าไปบุกลุยตรงนั้นด้วย นี่ยังไม่นับรวมเรื่อง “ปัญหาขยะ” ที่จะตามมาอีก
และถึงจะบอกว่า เป็น “เส้นทางสัญจร” อยู่แล้ว แต่ระเบียบของกรมอุทยานฯ เอง ยัง “ห้าม” คนที่ใช้เส้นทางนี้ “ลงจากรถ” ด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้กลับอนุญาตให้ลงมาเหยียบย่ำ มาทำเป็น “เส้นทางวิ่งเทรล” ได้ซะอย่างนั้น
เอาจริงๆ ปัญหาทั้งหมด อาจเกิดจากการ “อนุญาต” ให้ทำกิจกรรม โดยที่ “ไม่ฟัง” เสียงสะท้อน และขาดการศึกษาข้อมูล
เรื่อง “ผลกระทบ” จากผู้เชี่ยวชาญประจำ “กรมอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน”
โชคยังดีที่มีการเปิดประชุมรับฟังความคิดเห็น หลังเกิด “กระแสต่อต้าน” จนผลักให้มีการ “เปลี่ยนเส้นทางวิ่งใหม่” ในที่สุด
แต่ประเด็นคือ การเสวนาแบบนี้ มันควรเกิดเป็น “ขั้นตอนแรก” หรือเปล่า? ไม่ใช่รอให้สังคมต่อต้าน ภาครัฐถึงเริ่มขยับตัวออกมารับผิดชอบ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงมองว่า อยากให้เคสนี้เป็น “กรณีตัวอย่าง” สำหรับงานวิ่งเทรลอื่นๆ ที่จะจัดในพื้นที่ป่า โดยเฉพาะในเขตอุทยาน และหวังว่าจะมี “กฎระเบียบที่ชัดเจน”ออกมา “ป้องกันปัญหา”ในอนาคต
“ในที่ประชุมไม่มีใครค้านนะครับ ในเรื่องของการจัดกิจกรรมวิ่งเทรล ในพื้นที่นะครับ เพียงแต่ที่เราเป็นห่วงกันก็คือว่า การพิจารณาการใช้พื้นที่เนี่ย จะต้องให้ความสำคัญ กับพื้นที่ที่มีความเปราะบางเป็นพิเศษ”
“ในอนาคตเนี่ย อาจจะต้องมีการทบทวน ถึงรูปแบบแล้วก็ตัวกิจกรรม ที่มีความเหมาะสมในอุทยานแห่งชาติ อันนั้นก็ว่ากันด้วย เรื่องของการไปผลักดันเชิงนโยบายอีกชั้นนึงครับ”
{ “บอย-ภาณุเดช” ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร }
สกู๊ป : ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ : Facebook “WILD RACE”, “Kittipong Ngamjling”
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **


