“แจ้งเตือนภัยพิบัติช้า” จนเดือดร้อนจากน้ำท่วมกรุงเทพฯ อย่างมหาศาล คือภาพที่ถูกตีแผ่ ไปใน “สื่อระดับโลก” หัวใหญ่ๆ หลายหัว จนกลายเป็นความกังวลว่า จะกระทบต่อ “ความเชื่อมั่น” เรื่องการลงทุนในไทยหรือเปล่า?
“2 กูรู” ช่วยให้คำตอบที่แตกเป็น 2 มุม ทั้ง “กระทบแน่” กับไม่มีปัญหา เพราะ “ไม่เคยเชื่อมั่น” ในรัฐบาลไทยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว!!
** “นักลงทุน” หวั่นใจ!! รัฐจัดการน้ำ “ล้มเหลว” **
“รู้สึกผิดหวัง” กับระบบการเตือนภัยพิบัติของรัฐบาลที่“ช้าเกินไป” คือความในใจของพี่น้องชาวไทย ที่ถูกตีแผ่ผ่านสื่อระดับโลก อย่าง “AFP” สำนักข่าวของฝรั่งเศส
สะท้อนเสียงของ “ผู้ประสบภัย” ที่เดือดร้อนหนัก จากการไม่ทันได้เตรียมตัว หรือขนย้ายสิ่งของป้องกันความเสียหายเลย
“ผมไม่ได้เตรียมพร้อมรับมืออะไรเลย เพราะเพิ่งได้รับ SMS เตือนภัยมาเมื่อวานเอง แต่ตอนนั้นคือน้ำท่วมไปแล้ว ท่วมไปตั้งแต่คืนก่อนหน้านั้นแล้วครับ”
เช่นเดียวกับภาพความเสียหายอีก 50 เขตในกรุงเทพฯ ที่กลายเป็น “พื้นที่ภัยพิบัติ” ถูกนำเสนอไปสู่สายตาชาวโลก ผ่านสำนักข่าวต่างประเทศ ทั้ง “The Guardian” , “NBC News” และ “BBC”
ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ฟากรัฐบาลยังออกปากแบบมั่นหน้าสุดๆ อยู่เลยว่า “เอาอยู่” และแน่นอนว่า เมืองหลวงจมบาดาลแบบนี้ กระทบต่อ “ภาคการลงทุน” แน่นอน
เพราะหลังจากน้ำท่วมไม่กี่วัน ข้อมูลจาก “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)”ก็พบว่า ในเช้าวันจันทร์ (28 ก.ย.) ตลาดหุ้นไทย “ปรับตัวลง” ถึง -10.78 จุด หรือ -0.67%
และมีการประเมินกันว่า ความเสียหายเบื้องต้นน่าจะอยู่ที่ราวๆ “3-4 หมื่นล้านบาท”เลยทีเดียว
ถามว่าสภาพการบริหารจัดการที่ “ล้มเหลว” เรื่องการจัดการน้ำของรัฐบาลในครั้งนี้ ที่ถูกตีแผ่ไปทั่วโลก ส่งผลต่อ “ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ” มากน้อยแค่ไหน?
ถ้ามองจากมุมมอง นักวิชาการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) อย่าง “ดร.นณริฏ พิศลยบุตร”แล้ว ฟันธงว่า “กระทบแน่นอน”
ถึงทุกวันนี้ “นายทุนต่างชาติ”ที่เข้ามาลงทุนสร้าง “โรงงาน”ส่วนใหญ่จะเลือกที่ตั้ง ที่มีโอกาสน้ำท่วมได้ยากแล้วก็ตาม แต่ภาพภัยพิบัติรอบนี้ ก็สะท้อนให้เห็นว่า “น้ำท่วม” เกิดขึ้นได้ทุกที่
จากปัญหาเรื่อง “Rain Bomb”หรือ “ฝนค้างฟ้า”ที่ตกหนัก-ตกแช่อยู่จุดเดียวหลายๆ ชั่วโมง จนผลักให้ทุกพื้นที่ธุรกิจ กลายเป็น “พื้นที่เสี่ยง” ได้หมด อย่างที่ไม่มีเจ้าของธุรกิจรายไหนอยากให้เกิดขึ้น
“ความเสี่ยงตรงนี้มันเพิ่มขึ้นอะครับ เขาจะสามารถจัดการได้หรือเปล่า ภาครัฐจะสามารถจัดการได้หรือไม่ ตรงนี้มันเป็นคำถามสำคัญ”
“สิ่งที่ต้องจับตาดูคือ ภาครัฐจะวางแผนการจัดการอย่างเป็นระบบได้ดีไหม ถ้าภาครัฐสามารถช่วยได้ ไม่ปล่อยให้เขาต้องดูแลตัวเอง มีนวัตกรรม มีนโยบายช่วยเหลือ มันก็จะช่วยรักษาความเชื่อมั่นได้”
{“ดร.นณริฏ” นักวิชาการด้านเศรษฐกิจ TDRI}
แล้วจะสูญเสียความเชื่อมั่น ถึงขั้น “โรงงานที่ใช้ไทยเป็นฐานผลิต” อยู่ตอนนี้ อาจเปลี่ยนใจย้ายฐานไปประเทศอื่นเลยไหม?
นักวิจัยเศรษฐกิจรายเดิม ช่วยวิเคราะห์ให้ใจชื้นขึ้นมาได้ว่า อาจไม่ถึงขั้นนั้น เพราะยังไงการย้ายฐานผลิตก็เป็นเรื่องใหญ่มากๆ สำหรับทุกธุรกิจ
แต่ก็ไม่แน่ ถ้ารัฐบาลไม่แสดงให้เห็นว่า มีวิธีที่จะรับมือวิกฤตนี้ หรือไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ ความคิดที่จะย้ายฐานการผลิตจากไทย ไปประเทศอื่นๆ ก็จะมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ
“ผมคิดว่าความเสี่ยงมันเพิ่มขึ้น แต่ว่าต้นทุนในการย้ายฐาน มันก็สูงนะครับ เพราะฉะนั้น ผมยังไม่ได้คิดว่า มันจะรุนแรงขนาดนั้น ตอนนี้เขาอยากเห็นการจัดการที่ดี การพยายามรับมือที่ดี”
“เพราะมันเป็นภัยพิบัติใหม่ ถ้ารัฐทำได้ดีเนี่ย เขาก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่ถ้าทำไม่ได้ เขาก็เริ่มคิด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะย้ายง่ายๆ เพราะพื้นที่อื่นก็มีความเสี่ยง มีต้นทุนการย้ายอยู่ครับ”
** ต่างชาติ “ไม่กระทบ” เพราะ “ไม่เคยเชื่อมั่น” อยู่แล้ว!! **
หันมามองผ่านเลนส์ตาของผู้คร่ำหวอดในวงการนักลงทุนดูบ้าง “ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร” อดีตเลขาธิการสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย มองต่างออกไป
คือวิเคราะห์ว่า ผลของการจัดการน้ำท่วมในครั้งนี้ อาจไม่น่ากังวลเรื่องประเทศไทยจะ “สูญเสียความเชื่อมั่น” ในสายตาของนักลงทุนต่างชาติขนาดนั้น
โดยให้เหตุผลแนวตลกร้ายไว้ว่า เป็นเพราะนายทุนส่วนใหญ่ น่าจะ“ไม่เคยเชื่อมั่น” ในการบริหารของภาครัฐมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
“ผมมองว่าเรื่องนี้เนี่ย กระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างชาติไหม คงไม่แหละ”
“คือถามว่า เขาเคยเชื่อมั่นรัฐบาลหรือเปล่า ต่างชาติเนี่ย เอารัฐบาลมาเป็นที่ตั้ง ในการตัดสินใจลงทุนไหม? ผมไม่คิดว่า ต่างชาติเอาเรื่องความสามารถ ในการจัดการภาครัฐเนี่ย มาเป็นเงื่อนไขนึงในการพิจารณา”
“เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเนี่ย มันไม่ต้องมีน้ำท่วมหรอก มันมีเรื่องอื่นอีกเยอะ ที่มันสะท้อนความไม่เอาไหนของระบบราชการไทย”
อีกอย่าง พวกเค้ารู้ดีอยู่แล้วว่า ภูมิภาคนี้มีปัญหาอะไรบ้าง ทั้ง “พายุฝน-น้ำท่วม” แต่พวกเขาก็ยังเลือกตั้งโรงงาน เปิดธุรกิจในพื้นที่นี้ตั้งแต่แรกอยู่ดี
และถ้าเทียบประเทศไทย กับเพื่อนบ้าน อย่าง “เวียดนาม” หรือ “ฟิลิปปินส์” แล้ว ก็ถือว่าเจอปัญหาแบบเดียวกัน การจัดการของภาครัฐก็พอๆ กัน เลยทำให้ “ไทย” ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีอยู่
จุดขายสำคัญคือ บ้านเมืองเรามี “ระบบโลจิสติกส์” ที่ดีกว่า บวกกับทุนต่างชาติที่เน้นเข้ามา ใช้ไทยเป็น “ฐานการผลิตสินค้า” เพื่อส่งออกตลาดโลกเป็นหลัก
ทำให้พวกเขามองว่า ถึงพื้นที่เศรษฐกิจอย่างกรุงเทพฯ จะเกิดน้ำท่วม ประชาชนขาดรายได้ ไม่มีกำลังซื้อ เจ้าของโรงงานก็ไม่ได้กระทบอะไร
ตราบเท่าที่โรงงานยังผลิตสินค้าได้ และยังมีถนนให้รถวิ่ง เพื่อส่งสินค้าออกไปขายนอกประเทศได้
แต่ถ้าวันนึง ปัญหาอุทกภัยนี้ ทำให้ระบบโลจิสติกส์เมืองไทยพังเมื่อไหร่ ตอนนั้นแหละที่ประเทศไทย จะไม่ใช่ “ตัวเลือกที่ดีที่สุด” อีกต่อไป
ภาพน้ำท่วมกรุงเทพฯ ตอนนี้ ที่น่าห่วงเลยไม่ใช่ “นักลงทุนต่างชาติ” ที่จะหายไป แต่เป็นเหล่า “SME รายเล็กๆ” ในพื้นที่ต่างหาก ที่กำลังจะ “ตาย”และอาจจะฟื้นตัวกลับมาไม่ได้อีกเลย
เพราะ “ธุรกิจต่างชาติ” ที่ตั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ โซนที่ถูกน้ำท่วม ส่วนมากเป็นแค่ “สำนักงาน”ไม่ใช่ฐานการผลิตสินค้า
ส่วนธุรกิจใหญ่ต่างๆ ไม่ว่าจะห้างฯ ดัง แบรนด์มินิมาร์ทมากสาขา ที่จมน้ำอยู่ ธุรกิจกลุ่มนี้มีสายป่านการเงินที่ยาวมาก การต้องปิดตัว 3-4 วัน หรือซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
ผิดกับ “SME ไทยรายย่อย” ที่โดนไปเต็มๆ ตรงนี้ต่างหากที่กำลังรอคอย ให้รัฐบาลช่วยชดเชยและเยียวยา
“ภาพน้ำท่วมคราวนี้ มันสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของ SME ในพื้นที่อะ ซึ่งเขาจะไม่สามารถที่จะอยู่ได้ เพราะหลังจากน้ำท่วมแล้ว เขาต้องฟื้นฟูตัวเอง น้ำท่วม 4-5 วันเนี่ย หมายถึงรายได้ที่ไม่มี”
“เขาต้องเอาเงินเก็บออมทั้งหมด มาซ่อมแซมธุรกิจตัวเอง คำถามคือพวกนี้มันจะกลับมายังไง"
{“ดร.อุดมธิปก” อดีตเลขาฯ สมาพันธ์เอสเอ็มอีฯ}
ดูโพสต์นี้บน Instagram
...ผลของการจัดการ #น้ําท่วม2569 #น้ําท่วมกทม ที่ "ล้มเหลว" ในครั้งนี้ จนถูก "สื่อระดับโลก" ตีแผ่ อะไรตลกร้ายกว่ากัน?...
.
ระหว่าง นักลงทุนต่างชาติ "สูญความเชื่อมั่น" กับได้รู้ว่าเค้า "ไม่เคยเชื่อมั่น" การบริหารงานของรัฐบาลไทย มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
.
และนี่คือบทวิเคราะห์จาก "2… pic.twitter.com/ZOBzAZLmHP— LIVE Style (@livestyletweet) October 1, 2026
@livestyle.official ...ผลของการจัดการน้ำที่ "ล้มเหลว" ในครั้งนี้ จนถูก "สื่อระดับโลก" ตีแผ่ อะไรตลกร้ายกว่ากัน? @tdri.thailand... . ระหว่าง นักลงทุนต่างชาติ "สูญความเชื่อมั่น" กับได้รู้ว่าเค้า "ไม่เคยเชื่อมั่น" การบริหารงานของรัฐบาลไทย มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว . และนี่คือบทวิเคราะห์จาก "2 กูรู" ที่ช่วยให้คำตอบ แตกออกเป็น "2 มุมมอง" ได้อย่างน่าสนใจ . อ่าน "สกู๊ปพิเศษ" ฉบับเต็ม : https://shorturl.at/k1XnQ . เรื่อง : LIVE Style . LIVE Style - ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ ประเด็นสดใหม่เสิร์ฟมุมมอง . #LIVEstyle #LIVEstyleofficial #ข่าวTikTok #TikTokCommunityTH #ข่าวTikTok #TikTokCommunityTH #น้ําท่วมแล้ว #กรุงเทพน้ําท่วมแล้ว #น้ําท่วมกทม #น้ําท่วม2569 #กรุงเทพมหานคร #ฝนตกหนัก #กรมอุตุนิยมวิทยา #พยากรณ์อากาศ ♬ original sound - LIVE Style
สกู๊ป : ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ : Facebook “Dome Udomtipok Phaikaset”, “Dasmee Awae”, “FM91 Trafficpro”, “Guy Vajropala”, “Wish Wilasinee” | knowledge.tijthailand.org
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **


