เดินซ้ำรอย “ซานติก้าผับ” และ “Mountain B” กับเคส “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ไฟไหม้กลางดึก ทางหนีไฟใช้ไม่ได้ วัสดุในร้าน “ไวไฟ” สุดท้ายกลายเป็น “โศกนาฏกรรม” กู้ภัยคนดังจี้ถาม สาเหตุเดิมๆ ทำไมยังปล่อยให้เปิดได้ สงสัยคนอนุญาตต้องรับโทษด้วย!!?
** โศกนาฏกรรม ซ้ำๆ ซากๆ **
“ไฟไหม้”สถานบันเทิงดัง “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” กลางดึกลูกค้ากว่า 200 ชีวิตต้องวิ่งหนีตายอลหม่าน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้เวลากว่า 30 นาที ถึงจะควบคุมสถานการณ์ได้
โศกนาฏกรรมนี้ มี “ผู้เสียชีวิต”ที่ยืนยันได้แล้ว 30 ราย และบาดเจ็บอีกกว่าครึ่งร้อย แถมตอนนี้ก็ยังไม่มีการยืนยันถึง “ต้นเพลิง” ที่ชัดเจนว่า เกิดจากอะไรกันแน่
แต่เรื่องที่น่าเศร้าคือ หลังจากตรวจสอบสถานที่ พบว่าผู้เสียชีวิตจำนวนมาก หนีไปอยู่บริเวณ “ห้องน้ำ”คาดว่าอาจเป็นเพราะตอนเกิดไฟไหม้ ทั้งควันที่ปกคลุม และความมืดเพราะไฟฟ้าดับ ทำให้หาทางออกไม่เจอ
{โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ไฟไหม้กลางดึก}
นี่คือเหตุที่เรียกได้ว่า “ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” เพราะเมื่อปี 65 ก็มีกรณีไฟไหม้ผับ “Mountain B” ที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ให้เป็นบทเรียนไปแล้ว ตอนนั้นก็มีผู้เสียชีวิตถึง 26 ราย บาดเจ็บอีกครึ่งร้อย
กับอีกเคสที่ไม่มีใครลืมลง คือเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ ณ “ซานติก้าผับ” ตอนปี 52 ผลักให้มีผู้เสียชีวิตถึง 67 ราย บาดเจ็บอีก 200 กว่าคน
ถ้าให้วิเคราะห์เทียบกัน 3 เคสแล้ว จะพบว่า ทั้ง “Mountain B”, “ซานติก้าผับ”และ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” สิ่งที่มีปัญหาคล้ายๆ กันคือ “ระบบความปลอดภัย”
{“ซานติก้าผับ” คนตายถึง 67 ราย}
เริ่มจากตัว “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” แห่งล่าสุดนี้ก่อน ที่ถึงแม้จะมีประตูเข้าออกถึง 4 ทาง อยู่ 4 มุมของร้าน แบ่งเป็น “ประตูหน้าร้าน” 2 ทาง และ “ทางหนีไฟ” อีก 2 ทาง
แต่กลายเป็นว่า “ประตูหนีไฟ”กลับมีสิ่งของกีดขวางอยู่ทั้ง 2 ประตู บานนึงอยู่บริเวณใกล้ “ห้องน้ำ” อีกบานอยู่หลัง “ห้องครัว”ซึ่งหลายๆ คนไม่รู้ด้วยซ้ำว่า มีทางหนีไฟ เพราะ “ไม่มีป้าย”บอกที่ชัดเจน
คล้ายกับ “ซานติก้าผับ”ที่ประตูหนีไฟบางส่วน “ไม่พร้อมใช้งาน” และ “ไม่มีป้าย” บอกทางหนีไฟที่ชัดเจน เหมือนๆ กับ “Mountain B” ที่ประตูทางออก ณ ตอนนั้น ถูกล็อกกุญแจ และมีสิ่งกีดขวาง ทำให้คนออกมาได้ไม่ทัน
{“Mountain B” ประตูถูกล็อก คนออกมาไม่ทัน}
นอกจากประตูฉุกเฉินแล้ว ล่าสุดมีข้อมูลออกมาว่า ตัวร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เอง ก็ไม่มีระบบ “สปริงเกอร์ดับเพลิง”ภายในอาคาร มีแค่การติดตั้ง “ถังดับเพลิง”เท่านั้น
อีกปัจจัยที่ผลักให้สถานบันเทิงทั้ง 3 แห่งนี้ เกิดโศกนาฏกรรมเหมือนกัน คือการใช้ “วัสดุ” ภายในร้านที่ “ติดไฟง่าย”
เพราะจากปากคำของผู้รอดชีวิตในเคสล่าสุด บอกไว้ว่าหลังจากเห็น “ควันไฟ” ได้ไม่ถึง “5 วินาที”ก็เกิดเพลิงลุกไหม้ขนาดใหญ่ลุกลามอย่างรวดเร็ว
{วัสดุไวไฟ ส่งให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว}
ตรงนี้กูรูด้านกู้ภัย อย่าง “ยอด นคร 45” (อัญวัฒิ โพธิ์อำไพ) เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ช่วยวิเคราะห์จาก “ลักษณะไฟ” จากการดูคลิปเอาไว้ให้ฟัง
ในคลิปมีคนเปิดประตู แล้ว “เปลวไฟ” พุ่งออกมาขนาดใหญ่แบบนี้ มันคือ "Flashover” ปรากฏการณ์ที่ไฟเผาไหม้ จนเกิดความร้อนสะสมสูง ทำให้เชื้อเพลิง หรือวัสดุที่ติดไฟได้จำนวนมากภายในห้อง ปล่อยไอเชื้อเพลิงออกมา และลุกไหม้พร้อมกัน
“มันเป็นความร้อนสะสมปริมาณมาก จนเกิดการระเบิด แล้วก็เป็นเปลวไฟพุ่งออกมาแบบนั้น แต่ไฟที่พุ่งออกมาแบบนั้น เป็นได้หลายแบบ เชื้อเพลิงที่สะสมรุนแรง หรือเกิดจากเชื้อเพลิงของแก๊ซก็ได้
เพราะฉะนั้น ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญ หรือกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าไปตรวจสอบ และเป็นคนที่ระบุสาเหตุที่แท้จริงครับ”
อีกอย่างที่“ยอค นคร 45” ตั้งข้อสงสัยเอาไว้คือ “ไฟ” น่าจะลุกไหม้มาสักพักแล้ว แต่ “ไม่มีคนเห็น” เพราะอาจจะอยู่ใน “จุดอับสายตา” รู้ตัวกันอีกที ก็กลายเป็นเปลวเพลิงขนาดใหญ่แล้ว
“ผมว่าสภาพลักษณะการเกิดเหตุคล้ายๆ กันหมดเลย คือ ลุกไหม้จนติดอยู่นานแล้วภายในร้าน โดยที่เป็นมุมอับสายตา ที่ไม่มีใครเห็น มาเห็นอีกที ก็เป็นไฟลุกลามใหญ่แล้วครับ”
** คนอนุญาต ต้องรับโทษ? **
ความน่าสนใจของเคส “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” คือร้านแห่งนี้ จดทะเบียนเปิดเป็น “ร้านอาหาร” แต่แอบมาเปิดเป็น “สถานบันเทิง” หรือ “ผับ-บาร์”
ซึ่งพอไม่ได้จดทะเบียนเป็น “สถานบันเทิง” มันทำให้ “มาตรการด้านอัคคีภัย” บางเรื่องเข้มงวดน้อยกว่า แม้จะยังต้องทำตามกฎหมายควบคุมอาคารเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น “ระบบแจ้งเตือนไฟไหม้” , “ทางหนีไฟ” และ “อุปกรณ์ดับเพลิง”
แต่จุดที่เห็นความแตกต่างชัดเจนคือ เรื่อง “วัสดุตกแต่ง” ภายใน ที่สถานบันเทิงกำหนดให้ ใช้วัสดุที่ “ไม่ลามไฟ” เพื่อลดความเสี่ยงเมื่อเกิดเพลิงไหม้
ประเด็นคือเคสนี้ จดทะเบียนเป็นสถานบันเทิงไม่ได้ เพราะติดปัญหาเรื่อง “โซนนิ่ง” เนื่องจากอยู่นอกพื้นที่เป็น “โซนสถานบริการ” ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยจะจัดตั้งได้ ต้องอยู่ใน 3 โซน คือ “พัฒน์พงษ์” “RCA”และ “สีลม”
ทำให้ในโลกความจริง ผับ-บาร์ หลายๆ แห่งใน กทม. ที่อยู่นอกโซน ก็ใช้มุกเดียวกันนี้คือ ขึ้นทะเบียนเป็นแค่ “ร้านอาหาร” แต่จริงๆ แล้วเปิดเป็น “สถานบันเทิง”
กระทั่งกลายเป็นระเบิดเวลา ที่รอวันเกิดเหตุ เพราะร้านพวกนี้ ไม่ได้มีใครไปคุมเข้ม ประเด็น “มาตรการป้องกันไฟไหม้” และการใช้ “วัสดุไวไฟ” ในร้าน
และไอ้การใช้ของตกแต่ง หรือวัสดุในร้านที่ติดไฟง่ายนี่เอง ที่ทำให้ “โอกาสรอด” เวลาเกิดเพลิงไหม้ เหลือน้อยลงไปอีก
ถ้าให้วัดจากประสบการณ์ตรงแล้ว นักกู้ภัยอย่าง “ยอด นคร45” บอกว่า พอเกิดเพลิงไหม้ วัสดุอย่างพวกโฟม พลาสติก นอกจากจะทำให้ไฟลุกง่ายแล้ว ยังก่อให้เกิด “ควันพิษ” ด้วย
จากปกติ เหยื่อเพลิงไหม้อาจมีเวลา 4-5 นาที ในการหนีออกมา แต่พอเจอควันพิษ ก็จะเหลือแค่ 3 นาทีกว่าๆ เท่านั้น
ประกอบกับเวลาเกิดไฟไหม้ “ไฟฟ้า” ในอาคารจะ “ดับ” เมื่อมารวมกับควันไฟที่เกิดขึ้น ถ้าไม่มี ไฟสำรองมาส่องสว่าง หรือไร้ป้ายบอกทางหนีไฟที่ชัดเจน คนที่อยู่ข้างในก็จะ “หลงทิศ-หลงทาง” หาทางออกไม่เจอ
“วัสดุติดไฟได้ง่าย ลุกลามเร็ว พอจุดติด แล้วมีไฟ เป็นสารพิษ เป็นควันพิษออกมา คือควันสีดำ นั่นคือสารพิษ ที่ถ้าใครสูดหายใจเข้าไป ก็หงายท้องตึง ล้มหมดสติภายในไม่กี่นาทีครับ”
“พอไฟไหม้ได้ที่ปั๊บ ไฟดับปั๊บ ทีนี้โกลาหลเลย มืดมองอะไรไม่เห็น ทิศทางไม่รู้จะไปทางไหน แล้วก็อยู่ในนั้นตื่นเต้น หายใจเพิ่ม ก็หายใจเอาก๊าซพิษเข้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้หมดสติ”
เรื่องที่น่าเศร้าคือ เรารู้ดีว่า “สาเหตุ”ที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ แล้วมีคนตายมาจากอะไร ทั้งเรื่อง “ทางหนีไฟ”ไม่มี ใช้การไม่ได้, ไม่มี “ระบบเตือนภัย”รวมไปถึงการใช้ “วัสดุติดไฟง่าย”ภายในร้าน
คำถามคือ ทำไมยังเกิดเหตุขึ้นซ้ำๆ จนก่อให้เกิดข้อสงสัยว่า “เจ้าหน้าที่” ที่ดูแลเรื่อง “การอนุญาตเปิดร้าน” พวกนี้ มีการตรวจสอบกันจริงๆ หรือเปล่า? ปล่อยผ่านมาได้ยังไง?
หรือบ้านเมืองเราควร “เพิ่มโทษ”สำหรับ “คนเซ็นใบอนุญาต”ให้ผับ-บาร์ที่เกิดเพลิงไหม้แบบนี้ ด้วยดีไหม? จะได้จัดการกันจริงจังเสียที
“สาเหตุจริงๆ ผมเชื่อว่า เจ้าหน้าที่ทุกส่วนรู้หมดครับ หลังเกิดเหตุ ทุกคนไปตรวจเนี่ย รู้ปัญหาหมดเลยครับ ไม่มีประตูหนีไฟ ไม่มีป้ายบอก เชื้อเพลิง ชนวนที่ติดไฟได้ง่าย
แต่ทำไมถึงอนุญาต ทำไมถึงปล่อย ซึ่งการอนุญาตให้เปิดได้ ไม่มีการตรวจสอบเลยเหรอ ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เรามีโทษ เอาโทษกับคนที่ตรวจรับอนุญาตให้เปิดใช้เนี่ย มันได้ไหมครับ
การตรวจรับการอนุญาตให้เปิดบริการ ควรจะมีโทษด้วยเลยไหม เจ้าหน้าที่จะได้เข้มข้น”
{“ยอด นคร 45” เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู}
สกู๊ป : ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ : Facebook “ สำนักงานเขตจตุจักร”, “Drama-addict", "ข่าวคนนนท์", "อรรถรส" | X @Chu_OnlineNews, @RedSkullxxx
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **


