เจาะเคส “หนุ่มจีนซุกอาวุธสงคราม” สู่คำถามใหญ่ คนไทยก็ไม่ใช่ ทำไมมี “บัตรประชาชน”? เปิดมุมธุรกิจมืด ที่พนักงานรัฐเป็นใจ “สวมสิทธิ์คนตาย”ย้ายสัญชาติตาม “DNA ทิพย์” มหกรรมเร่ขายบัตรประชาชนไทย ที่ราคาดีจนน่าตกใจ
** กล้าขนาดนี้ เพราะทำเป็นขบวนการ **
จากอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ สู่การตรวจค้นบ้าน จนพบ “อาวุธสงคราม” จำนวนมหาศาล เคสหนุ่มจีนรายนึงในไทย
จนกลายมาเป็นประเด็นที่สังคมตั้งคำถามอย่างหนัก เรื่องการออก “บัตรประชาชน” ให้ชาวต่างชาติ
โดยจุดเริ่มของเรื่องนี้มาจาก “หมิงเฉิน ซัน”หนุ่มชาวจีนที่ขับรถ จนเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำที่ จ.ชลบุรี แต่พอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ กลับพบ “อาวุธปืน”ซ่อนอยู่ท้ายรถ
นำมาสู่การขยายผล เข้าตรวจค้นบ้าน และต้องตะลึงกว่าเดิม เพราะดันเจอคลังแสงย่อมๆ ตั้งแต่ “ปืน” “กระสุน” “ระเบิดมือ” ไปจนถึง “ระเบิด C4” ที่ซุกเอาไว้
แถมตำรวจยังพบประวัติการคุย ปรึกษากับ “Chat GPT” ถึงวิธีการวางแผน “ก่อวินาศกรรม”อีกด้วย
ประเด็นที่ใหญ่ไม่แพ้กันคือ นักค้าอาวุธรายนี้ มี “เอกสารประจำตัว” ที่ได้มาอย่างถูกต้องหรือเปล่า?
หลังพบว่า นอกจากหนังสือเดินทางสัญชาติจีนแล้ว “หมิงเฉิน ซัน” ยังมีหนังสือเดินทางสัญชาติโดมินิกัน กับสัญชาติจีนไต้หวันด้วย
ที่น่าสนใจคือ เขามี “บัตรสีชมพู” หรือ “บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย” เอกสารที่ออกโดย “กรมการปกครอง” ให้กับ “ชาวต่างชาติ” หรือ “แรงงานต่างด้าว” ที่ “ไม่มีสัญชาติไทย” ให้อยู่ในไทยอย่างถูกต้อง
โดยเจอว่า เลข 13 หลักบัตรสีชมพูของ “หมิงเฉิน ซัน” มีชื่อปรากฏใน “ทะเบียนบ้าน” ย่าน “คลองสามวา” กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการย้ายชื่อมาจาก อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อปลายปี 66
ประเด็นนี้ตำรวจกำลังเร่งสอบว่าเป็น “การสวมสิทธิ์” หรือ “ออกเอกสารโดยมิชอบ”หรือเปล่า? และหลังเรื่องบัตรสีชมพูนี้เป็นกระแส ในโซเชียลฯ ก็มีการแชร์ “บัตรประชาชน”ของชาวจีนอีกราย
ที่ชื่อว่า “เฉิงเจ้า หวู” ซึ่งโซเชียลฯ ก็ตั้งคำถามว่า คนคนนี้มี “บัตรประชาชนไทย” พร้อมชื่อในทะเบียนบ้านได้ยังไง? หรือที่มาของบัตรนี้จะมาจาก “การสวมสิทธิ์”
ร้อนถึง "สำนักงานเขตบางแค" ที่เป็นออกบัตรใบนี้ให้ ต้องออกมาชี้แจงว่า บัตรประชาชนของคนนี้รายนี้ เป็นการออกที่ถูกต้องแล้ว เพราะเขาได้ “สัญชาติไทย”ตาม “บิดา”ที่เป็นคนไทย
โดยมี “การพิสูจน์สัญชาติ” จาก “สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง” และผลการตรวจ “DNA”จาก “โรงพยาบาลรัฐ” อย่างถูกต้อง
นี่คือคำชี้แจงจากหน่วยงานรัฐ ซึ่งถามว่าแปลกไหม? ที่คนจะสงสัยว่า เกิดการสวมสิทธิ์ ออกบัตรประชาชนปลอม ให้ชาวต่างชาติ คำตอบคือไม่แปลก ที่คนจะระแวง
{“เฉิงเจ้า หวู” คนจีนทำไมมีบัตรประชาชนไทย}
เพราะถ้าย้อนข่าวกลับไป เมื่อปลาย เม.ษ. จะเจอข่าวบุกจับ “แก๊งสวมใบเกิดทิพย์” ใน จ.นครราชสีมา ที่มีพนักงานเทศบาล “ปลอมใบสูติบัตร”
รับหน้าที่ “แจ้งเกิด” ให้เด็กจีนหลายราย แลกกับค่าจ้างหัวละ 10,000 บาท
หรือในช่วงต้นปี(69) ก็มีการรวบ 6 ข้าราชการเทศบาล “แก๊งสวมสิทธิ์สัญชาติ” ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ที่ “สวมบัตรประชาชน” ทำเอกสารเท็จให้คนต่างด้าว-จีนเทา มีสิทธิ์อาศัยถาวรในไทย
อีกเคสคือฝีมือของ “ปลัดอำเภอ” ใน จ.อยุธยา ที่ย้ายชื่อต่างด้าวกว่า 200 คน เข้าทะเบียนบ้าน เพื่อใช้ในการออก “บัตรสีชมพู” ให้อย่างไม่โปร่งใส
** บัตรจริง แต่ข้อมูลทิพย์!! **
ถ้าให้วิเคราะห์และคาดคะเนในเชิงลึก เรื่องพวกอาจเป็น “น้ำจิ้ม” ของขบวนการ “ซื้อ-ขายสัญชาติ” ที่เกิดขึ้นในไทย อย่างที่เคยเห็นกันเมื่อปี 67 ที่ถึงกับมี “ป้ายโฆษณา” ภาษาจีน โปรโมตธุรกิจมืดนี้เอาไว้อย่างโจ๋งครึ่ม
นั่นก็คือข้อความที่แปลเป็นไทยได้ว่า “ซื้อพาสปอร์ตย้ายประเทศ 100%” แถมยังบอกอีกว่า ย้ายเสร็จภายใน 30 วัน ซึ่งเป็นการย้ายสัญชาติไป “ประเทศที่ 3” โดยใช้ไทยเป็นฐาน
โดยล่าสุด “ณัฏฐ์ มงคลนาวิน” นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า ที่ผ่านมา มีคนเข้ามาให้ข้อมูลเรื่องทำนองนี้เยอะมาก
จนเขามองว่านี่คือ “วิกฤตการสวมสิทธิ์”ด้วยวิธีใช้ “บัตรประชาชนไทย” เร่ขาย ทางทีมข่าวจึงได้ต่อสายตรงไปยังกูรูรายนี้ ให้ช่วยวิเคราะห์เชิงลึก
คำตอบคือ ตอนนี้ “ราคา” ของ “บัตรประชาชน(สีฟ้า)”มีการซื้อขายกันสูงมาก อยู่ที่ “300,000-1,000,000 บาท/ใบ”เลยทีเดียว
และส่วนมากคนไทยปลอมเหล่านี้ มักกระจุกตัวอยู่แถวๆ จังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น “เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC)” อย่าง “ระยอง”และ “ชลบุรี”
ซึ่งสิ่งที่น่ากลัวคือ “บัตรประชาชน”ที่ต่างชาติ ต่างด้าว พวกนี้ใช้ มันไม่ใช่ “บัตรปลอม”ที่ทำขึ้นมาเองแบบสมัยก่อน แต่มันเป็น “บัตรจริง” ที่ออกโดย “เจ้าหน้าที่รัฐ”
จุดที่ต่างคือ ถ้าเป็น “บัตรปลอม” ที่ทำขึ้นเอง อย่างมากมันก็ปลอมแค่ภาพ หรือชื่อ ไม่มีฐานข้อมูล ไม่สามารถทำนิติกรรมอะไรได้
แต่นี่เป็น “บัตรจริงๆ” ที่ได้มาจากการ “สวมสิทธิ์”จึงมีผลทำให้คนคนนั้น กลายเป็น “คนไทย”คนนึง ที่สามารถเอาบัตรประชาชนนี้ ไปทำธุรกรรมต่างๆ ได้อย่างถูกกฎหมาย
ทั้ง “ซื้อบ้าน-ที่ดิน”เปิดกิจการต่างๆ ไปถึงการใช้ “สิทธิ์สวัสดิการการรักษา” ของคนไทยด้วย
“เขาสามารถไปทำแบบธุรกรรมต่างๆ ได้เลยอะครับ เหมือนเขาเป็นประชาชนคนไทยจริงๆ ที่เขาซื้อ-ขายกันเนี่ย อันนี้คือความน่ากลัว”
{“ณัฏฐ์” นักวิเคราะห์ข้อมูล แฉขบวนการขายบัตรประชาชน}
โดยกลเม็ดที่จะทำให้ต่างชาติพวกนี้ กลายเป็นคนไทยได้ ผ่านการมี “บัตรประชาชน” เป็นของตัวเอง มี 3 รูปแบบหลักๆ คือ
“การขโมยตัวตน” คือข้อมูลของ “บุคคลสูญหาย” หรือ “คนตาย” ที่ยังไม่ได้ไปแจ้งเสียชีวิต มาสวมรอยเป็นคนเหล่านั้น ในการออกบัตร
โดยบัตรประชาชนรูปแบบนี้ ตัว “ชื่อ-นามสกุล” รวมถึง “วัน-เดือน-ปีเกิด” ยังคงเป็นของบุคคลที่ไปเอาชื่อมา แต่รูปถ่ายในบัตร จะเป็นรูปหน้าของต่างด้าวที่มาสวมแทน
“พ่อ-แม่ทิพย์” รูปแบบนี้จะเป็นการ “จ้าง” ให้คนไทยมารับรองความเป็น “บุตร” เพื่อขอ “เปลี่ยนสัญชาติ” ตามสายเลือด พอได้สัญชาติไทยแล้ว ก็ไปทำบัตรประชาชน ในขั้นต่อไป
โดยส่วนมาก มักจะมีข้ออ้างคล้ายๆ กันคือ เป็น “ลูก” ที่เพิ่งหากันเจอ หลัง “พลัดพราก” จากกันมานาน
“เป็นลูกที่เกิดจากต่างด้าว แต่พลัดพรากกันมานาน แล้วก็ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย ในการขอสัญชาติตามสายเลือด ในการขอบัตรประชาชนนะครับ”
อีกประเด็นน่าสนใจคือ การรับรองบุตรแบบนี้ จำเป็นต้องใช้ “หลักฐาน” ยืนยัน อย่าง“DNA” ว่าเกี่ยวข้องทางสายเลือดกันจริงๆ ซึ่งจุดนี้มี 2 ประเด็นที่น่าคิด
คืออาจมี “การปลอมผล DNA” เพื่อยืนยันหลักฐาน โดยอาจปลอมแปลงเอง หรือมี โรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย
กับอีกแบบคือ ถ้า “เจ้าหน้าที่ออกบัตร” รู้เห็นเป็นใจ ก็แค่ทำเป็นหลับหูหลับตา แล้วบอกว่าหลักฐานยืนยันครบแล้ว เท่านี้ก็จบ
และสุดท้าย “การคีย์ข้อมูลทิพย์” รูปแบบนี้ถือว่าสุดมาก เพราะไม่ต้องไปสวมสิทธิ์ หรือไปหาพ่อ-แม่มารับรองสายเลือด
แต่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐเทาๆ สร้างตัวตนปลอมๆ ขึ้นมา ทั้งชื่อพ่อ-แม่ และวัน-เดือน-ปีเกิด ในทะเบียนบ้านขึ้นมา แล้วผลิตออกมาเป็น “บัตรประชาชน” ให้เลย
** “เจ้าหน้าที่รัฐ” นั่นแหละ “ช่องโหว่”!! **
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องเลย เพราะถ้าดูจะกรรมวิธีทั้งหมด บัตรประชาชนพวกนี้ จะไม่สามารถออกไปถึงมือต่างชาติได้เลย ถ้าขาดผู้เล่นหลักที่ชื่อว่า “ข้าราชการ”
“ต้องบอกว่า ด้วยความที่ ‘ช่องโหว่’ มันทำด้วย ‘เจ้าหน้าที่’ ไงครับ คือเจ้าหน้าที่หาช่อง ในการที่จะทำสิ่งเหล่านี้อยู่แล้วอะ”
แต่คำถามคือ ทำไมเหล่าพนักงานรัฐถึง “ใจกล้า” ทำเรื่องพวกนี้ เพราะการออกบัตรมันตรวจสอบได้ ว่าบัตรประชาชนใบนั้น ใครเป็นออกให้
กูรูรายเดิมวิเคราะห์ว่า อย่างแรกน่าจะมาจาก “ตัวเงิน” ที่มันค่อนข้างสูง ทำให้เจ้าหน้าที่หลายคนยอมเสี่ยง
อีกอย่าง การคอร์รัปชันรูปแบบนี้ น่าจะทำกันเป็น “ขบวนการ” มีเครือข่ายโยงใยกันหลายองค์กร เพราะเท่าที่ดู วิธีการสวมสิทธิ์ ออกบัตรประชาชน พวกนี้ไม่ได้มีแค่ “องค์กรปกครองท้องถิ่น” หน่วยเดียวที่มีเอี่ยวแน่ๆ
อาจจะมี “โรงพยาบาล” ลามไปถึง “สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)” ด้วยก็ได้ ที่มีคนในรู้เห็นเป็นใจ ที่จะการสร้างข้อมูลปลอมเหล่านี้ เพื่อยื่นขอสัญชาติ ทำบัตรประชาชนให้คนต่างด้าว
ที่สำคัญ “บทลงโทษ” จากความผิดเหล่านี้ก็ “เบาเกินไป” คืออย่างมากเจ้าหน้าที่รัฐสายเทา ก็จะโดนก็คือ “ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” หรือ “ทุจริตต่อหน้าที่” ทั้งที่ความจริง ผลกระทบมันร้ายแรงกว่านั้น
“เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องเนี่ย มันต้องโดนข้อหาที่รุนแรงหน่อย จะเป็นข้อหา‘กบฎ’ หรือว่า ‘บ่อนทำลายความมั่นคง’ มันน่าจะต้องเป็นระดับนี้ ไม่ใช่ทุจริตในหน้าที่”
สรุปคือ “รัฐบาล” อาจจะต้องมีการ “Big Cleaning” เรื่องบัตรประชาชน หรือการใช้สัญชาติกันครั้งใหญ่ โดยการรื้อข้อมูลในช่วง 5-10 ปี มานี้มาตรวจสอบ
โดยดูว่าการออกบัตรประชาชน หรือการให้สัญชาติไทย กับชาวต่างชาติที่ผ่านมา ทำกันอย่างถูกต้องหรือเปล่า โดยเริ่มจากกลุ่มเสี่ยงก่อนก็ได้ อย่างใน “เขต EEC” หรือในแถบ “ภาคเหนือ”
เช่น การตรวจไบโอเมตริกซ์ พวกม่านตา ลายนิ้วมือ ว่าข้อมูลในบัตร ตรงกันคนที่ถือไหม กันพวกสวมสิทธิ์คนตาย
หรือเคสที่รับรองสัญชาติโดยสายเลือด ก็ให้พ่อ-แม่ที่ไปรับรอง มาตรวจ DNA กันใหม่ว่า มันมีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด เป็นพ่อ-แม่-ลูก กันจริงๆ หรือเปล่า?
“เริ่มจากกลุ่มเสี่ยงก่อนก็ได้ เพื่อตรวจสอบเรื่องสัญชาติแบบแท้จริงว่า มีการปลอมแปลงอะไรเกิดขึ้นไหม”
สุดท้ายคือการ เพิ่มช่องทางให้ประชาชนมาแจ้งเบาะแสได้โดยตรง และสร้างระบบคุ้มครองความปลอดภัย เพราะประชาชนหลายคนรู้เรื่องนี้ แต่ไม่รู้จะไปแจ้งกับใคร กลัวแจ้งไปแล้ว “สะดุดตอ” คนในขบวนการเข้าเสียเอง
สกู๊ป : ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ : Facebook “ณัฏฐ์ มงคลนาวิน”, “กระทรวงมหาดไทย PR”, “กรมการปกครอง fanpage”
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **


