เปิดโลกคนพิการ เมื่อ “ทางลาดวีลแชร์” ดันไม่ตอบโจทย์ ใช้งานไม่ได้จริง ทั้งสูง ทั้งชัน แถมบางที่ลื่นอีกต่างหาก ละเลยครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะถึงออกแบบผิด ก็ไม่มีโทษทางกฎหมาย
** วัตถุประสงค์ “อำนวยความลำบาก” **
มองเผินๆ แล้ว ดูเป็นเรื่องน่ายินดี ที่แทบทุกอาคารในประเทศไทย เริ่มมี “ทางลาดสำหรับคนพิการ” ให้บริการอย่างทั่วถึงแล้ว
แต่ใครจะรู้บ้างว่า ทางลาดที่มีอยู่ “ใช้ได้จริง” น้อยมาก อย่างที่ช่อง YouTube “ThisAble.me” ทดลองให้เหล่านักการเมือง ได้ลองนั่งวีลแชร์ แล้วเคลื่อนตัวเองขึ้นทางลาดดูบ้าง
จนได้ภาพ “ความทุลักทุเล” ออกมา สะท้อนว่าทางลาดที่ออกแบบมา แทนที่จะ “ช่วยอำนวยความสะดวก” กลับกลายเป็น “เพิ่มความลำบาก” ให้ผู้ใช้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุมากกว่าเดิมเข้าไปอีก
แล้ว “ทางลาดที่ดี” ควรเป็นยังไง? “ดร.สุจิตรา จิระวาณิชย์กุล” ผู้จัดการศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ช่วยให้คำตอบไว้แล้ว
ย้ำว่าอย่างแรกที่สำคัญคือ “ความชัน” ซึ่งในกฎหมายกำหนดไว้เลยว่า ทางลาดต้องมีความลาดชัน “1:12” หมายความว่า ถ้า “ความสูง” ของทางลาดคือ 1 เมตร “ความยาว” ก็จะต้องอยู่ที่ 12 เมตร ถึงจะได้ “ความชัน”ที่เหมาะสม
นอกจากนี้ “ความกว้าง”ตามมาตรฐานต้องกว้าง “1.5 เมตร”หรือไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร เพื่อให้วีลแชร์สามารถเข็นขึ้นพร้อมกัน หรือสวนทางกันได้
{“ดร.สุจิตรา” นักออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน ม.จุฬาฯ}
ส่วนระยะของทางลาด ก็ไม่ควรยาวเกิน 6 เมตร ถ้าเกินก็ต้องมี “จุดพัก” ให้ ในกรณีที่ผู้ใช้วีลแชร์ต้องใช้มือหมุนล้อ เข็นขึ้นด้วยแรงของตัวเอง
“คือ 1:12 เนี่ย เขาออกแบบมาให้เพื่อ ‘เข็นด้วยตัวเอง’ นะคะ แต่หลายๆ คนก็คิดว่า มีคนช่วยเข็น ซึ่งมันไม่ได้มีคนช่วยเข็นเสมอไป เราต้องออกแบบให้คนพิการเนี่ย สามารถช่วยตัวเองได้ ในการเข็นด้วยตัวเองขึ้นไปค่ะ”
** แทนที่จะสบาย “เสี่ยงตาย” กว่าเดิม **
ด้วยความคิด ความเข้าใจผิดที่ว่า “วีลแชร์” ต้องมีคนช่วยเข็น เลยทำให้ “ทางลาดเพื่อคนพิการ” ในหลายๆ ที่ “ชันกว่ามาตรฐาน” ที่ควรจะเป็น จนเสี่ยงอันตราย เสี่ยง “หงายหลัง” หรือ “ล้มหน้าคว่ำ” ได้สูง
หรือแม้แต่ “คนชรา” ที่ก้าวเท้าได้ไม่สูงแล้ว รวมถึง “คนท้อง” ที่ต้องแบกน้ำหนักของครรภ์ อาจมาใช้ “ทางลาด” เพื่อเดินขึ้น มากกว่าเลือกขึ้นบันได ซึ่งถ้าพลาดขึ้นมา ก็อาจลื่นล้มลงมาได้
เกี่ยวกับเรื่องนี้ “รศ.ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ” หัวหน้าหน่วยวิจัยและออกแบบเพื่อคนทั้งมวล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ม.ธรรมศาสตร์ มองว่า...
นอกจากเรื่อง “ทางลาดชัน” แล้ว ยังมีช่องโหว่เรื่อง “ราวจับ” ที่น่าเป็นห่วงอยู่ คือตัว “ราวจับ” ต้องไม่อยู่สูงหรือเตี้ยเกินไป เพื่อให้ใช้ในการประคองตัว และเป็นราวกันตกได้ในเวลาเดียวกัน
ที่สำคัญ ต้องมี “พื้นผิวต่างสัมผัสชนิดเตือน (Tactile Block)” แปะไว้ที่พื้นด้วย เพื่อใช้เตือนคนตาบอดว่า ด้านหน้าคือทางลาด
โดยตามหลักแล้ว ต้องติดไว้ที่ “จุดเริ่มต้น” และ “จุดสิ้นสุด”ของทางลาด แต่ความอีหยังวะที่พบเห็นมาตลอดคือ คนสร้างสิ่งเหล่านี้มักจะ “ติดผิด”ตลอด
คือถ้าไม่ติดไกลเกิน ก็ติดบนพื้นที่เป็นช่วงทางลาดแล้ว นอกจากนี้ “พื้นทางลาด” ที่ควรจะกันลื่น บางที่ก็ดันเอา “กระเบื้อง”ที่มีความลื่นสูง มาปูเป็นพื้นทางลาดซะงั้น
“ตัวนี้มักจะติดผิด (Tactile Block) ติดที่ทางลาดบ้าง ติดแล้วไกลจากทางลาดเกินไป หรือติดแล้ว ใช้สีที่ไม่สะดุดตา ไม่ตัดกับพื้นผิว ด้านข้าง
ก็ทำให้คนตาบอด และคนสายตาเลือนราง ไม่ได้ใช้ตัวพื้นผิวสัมผัส สำหรับเตือนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”
{Tactile Block เตือนคนตาบอด}
อีกเรื่องที่ชอบอ้างกันคือ ที่ความชันมัน “สูง” เพราะ “พื้นที่ไม่พอ” ให้ใช้สูตร 1:12 ได้ เลยต้องสร้างกันชันๆ แบบนั้นไป
มุมนี้ “ดร.ชุมเขต” บอกว่า ถ้าสร้างทางลาดไม่ไหว ก็ให้เปลี่ยนเป็น “ลิฟต์” ไปเลยดีกว่า หรือถ้ากลัวใช้ลิฟต์ แล้ว คนจะต่อคิวเยอะ มันก็มีเทคนิคในการออกแบบอีกหลายอย่าง ที่จะทำให้ความชันของทางลาดออกมาเหมาะสม
“สถาปนิกเองเนี่ย เราต้องออกแบบ ให้มันมีสโลปที่เหมาะสมตั้งแต่แรก ไม่ใช่มาอ้างทีหลัง ว่า ด้วยความที่พื้นที่มันน้อย เพราะคนที่ออกแบบพื้นที่ ก็คือสถาปนิก เพราะงั้น เราก็ต้องทำมาตั้งแต่แรกครับ”
** มีแค่ตามกฎหมาย ไม่สนใจมาตรฐาน **
เรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกคนพิการในอาคาร จริงๆ แล้วมีกฎหมายกำหนดเอาไว้อย่างละเอียด ซึ่งอยู่ใน “กฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคาร สำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา พ.ศ.2548” และปรับปรุงแก้ไขอีกครั้ง เมื่อ พ.ศ.2564 ภายใต้ “พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร”
โดยระบุอย่างละเอียดไว้ว่า ตัวทางลาด ต้องมีความชัน ความกว้างเท่าไหร่ พื้นผิวของทางลาดต้องเป็นแบบไหน หรือมีองค์ประกอบเสริมอย่าง ราวจับ ป้ายเตือน ยังไงบ้าง
แต่พอสร้างออกมา กลับยังต้องพบเจอทางลาดเพื่อคนพิการ ที่ออกแบบ “ไม่ได้มาตรฐาน” เหมือนแค่ “มีเพื่อให้มี” ตามกฎหมายกำหนด อย่างที่ "ดร.สุจิตรา” ช่วยวิเคราะห์ไว้
ทุกวันนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วมาก แต่สภาพก็ออกมาอย่างที่เห็น คือแค่พอใช้ได้เท่านั้นเอง
“ตอนนี้มันอยู่ในระดับที่พอใช้งานได้ คนที่แข็งแรงหน่อย ก็พอที่จะเข็นวีลแชร์เองได้ สามารถขึ้นทางลาดได้ แม้มันจะไม่ได้เป๊ะตามกฎหมาย”
เรื่องนี้ “ดร.ชุมเขต” มองว่า น่าจะเพราะที่กฎหมายกำหนดไว้ เป็นเพียง “กฎกระทรวง”ตั้งแต่ปี 48 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ “ไม่มีบทลงโทษ”เลยทำให้หลายฝ่ายยังละเลย และยังคงสร้างผิดเพี้ยนซ้ำๆ กันอยู่แบบนี้
“ท้ายที่สุด กฎหมายฉบับนี้ ที่ออกมาตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร เป็นกฎหมายที่ไม่ได้มีบทลงโทษนะครับ คือเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจ ผู้ที่มีอำนาจ ในการอนุมัติที่จะก่อสร้าง ไม่อนุมัติได้
แต่ท้ายที่สุดแล้ว พอทำออกมา ถ้าไม่มีใครฟ้อง ก็ไม่ได้มีบทลงโทษ”
{“รศ.ดร.ชุมเขต” นักออกแบบเพื่อคนทั้งมวล ม.ธรรมศาสตร์}
สกู๊ป : ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ : YouTube ช่อง “ThisAble .me”
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **


