xs
xsm
sm
md
lg

16 ล้านต่อปี!! “เจน AI” จนเป็นเศรษฐี อาชีพใหม่วงการโฆษณา ที่ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็ทำถึง [มีคลิป]

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“16 ล้านบาท/ปี”!! คือรายได้ของหนุ่มวัย 22 ปี ผู้ยึดอาชีพ “ทำโฆษณาจาก AI” จนกลายเป็น “มหาเศรษฐี” ท่ามกลางกระแสแบนคอนเทนต์จากบอทในระดับสากล


คนวงการโฆษณาชี้ Generate AI ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าคนทำ “ขี้เกียจ” งานก็จะออกมา “ห่วย” พร้อมเปิดข้อกำจัดความเสี่ยง จนสร้างงาน “ละเมิดลิขสิทธิ์” แถม “ไร้รสนิยม”





** “สั่งงาน AI” อาชีพใหม่สร้างเงิน **

“16 ล้านบาท”!!นี่คือ “รายได้ต่อปี” ของวัยรุ่นวัยเพียง22 คนนี้ “Beechinour (บิชินอร์)”ที่ใช้ “AI” ทำงาน จนกลายเป็น “เศรษฐี”จากการยึดอาชีพ “ผลิตคลิปโฆษณา”

โดยอาศัย “Generative AI” เป็นเครื่องมือหลักในการปั้นภาพขึ้นมา แลกกับราคาค่าจ้างอยู่ที่ “700,000-1,300,000 บาท/ชิ้น” เลยทีเดียว

ด้วยความที่เขามีพื้นฐานด้านครีเอทีฟ และการเล่าเรื่องที่ดีอยู่แล้ว จากการฝึกตัดต่อมาตั้งแต่ตอน10 ขวบ ตัด MV มาแล้วหลายร้อยตัว พอถึงวันที่เทคโนโลยี AI บูมขึ้นมา มันเลยกลายเป็นช่องทางทำเงิน ให้กับเด็กหนุ่มรายนี้


                                                     {“Beechinour” เจน AI ทำรายได้หลักสิบล้าน}

ที่สำคัญ ผลงานของเขาไม่ได้เกิดมาจากการนั่งพิมพ์คำสั่งง่ายๆ แล้วให้ AI generate ออกมา แต่ผ่านกระบวนการคิดหลายขั้นตอน บวกกับใช้โปรแกรม AI อีกหลายตัว

ทั้ง “ChatGPT” และ “Gemini” เพื่อช่วยในการคิดไอเดีย จากนั้นก็ใช้ “Claude” เขียนสคริปต์ ก่อนส่งต่องาน Storyboard ให้ “Nano Banana Pro”วาด เพื่อเสนอลูกค้า

จากนั้นก็สร้างคลิปวิดีโอขึ้นมา จาก “Kling AI” หรือไม่ก็ “Luma AI”แล้วโยนงานเสียงให้ “ElevenLabs AI”เป็นตัวจัดการ


                                                          {ผลงานจาก AI สร้างเงินได้ 16 ล้าน/ปี}

จริงไหม? ที่ว่า แค่กระดิกนิ้วนิดเดียว สั่งให้ AI ทำงานให้ ก็สามารถได้เงินง่ายๆ แล้ว ถ้าให้มองผ่านเลนส์ตาของ “ไมค์” (วันดิษ วิญญรัตน์) ประธานกรรมการ บริษัท ทีบีดับบลิวเอ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทครีเอทีฟเอเจนซีรับผลิตโฆษณา มองว่า “ไม่ใช่เรื่องง่าย”

เพราะถ้าคนที่ Generate “ขี้เกียจ” งานก็จะออกมาแย่ เพราะแค่ขั้นตอน “การโยนคำสั่ง (Prompt)” ให้ AI กว่าจะได้ภาพ หรือคอนเซ็ปต์ที่พอใจ ก็ต้องใช้เวลาเป็นวันๆ แล้ว

เนื่องจากการป้อนคำสั่งให้ AI มันต้อง “บรีฟ” ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ ในสิ่งที่ตรงกับความต้องการของผู้สร้าง
แถมจะใช้แค่โปรแกรมเดียวก็ไม่ได้ เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการใช้คนคนเดียวให้ทำทุกอย่าง ซึ่งจะทำให้สิ่งที่ได้ “ไอเดียมันไม่ลึก”

“ก่อนที่คุณจะไปไหนเลย คุณต้องตีกับไอ้ Prompt generator ก่อนว่า ไอ้ Prompt พวกนี้ มัน generated อะไรมาให้ พวกนี้เป็นสิ่งที่ต้องการหรือยัง แค่นั้นก็เป็นวันแล้ว”

“ถ้าเลือกที่จะขี้เกียจ งานมันก็จะขี้เกียจ แต่ไม่ได้แปลว่า ขายไม่ได้เนอะ”



ถามว่าการ “Generate AI” จะเป็นอาชีพได้เลยไหม? คนวงในรายนี้บอกว่า ถ้ามีแค่ทักษะนี้ น่าจะ “ไม่พอ”คุณต้องพื้นฐานอย่างอื่นมาก่อน แล้วใช้ AI เป็น “ตัวเสริม”ให้งานมัน “ดีขึ้น”หรือทำงานได้ “ง่ายขึ้น”

อย่างเช่น ในงานโฆษณา หรืองานสื่อสาร สิ่งคุณต้องมีก่อนคือ ทักษะการ “เล่าเรื่อง”อย่างกรณีของ “บิชินอร์”เขามีประสบการณ์ตัดต่อมาก่อน เขาเลยรู้ว่าจังหวะไหนตัดยังไง เล่าแบบไหน

“เด็กคนนี้เนี่ยนะครับ เขาโตมาจาก Storytelling เนอะ ใช้มาตั้งแต่ 10 ขวบ ที่เขาตัดหนัง คุณจะตัดหนังได้ คุณต้องมี Storytelling Ability อยู่ในหัวคุณ

เพราะฉะนั้น คุณต้องเป็นคนที่เล่านิทานเก่ง คนจะเล่านิทานเก่ง ต้องมีไอเดียอยู่ในหัว ว่าเรื่องนี้จะเล่าว่ายังไง ถึงจะเอาไปดำเนินการ นี่คือเขามีทั้งหมดนี้ก่อน AI”


                                                                   {“ไมค์-วันดิษ” กูรูวงการโฆษณา}

พูดง่ายๆ คือ ไม่ใช่แค่ใช้ AI เป็น แล้วจะมีงานทำ สิ่งสำคัญที่ยังต้องมีคือ ทักษะในอาชีพนั้นๆ สุดท้าย AI ในมุมมองของ “ไมค์” ก็ยังคงเป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่เอาไว้ขยับขีดความสามารถของคนอยู่ดี

“คนที่มีอาชีพอยู่แล้ว AI เข้าไปเสริมให้มันเร็วขึ้น ให้มันมีประสิทธิภาพขึ้น ให้มันสวยขึ้น ได้ยังไง แล้วไอ้คนคนนั้น จะเอาอันนั้นไปหากินได้ยังไง อันนี้เป็นฝ่ายอาชีพ”

“คือไม่ใช่แค่ว่าเจน AI ก็มีงานทำนะครับ เอาง่ายๆ อย่างเราเนี่ย เวลาเรารับสมัครตำแหน่งครีเอทีฟ เราก็ไม่ได้เจาะจงเป็นคุณสมบัติว่า ต้องเจน AI เป็น”



** ป้อนคำสั่งแย่ = ไร้รสนิยม+เสี่ยงโดนฟ้อง **

มองผ่านมุมคนรับทำโฆษณา ผลงานที่ออกมาจาก AI เหมาะกับคนที่ทำงานเป็น “ฟรีแลนซ์” ที่ขายงานให้ลูกค้า หรือแบรนด์ขนาดเล็กที่ต้องการ “ปริมาณ” “ความเร็ว” และ “ราคาถูก” มากกว่า

เพราะแบรนด์สินค้าใหญ่ๆ หรือบริษัทรับผลิตโฆษณา ยังไม่นิยมที่จะเอาผลงานที่สร้างจาก AI 100% มาใช้เลย
ส่วนมากจะถูกใช้เป็น “ไกด์ไลน์” ในการทำงาน หรือเอาไปเสนอให้ลูกค้าเห็นภาพโดยรวม 

แต่สุดท้ายผลงานที่ออกมา ก็จะถูกผลิตด้วยมือคนอยู่ดี อย่างที่กูรูคนวงในรายเดิมย้ำว่า ที่เป็นแบบนั้น เพราะยังไง AI ก็ยังมี “ข้อจำกัด” อยู่

“AI ไม่มีรสนิยมนะ AI ไม่สามารถจะDevelop รสนิยมได้ AI จะวิเคราะห์ได้ ว่า ไอ้นี่ควรจะเป็นรสนิยมที่ดี ไอ้นี่ควรจะเป็นรสนิยมที่ไม่ดี ถูกไหมครับ แต่เขาจะตัดสินใจเองไม่ได้

เพราะฉะนั้นเนี่ย ขั้นตอนสุดท้ายที่จะเป็น Production ไปถึงลูกค้าเนี่ย มันก็ยังเป็นคนอยู่ ณ วันนี้นะครับ”



อีกปัญหาใหญ่ ที่บริษัทโฆษณาไม่อยากเอา “ผลงานที่ Generate โดย AI”  มาใช้ คือเรื่อง “ลิขสิทธิ์ทางปัญญา”

เพราะ AI จะไปดึงภาพ คลิป หรือแม้แต่ลายเส้น ของศิลปินที่มีอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต เอามา Generate ออกมาเป็นผลงานของตัวเอง ซึ่งเป็นการกระทำที่เสี่ยงต่อการ“โดนฟ้อง” ที่สุดอย่างนึง

“ในเอเจนซี่เอง มันจะลำบากตรงที่ว่า บางทีเวลาคุณให้ AI Generate เนี่ย มันไปเอาภาพของคนอื่นมา แล้วเราโดนฟ้องได้ ถูกไหมครับ

เฮ้ย..เอาสไตล์นี้ของคนนั้นมา เอาวิธีเขียนของคนนี้มา เอามุมกล้องของคนนั้นมา เจ้าของเขาฟ้องได้หมดอะ ถูกไหม”



นอกจากเรื่องลิขสิทธิ์แล้ว ตอนนี้ในคนสังคมทั่วโลกเอง ก็เริ่ม “เบื่อ” คอนเทนต์ต่างๆ ที่ถูกสร้างจาก AI จนกลายเป็นกระแส “แบน” ผลงานที่ถูกผลิตออกมาจาก AI 100% แล้ว

ด้วยความที่มันมีเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด แถม “ขาดเอกลักษณ์” คนเห็นแล้วรู้สึกว่า “ปลอม” ทำให้คนจำนวนไม่น้อย เลือกที่จะ “ปัดทิ้ง-ปิดหนี” เวลาเห็นโฆษณา หรือคอนเทนต์จาก AI

จุดนี้เองที่ทำให้แบรนด์สินค้าใหญ่ๆ หลายเจ้า เริ่มพยายามออกมาแสดงตัวว่า โฆษณาของตัวเองถูกสร้างขึ้นโดย “มนุษย์จริงๆ” ไม่ใช่ “ปัญญาประดิษฐ์”

แม้แต่ระเบียบบนแพลตฟอร์มโซเชียลฯ ทุกวันนี้ ยังมีรายละเอียดออกมาควบคุม เหล่าช่องหรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ที่ใช้ AI ในการสร้างคอนเทนต์มากเกินไป



ด้วยการจัดการ “ปิดกั้นการมองเห็น” หรือ “ปิดการสร้างรายได้” เพื่อให้คอนเทนต์ประเภทนี้ มีปริมาณน้อยลงกว่า คอนเทนต์ถ่ายทำจริงจากเหล่าครีเอเตอร์

อย่าง “YouTube” ก็ลงดาบเด็ดขาด ในนโยบาย “AI Slop” ที่กำหนดให้เหล่าคอนเทนต์ที่ใช้ AI หรือปั๊มขึ้นมาโดยเน้นปริมาณ ไม่เน้นคุณภาพ จะ“ถูกจำกัดการสร้างรายได้ ”

แม้แต่ “TikTok” เอง ก็บังคับแปะป้าย “AI-generated content” บนคลิปที่ถูกสร้างโดย AI แถมยังเพิ่มฟีเจอร์ ที่เราสร้างเข้าไปตั้งค่า เพื่อ “ลดการมองเห็น” คอนเทนต์ AI ลงได้

ส่วน “Facebook” ก็ออกกฎ “ลดการมองเห็น” และ “ตัดสิทธิ์การสร้างรายได้” เหล่า “คอนเทนต์ขยะ” จาก AI ที่ไม่มีคุณภาพแล้วเหมือนกัน

ดังนั้น ความฝันที่จะ “เจน AI” จนสร้างรายได้หลักล้าน ทำเป็นอาชีพโกยเงินได้ เลย “เป็นจริง” ได้แค่สำหรับ “มืออาชีพ” ที่สร้างสรรค์ผลงานออกมาได้ “แตกต่าง-มีสไตล์” และ “มีคุณภาพ” จริงๆ เท่านั้นเอง







ดูโพสต์นี้บน Instagram

โพสต์ที่แชร์โดย LIVE Style (@livestyle.official)






@livestyle.official ..."16 ล้านบาท/ปี"!! คือรายได้ของหนุ่มวัย 22 ปี ผู้ยึดอาชีพ "ทำโฆษณาจาก AI" จนกลายเป็น "มหาเศรษฐี" ท่ามกลางกระแสแบน "คอนเทนต์จากบอท" ในระดับสากล... . คนวงการโฆษณาชี้ Generate AI ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าคนทำ "ขี้เกียจ" งานก็จะออกมา "ห่วย" พร้อมเปิดข้อกำจัดความเสี่ยง จนสร้างงาน "ละเมิดลิขสิทธิ์" แถม "ไร้รสนิยม" . #LIVEstyle #LIVEstyleofficial #ข่าวTikTok #TikTokCommunityTH #AI #ทํางานออนไลน์ #การตลาด #marketing #ContentCreator #ใช้AIทําวีดีโอ #โฆษณา #Creative #ครีเอทีฟ #SME #SMEs #ธุรกิจ #ธุรกิจออนไลน์ #อายุน้อยร้อยล้าน ♬ original sound - LIVE Style


สกู๊ป : ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ : Facebook “TBWA\Thailand” | YouTube “Brett Malinowski” | X @Markets_xyz, @intodotspace, @whop, @GTE_XYZ




** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **