xs
xsm
sm
md
lg

จ่ายใต้โต๊ะไม่ไหวแล้ว!! ระบบหนุน “ข้าราชการนักไถ” เพิ่มส่วย-เพิ่มซวยคนทำธุรกิจ [มีคลิป]

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ทำธุรกิจแบบไทยๆ ถึงไม่ผิด ไม่มีซิกแซ็กเข้าเส้นทางสีเทา แต่ก็ยังต้อง“จ่ายใต้โต๊ะ”ปัญหาเรื้อรังที่นักธุรกิจกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ไม่จ่าย” ก็ไม่จบ แถมร้องเรียนไป อาจ “ซวย”กว่าเดิม เพราะระบบในบ้านเมืองเรา ไม่ปกป้องคนโดนไถ แต่กลับหนุนให้เป็น“ข้าราชการนักไถ”ได้ง่ายกว่า!!





** ไทยแลนด์สไตล์ “ไม่ผิด” ก็ต้อง “จ่าย” **

นักธุรกิจในไทย “ทนไม่ไหวแล้ว” ข้าราชการไทย “คอร์รัปชัน” หนักข้อขึ้นทุกวัน หลักฐานชัดจากอัตราการเรียกเก็บ “เงินใต้โต๊ะ” ที่แพงขึ้น จนคนทำงานตัวเป็นเกลียวต้องโอดครวญ

นี่คือข้อมูลจาก “ผศ.ดร.ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ” อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเอาไว้ตามนี้

“เอกชนเริ่มทนคอร์รัปชันของภาครัฐไม่ไหวแล้ว เมื่อก่อนค่าใต้โต๊ะ 20% พักหลังมาเพิ่มเป็น 30% ตอนนี้ขึ้นมาเป็น 40% แล้ว"


เพื่อตรวจสอบว่า ตัวเลขนี้เป็นความจริงหรือไม่ และทำไมต้องยอมจ่ายให้กับ “ระบบสีเทา” แบบนี้ด้วย? ทางทีมข่าวจึงได้ขอให้คนที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง อย่าง “ดร.มานะ นิมิตรมงคล” ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ “ACT” มาช่วยตอบข้อสงสัยนี้

โดยถ้าพิจารณาจากตัวเลขสถิติที่เห็น จากรายงานสำรวจที่เรียกว่า “ดัชนีคอร์รัปชันไทย” ซึ่งจัดทำโดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่คอยสำรวจประเด็นนี้ในทุกๆ 6 เดือนแล้ว พบว่า...

“ล่าสุด ก็มีการทำ แล้วก็เผยแพร่ไปเมื่อประมาณ ก.ค.-ส.ค.(68) ที่ผ่านมา ข้อมูลยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
คืออัตราการเรียกรับสินบนเนี่ย ยังอยู่ในอัตราที่สูงนะครับ 20-25-30% โดยเฉลี่ยก็ยังเป็นอย่างนี้ครับ แล้วก็นักธุรกิจส่วนใหญ่ ก็ยังคงต้องจ่าย”

โดย “เงินสินบน-เงินใต้โต๊ะ” พวกนี้ ที่ข้าราชการเทาๆ ของไทยเรียกรับ จะมาจาก 3 ช่องทางหลักๆ คือ 1.การขอ “ใบอนุญาต” 2.กิน “เงินทอน” จากโครงการจัดซื้อจัดจ้าง และ 3. “รีดไถ” กันเป็นเงินสดแบบโต้งๆ เลย

ด่านหินด่านโหดสำหรับคนทำธุรกิจ ก็คือการขอ “ใบอนุญาต” เพราะฝั่งราชการไทยมักเอาไว้ใช้ “รีดเงิน” จากนักธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติก็ตาม เพราะการทำธุรกิจในบ้านเมืองเรา ยังไงก็ต้องทำเรื่องขออนุญาตก่อน



คำถามคือ ทำไมต้องยอม ทำไมต้องจ่ายให้ล่ะ? ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่มีพฤติกรรมเล่นตุกติกทางธุรกิจ แค่ทำตามขั้นตอนไป แค่นั้นก็น่าจะจบแล้วไม่ใช่เหรอ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ กูรูรายเดิมช่วยสะท้อนเอาไว้ว่า ความเป็นจริงของเมืองไทยไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะต่อให้คุณไม่ผิด แต่ต้องการทำธุรกิจ ยังไงคุณก็ต้องจ่าย

เพราะระบบการขอใบอนุญาตในบ้านเรา มันมีขั้นตอนที่ซับซ้อน วุ่นวาย การทำธุรกิจชนิดนึง อาจต้องมีใบอนุญาตหลายใบ ถ้าอยากมีชีวิตที่สะดวก ขอปุ๊บ-ผ่านปั๊บ มันก็ต้องยอม “เสียตังค์” เป็นค่าผ่านทางแต่ถ้าใครเป็นนักธุรกิจแบบตงฉิน ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่า “ไม่จ่าย” รอทำตามกระบวนการได้ ไม่รีบ คุณก็อาจจะได้รอไปอีกยาวๆ

เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะถูก “ดึงเรื่อง” ให้ใบอนุญาต “ไม่ผ่าน”สักที ดีไม่ดีอาจถูกกลั่นแกล้ง จากคนที่เรียกรับสินบนเลยด้วยซ้ำ

“ในชีวิตจริง ถึงแม้คุณไม่ได้ทำผิดอะไรเลย แต่ถ้าเป็นนักธุรกิจไปติดต่อขอใบอนุญาต คุณจะถูกดึงเรื่อง ถูกกลั่นแกล้งนะครับ ทำให้ต้องมีการจ่ายเงินจ่ายทองกัน ถึงแม้ทำถูกก็ต้องจ่ายครับ”


                                                 {“ดร.มานะ” ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ}

ถ้าอย่างนั้น ทำไมไม่ลุกขึ้นมาร้องเรียน? ก็ต้องยอมรับว่า กระบวนการร้องเรียนเอง ก็ต้องใช้เวลานาน กว่าจะสืบ กว่าจะตัดสิน อาจเป็นช่วงที่เสี่ยงที่สุด ที่จะโดนเหล่า “ข้าราชการเทา” เล่นงาน

“ผมมีตัวอย่าง ที่ได้คุยนักธุรกิจต่างชาติ เขาบอกว่าประเทศไทยอะ หน่วยงานราชการชอบบอกว่า ถ้าโดนรีดไถ โดนเรียกรับสินบน ให้มาร้องเรียน

แต่ปัญหาที่เขาเจอก็คือ ในเวลาที่เขาโดนรีดไถเนี่ย เขาไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร แล้วเวลาไปร้องเรียนกันจริงๆ ก็จะมีระยะเวลายาวนานมาก จนเขาถูกกลั่นแกล้ง หรือเกิดความเสียหาย เพื่อตัดปัญหาทุกคนก็เลยต้องยอมจ่าย”



** “ร้องเรียน” ไป อาจ “ซวย” กว่าเดิม? **

เกิดกลายเป็น “วัฒนธรรมทางธุรกิจ” ที่ว่า ต่อให้ผู้ประกอบการ หรือนักธุรกิจรายนั้นๆ ไม่ได้ทำอะไรผิด หรือไม่ได้พยายามซิกแซ็กเพื่อเลี่ยงกฎหมาย สุดท้ายก็ต้องยอมจ่ายเงินใต้โต๊ะ “เพื่อตัดรำคาญ”

ที่เป็นแบบนี้เพราะระบบการร้องเรียน มักกำหนดให้เหยื่อไปร้องต่อ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)”

ไม่ก็ร้องกับ “สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)” หรือแม้แต่การร้องโดยตรงต่อ “หน่วยงานต้นสังกัด” ของข้าราชการรายนั้น

“แต่สุดท้าย มันก็จะใช้เวลามาก โยนเรื่องกันไป โยนเรื่องกันมา”

ดีไม่ดี ในเคสที่ไปร้องกับหน่วยงานต้นสังกัด คนตรวจสอบก็เป็นพวกเดียวกัน จากแทนที่จะได้รับความยุติธรรม อาจกลายเป็นถูกกลั่นแกล้งหนักกว่าเดิม

“เวลาเจ้าหน้าที่รีดไถเนี่ย เขาจะขู่เลยว่า ถ้าคุณไปร้อง เดี๋ยวผมจะเล่นงานคุณให้หนักมากขึ้น แล้วคนร้องก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะว่าที่ทำงาน เจ้านาย ก็พวกผม เงินก้อนนี้ต้องส่งส่วยให้นาย ส่งส่วยให้ผู้ใหญ่ แบ่งเงินให้กับนักการเมือง”

สะท้อนให้เห็นว่า ระบบตรวจสอบการทำงานในบ้านเมืองเรา “ไม่ปกป้อง” คนที่ถูกรีดไถเลยแต่ถ้าอยากให้เรื่องส่วยใต้โต๊ะเหล่านี้หมดไป คือต้องทำให้คน “ฟ้องได้ง่ายขึ้น” และ “กล้าที่จะร้องเรียนมากขึ้น”



ด้วยการ “ปกปิดชื่อ” และ “ข้อมูล” ของผู้ร้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เหล่าข้าราชการทุจริต ตามไป “ข่มขู่” หรือใช้กฎหมายกลั่นแกล้งในภายหลัง

หรือต่อให้สืบรู้ชื่อ ก็ต้องมีมาตรการที่จะทำมั่นใจได้ว่า เหยื่อจะไม่ถูกตามเช็กบิล ซึ่งจุดนี้คือ “หน้าที่” ของ “รัฐบาล” ที่ต้องออกแบบระบบตรงนี้ให้รัดกุม

ส่วนในภาคเอกชน “ดร.มานะ” บอกว่าอย่าง องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เอง ก็มีแอปฯ ที่เรียกว่า “Corruption Watch” มีช่องทางให้ผู้คนสามารถร้องเรียนการทุจริตได้ โดย “ไม่ต้องระบุตัวตน”

“ผู้ร้องไม่ต้องระบุตัวตน ไม่ต้องใส่หมายเลขบัตรประชาชน ทำให้ผู้ร้องมีความมั่นใจมากขึ้น และทางหน่วยงาน คือ ป.ป.ช. เนี่ย จะมารับเรื่องไปดำเนินการตรวจสอบอีกทีนึงครับ”

“การปกป้องผู้ร้องเรียน คือให้ร้องเรียนได้ง่ายๆ โดยที่คนผิดหรือคนโกงเนี่ย ต้องไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ร้องเรียน ต่อให้รู้ ก็ไม่สามารถไปข่มขู่คุกคามเขาได้ ไม่ว่าจะด้วยการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ หรือการใช้อิทธิพล”



และถ้าอยากให้ปัญหานี้ได้รับการแก้ที่ “ตรงจุด” ที่สุด แนะนำให้ “ยกเลิกใบอนุญาต” ที่มีมากเกินความจำเป็น 

โดยแก้ไขให้การขออนุญาตตามขั้นตอนต่างๆ ไม่ซับซ้อนหรือทับซ้อนกันไปมา ก็จะช่วย “ตัดช่องทางหากิน” ของเหล่าข้าราชการเทาไปได้ในที่สุด

“กฎระเบียบของภาครัฐจะต้องมีเท่าที่จำเป็น ไอ้พวกใบอนุญาตอนุมัติเนี่ย อะไรไม่จำเป็นก็เลิกซะ กฎหมายอะไรที่ยุ่งยากซับซ้อน ก็ยุบๆ ซะ เอาให้มันง่าย สอดคล้องกับชีวิต หรือวิถีการทำธุรกิจในสมัยใหม่ครับ”







ดูโพสต์นี้บน Instagram

โพสต์ที่แชร์โดย LIVE Style (@livestyle.official)






@livestyle.official ...เพราะระบบในบ้านเมืองเรา ไม่ปกป้องคนโดนไถ แต่กลับหนุนให้เป็น "ข้าราชการนักไถ" ได้ง่ายกว่า!! @act.thai... . "ทำธุรกิจ" แบบไทยๆ ถึงไม่ผิด ไม่มีซิกแซ็ก ก็ยังต้อง "จ่ายใต้โต๊ะ" ปัญหาเรื้อรัง "ไม่จ่าย-ไม่จบ" แถมร้องเรียนไปอาจ "ซวยกว่าเดิม" . #LIVEstyle #LIVEstyleofficial #ข่าวTikTok #TikTokCommunityTH #ข้าราชการ #ข้าราชการไทย #ปปช #คอร์รัปชั่น #ทุจริต #ส่วย #โตไปไม่โกง #ธุรกิจ #SME #SMEs #ผู้ประกอบการ #นักลงทุน #นักธุรกิจ ♬ เสียงต้นฉบับ - LIVE Style


สกู๊ป : ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ : www.anticorruption.in.th, Facebook “กระทรวงมหาดไทย PR”




** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **