แพง!! ทะลุเพดาน ค่าเช่าล็อกขายของ “งานวัดไร่ขิง”ปิดประมูลค่าล็อกอยู่ที่ “1.5 ล้านบาท”!!แม่ค้าเจ้าดังบอก ค่าเช่า 7 หลักก็สู้ มั่นใจขายของได้ นี่แหละคือ “ปรากฏการณ์โกยทรัพย์”แบบเจาะตลาด เมื่อ “ศาสนสถาน”กลายเป็น “สนามแข่งขันทางธุรกิจ”
** ค่าเช่า “หลักล้าน” แพงแต่ยังได้กำไร? **
เป็นล้าน!! เลยเหรอพี่ โซเชียลฯ ฮือฮากันหนักมาก เมื่อแฟนเพจ “ที่นี่นครปฐม” โพสต์ราคา “ประมูลล็อกขายของ” วัดไร่ขิงจ.นครปฐม “งานประจำปีวัดไร่ขิง 2569” ที่กำลังจะจัดในวันที่ 29 มี.ค.- 6 เม.ย.69 ทั้งหมด 9 วัน
โดยจะเปิดให้พ่อค้า-แม่ค้า เริ่มเข้ามาขายของได้ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.- 20 เม.ย. 69 รวมทั้งหมด 30 วัน ส่งให้ “ผลประมูล”เพื่อแย่งล็อกขายของออกมาว่า ล็อกที่แพงที่สุด ตัวเลขจบที่ “1,499,999 บาท” จนกลายเป็นประเด็นฮือฮา
และยิ่งเพิ่มความสนใจของผู้คนมากขึ้นไปอีก เมื่อ “ต้าห์อู๋” (พิทยา แซ่ฉั่ว) นักแสดงซีรีส์วายชื่อดัง เจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มชื่อ “โกโก้ในตำนาน”และ “เครปในตำนาน” ้ลงประมูลเช่าแผงในงานนี้ด้วย
ผลที่ได้คือ เขาชนะการประมูล จนคว้าล็อกในงานมาครองได้สำเร็จ ในราคา “1,315,578 บาท”
ทำเอาหลายคนต้องหยิบเครื่องคิดเลข ลองคำนวณหารายได้ต่อวัน จากเคสของนักแสดงรายนี้ว่า เขาต้องขายให้ได้วันละ “45,500 บาท” ถึงจะได้ทุนค่าที่คืน
ถ้าคิดจากราคาโกโก้ของเขา ซึ่งขายอยู่ที่แก้วละ 60 บาท ก็หมายความว่า ต้าห์อู๋ต้องขายให้ได้ “750 แก้ว” ต่อวันนั่นเอง
ตรงนี้เองที่หลายคนสงสัยว่า จ่ายค่าที่ “หลักล้าน” แบบนี้ แพงไปไหม? ตกลงแล้วมันคุ้มจริงๆ เหรอ? เพราะเท่าที่ดูแล้ว แค่จะขายให้ได้เงินพอ “ค่าเช่า” ที่เสียไป ก็น่าจะ “ยาก” แล้ว
เพื่อไขข้อข้องใจ ทีมข่าวจึงขอต่อสายตรงไปยัง “แม่ค้าขนม” เจ้าดัง 1 ในร้านค้าที่มาขายในงานวัดไร่ขิงทุกปี กวาดกำไรตรงนี้มาตั้งแต่รุ่นแม่ จนได้คำตอบว่า ปีนี้เธอหมดไป “ล้านนิดๆ” เพื่อประมูลให้ได้ “ล็อกเดิม” ที่เคยขายเมื่อปีก่อน
“โห..ปีนี้ก็เยอะอยู่ค่ะ ปีนี้ก็ประมาณล้านนิดๆ ค่ะ”
“แต่คือว่า มันไม่ได้มีล็อกเดียวนะคะ คือมันเป็น 2 ล็อก 3 ล็อกรวมกัน”
ส่วนเหตุผลที่เธอยอม “ประมูลสู้” จนได้ค่าเช่าราคา 7 หลักนี้ เพราะเธอคำนวณ “ยอดขาย” จากปีก่อนๆ แล้ว จนพอจะมั่นใจว่า น่าจะพอได้กำไรอยู่บ้าง แต่อาจจะ “น้อย” เพราะ “ค่าเช่า” ที่ “ราคาสูง” กว่ารอบล่าสุดมาก
“ปีนึง วัดไร่ขิงจะมีงาน 2 ครั้ง คราวที่แล้วพี่ประมูลได้ไป แต่เหมือน 2 แสน 3 แสนกว่าบาทเอง ในจำนวนพื้นที่เท่ากันนี้เลย”
“จริงๆ ยอดของปีนี้ ถือว่าแพงมาก แพงมากทุกล็อกด้วย อาจจะดูสูงไปจริงๆ ด้วย แต่อย่างอาชีพพี่ มันเป็นอาชีพที่ต้องเสี่ยงอะ
ปีนี้ เอาจริงๆ พี่ก็ยังไม่รู้นะว่า พี่จะได้เหมือนทุกปีไหม จะดีกว่าทุกปีไหม หรือว่าจะแย่กว่าทุกปีไหม”
วิธีประมูลล็อกขายของงานวัดไร่ขิงคือ ทางวัดจะเปิด “ราคาเริ่มต้น” ให้ จากนั้นก็ให้เหล่าแม่ค้า-พ่อค้า ใส่ตัวเลขแข่งกันเอง
โดยจะมี “ล็อกทำเลทอง” ที่คนขาย “หน้าใหม่” ก็อยากได้ “เจ้าเก่า” ก็ต้องรักษาล็อกประจำไว้ เลยทำให้เกิดการแข่งขันดุเดือด ชนิดที่ว่าสู้สุดใจใส่แทบหมดตัว จนตัวเลขค่าเช่าไปชนเพดานที่ “หลักล้าน” นั่นเอง
ถามว่าแพงไหม? ในมุมมองของคนขายของ แม่ค้าขนมรายเดิมบอกว่า “แพง” แต่มันก็พอจะทำกำไรได้ เพราะวัดให้ตั้งร้านขายได้ตั้งแต่ก่อนงานเริ่ม และหลังงานจบก็ยังขายได้ต่อ รวมแล้วมีเวลาทั้งหมด 30 วัน
บวกกับ “ความดัง” ของชื่อวัด ทำให้เชื่อได้ว่า ยังไงก็ต้องมีลูกค้า แวะเวียนเข้ามาเที่ยว มาซื้อของอย่างแน่นอน
“พูดจริงๆ เลยนะ ใน 9 วันเนี่ย ถ้าเกิดเราขายจริงๆ มันยากมากเลยในการคืนทุน ยอดที่เราประมูลไป ณ ปีนี้นะ แต่อย่างวัดนี้ เขาจะอนุโลม อะลุ้มอล่วยให้เราขายก่อน-ขายหลัง อันนี้เราจะถัวเฉลี่ยกันไป”
** ยุคที่ “วัด” กลายเป็น “สนามการค้า” **
ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลังข่าวฉาวเมื่อปีที่แล้วของ “อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง” อย่าง “แย้ม กิตฺตินฺธโร” หรือ “สมีแย้ม” เจ้าของฉายา “แย้ม 888” เจ้าของคดี “อมเงินวัด” ไปเล่นเว็บพนันและเปย์สาว ก็ทำให้ภาพลักษณ์ของวัดเปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหว
พอมาปีนี้ มาเจอกระแสข่าว “ค่าเช่าล็อกขายของหลักล้าน” เลยทำเอาชาวโซเชียลฯ แห่กันเข้ามาแซว จนกลายเป็นคอมเมนต์ตลกร้ายเต็มไปหมด
“คนยังไปเช่าที่แพงๆ ให้พระรวยอยู่อีกเหรอ”
“รีบไปกันหน่อย วัดขาดปัจจัย ใช้ในกิจการ 888”
“เงินเข้าวัด หรือ เจ้าอาวาส”
เหล่านี้คือมุมมองผู้คนส่วนใหญ่ เมื่อเห็นว่า “วัด” ที่ควรเป็นศาสนสถาน แต่กลับกลายเป็นสถานที่จัดกิจกรรม จนสามารถโกย “เงินมหาศาล” สร้างรายได้มากมาย ที่น่าตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่อง “เงินวัด”
และนี่คือมุมมองของนักวิชาการ ผู้ทำวิจัยเรื่อง “เงินกับพระ” อย่าง “โจ้” (รศ.ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์) อาจารย์ประจำสาขาวิชาปรัชญา คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ที่ช่วยวิเคราะห์ปรากฏการณ์ “ล็อกหลักล้าน” เอาไว้ให้
หลักๆ แล้วมันสะท้อนว่า “วัด” ไม่ใช่แค่สถานที่ขัดเกลาจิตใจอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กลายเป็น “แหล่งทุน” ไปแล้วด้วยในยุคปัจจุบัน
“อันนี้มันชัดเจนเลยว่า วัดเองก็ตกไปอยู่ในระบบของทุนนิยมอย่างชัดเจน เพราะว่าวัดก็กลายเป็นสถานที่ลงทุน ถึงแม้ว่าไอ้การลงทุนนั้น มันจะเป็นไปเพื่อทำนุบำรุงวัดก็ตาม”
“งานวัด” พูดให้เข้าใจง่ายๆ มันก็คือ “Event Marketing” ของวัด ที่ต้องการหาเงินมาซ่อมแซม บำรุง ปรับปรุงวัด แต่ถ้าเทียบกับในสมัยก่อน “ค่าที่-ค่าทาง” รวมถึงความต้องการในการเข้ามาขาย ของเหล่าพ่อค้าแม่ค้า อาจไม่ได้มากเท่านี้
แต่พอโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไป สังคมกลายเป็นทุนนิยมมากขึ้น เป้าหมายในการเข้ามา “ทำกำไร”ก็มากขึ้น โดยใช้ความมีชื่อเสียงของวัดใหญ่ พระดัง ที่มีลูกศิษย์แยะ คนศรัทธาเยอะ
สุดท้าย วัดจึงกลายเป็น “โลเกชั่นสุดฮอต” เป็นที่หมายตาของเหล่าคนค้าขาย และเมื่อความต้องการมีมากขึ้น แต่พื้นที่ยังคงมีจำกัด จึงไม่แปลกที่สังคมได้เห็น “ศึกประมูลแผง” สุดดุเดือด จนราคาทะลุ “หลักแสน-หลักล้าน”อย่างที่เป็นอยู่
ส่วนตัว “วัด”เองก็ไม่ทำอะไร ไม่มีระบบควบคุมราคา ให้อยู่ในความพอดี แถมยังปล่อยตัวไปกับกระแสเงิน เลยผลักให้ “ศาสนสถาน” กลายเป็น “สนามแข่งทางการค้า” ไปในที่สุด
“ก็ถ้าวัดอยู่ในระบบนี้ โดยที่วัดไม่พยายามฝืน กระแสของทุนนิยมเลยเนี่ยนะ ในที่สุด วัดก็เป็นที่ทางธุรกิจที่นึงแหละ”
“จริงๆ วัดก็อาจจะต้องเข้าไปดู หรือควบคุมราคา ไม่ให้มันดูแพงเกินไป มันก็ดูจะเป็นการเกื้อกูลสังคมกลับด้วยเนอะ ไม่งั้น คนเขาอาจจะมองภาพได้ว่า วัดทำไมอยากได้เงินขนาดนั้น”
{“รศ.ดนัย” นักวิชาการด้านพุทธศาสนา}
คล้ายกับว่า ระบบทุนนิยมกับวัดในโลกปัจจุบัน มันแยกกันไม่ออกไปแล้ว คือวัดก็ “อยู่ไม่ได้” ถ้า “ขาดเงิน” เพราะยังมีค่าใช้จ่ายมากมาย ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา ฯลฯ
เกิดเป็นการจัดงานวัด งานบุญ หรือไม่ก็ปลุกเสกพระเครื่อง และอีกหลากหลายเรื่องราว ที่ทำให้มันดูเลยเถิดเกินพอดี
อันนี้ก็มาจาก “ทัศนคติ” ของ “ชาวพุทธไทย” ที่ “ยึดติดกับวัตถุ” วัดก็ชอบสร้างโบสถ์ สร้างอาคาร เน้นใหญ่ เน้นความอลังการ ซึ่งหลายที่มัน “เกินพอดี” ไปมาก
มันกลายเป็นว่า วัดก็ต้อง “หาเงินเพิ่ม” เพื่อมาดูแลสิ่งปลูกสร้างเหล่านั้น ทั้งๆ ที่มันอาจจะไม่จำเป็นต้องมีตั้งแต่แรก
“พูดง่ายๆ โบสถ์อาจจะไม่จำเป็น ต้องใหญ่โตโอฬารอะไรขนาดนั้น คือพระบางวัดเนี่ย พระมีไม่กี่รูปเอง โบสถ์ใหญ่เบ้อเร่อ มันก็ดูไม่เหมาะสมไหม”
“ถ้าสร้างวัตถุยิ่งใหญ่แบบนี้ แล้ววัดก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ในการดูแลอีก แล้ววัดจะเอาเงินจากไหนมาดูแล”
ความคิดแบบนี้เอง ที่ทำให้วัดต้อง “พึ่งเงินบริจาค” จำนวนมหาศาล และสุดท้าย ถ้าไม่ปรับ-ไม่แก้ที่ต้นเหตุนี้ ปัญหาเรื่อง “เงินกับพระ” หรือวัดกลายเป็น “สนามการค้า” ก็จะไม่มีทางหมดไป แล้วก็ต้องทนอยู่กับ “ค่าล็อกหลักล้าน” วนไปแบบนี้นี่แหละ
สกู๊ป : ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ : Facebook “Danai Preechapermprasit”, “Birdd Kittipong”, “แม่ โอ๋”, “กาละแมแม่สุนันท์”, “เที่ยวนครปฐม”, “กินเที่ยวนครปฐม”, “ครัวบ้านเเม่โปรด ไร่ขิงกุ้งเผา”, “วัดไร่ขิง พระอารามหลวง” | X @BinbellIns | IG @oueiija | TikTok @legendary_cocoa
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **


