“น้ำมันขาดแคลน” ทำพิษ “กู้ชีพ-กู้ภัย” กระทบหนัก น้ำมันหมดกลางทาง หาปั๊มเติมไม่ได้ วอนเห็นใจภารกิจสำคัญ ขอเติมเต็มถัง เพราะแค่ 500 บาท มันไม่พอจริงๆ
วิกฤตพอๆ กับ “เมรุวัด” ที่ไม่มีแม้แต่เชื้อเพลิงเผาศพ กระตุ้นภาครัฐเร่งออกนโยบายยกเว้น รวมถึงแก้ปัญหาชีวิตพี่น้องประชาชน ให้พ้นจากความเดือดร้อนซะที
** ทุกวินาทีมีค่า วอนเติมให้ “รถเพื่อสังคม” **
กระทบทุกภาคส่วน แม้แต่ “หน่วยกู้ชีพ-กู้ภัยฉุกเฉิน” ที่หนีไม่พ้นพิษวิกฤติ “ขาดแคลนน้ำมัน” จนกลายเป็นภาพ “น้ำมันหมดกลางทาง” ไม่ก็หาปั๊มเติมน้ำมันให้ไม่ได้
เดือดร้อนหนักจน “สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)” ต้องออกมาโพสต์ ขอความร่วมมือปั๊มน้ำมัน ให้ช่วยเติมน้ำมันให้เหล่ารถแพทย์ฉุกเฉิน-รถพยาบาล เพื่อจะได้ปฏิบัติภารกิจ ช่วยชีวิตพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที
“ขอความร่วมมือสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ โปรดอำนวยความสะดวกเติมน้ำมัน ให้แก่
รถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน รถพยาบาล เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจ รับ–ส่งผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
ทุกวินาทีมีความหมาย ในช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย น้ำใจเพียงเล็กน้อยของท่าน อาจต่อลมหายใจให้ใครอีกหลายชีวิต”
เพื่อเช็กสภาพความเป็นจริงจากคนหน้างาน ทีมข่าวจึงขอต่อสายตรงหาเจ้าหน้าที่กู้ภัย อย่าง “สหชาติ ลิ้มเจริญภักดี” ประธานกรรมการ“มูลนิธิเพชรเกษม” ที่มีสาขากระจายอยู่กว่า 20 จังหวัดทั่วไทย ให้ช่วยสะท้อนว่า ตอนนี้คนทำงานกระทบหนักแค่ไหน
“คือตอนนี้ทางมูลนิธิเพชรเกษม ที่เราประสบปัญหาอยู่คือ การตั้งกฎเกณฑ์เติมน้ำมันเชื้อเพลิง ที่สถานีบริการน้ำมัน อยู่ที่ 500 บาท ต่อคันต่อวันนะครับ”
ทั้งที่ปกติแล้ว เหล่ารถกู้ชีพ-กู้ภัย และรถพยาบาล ที่ต้องขับรถปฏิบัติภารกิจอยู่ตลอด ต้องใช้น้ำมันเฉลี่ยแล้ว ถึงวันละ “1,000 บาท”ขึ้นไป ในการทำหน้าที่ตรงนี้ให้รวดเร็วและรัดกุม
ยิ่งในต่างจังหวัด อาจใช้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ เพราะโรงพยาบาลก็มีน้อย แถมอยู่ห่างกันมากอีกต่างหาก ทำให้หลายเคสเวลาวิ่งรับ-ส่งผู้ป่วย จากบ้านหรือที่เกิดเหตุ ไปยังโรงพยาบาล ระยะทางไกลมากจนกินน้ำมัน
เกิดกลายเป็นภาพเหล่ารถกู้ภัยตามพื้นที่ต่างๆ วิ่งเข้า-ออกปั๊มน้ำมันหลายปั๊ม เพื่อให้ตัวรถมีน้ำมันเพียงพอต่อการสำรองเดินทาง เพราะแค่ให้เติม 500 บาท/คัน ยังไงก็ไม่เพียงพอจริงๆ
“เราประสบปัญหานี้มาหลายวันแล้วครับ มีการตระเวนหาปั๊มเติม”
“เริ่มเห็นภาพว่า ตอนนี้รถกู้ภัยน้ำมันหมดกลางทาง รถกู้ภัยไปเติมน้ำมันแล้วไม่ได้ รถกู้ภัยวนหาปั๊มน้ำมัน 3 ปั๊ม 4 ปั๊ม ถึงจะได้น้ำมันครับ”
{“สหชาติ” กู้ภัยจาก “มูลนิธิเพชรเกษม”}
อีกอย่าง การที่หลายปั๊มไม่อนุญาตให้เติมใส่ “แกลลอน”เพราะกลัวมีคนเอาไปกักตุนนั้น ก็กลายเป็นปัญหามากๆ เหมือนกัน ในส่วนของงานกู้ภัย
เพราะงานแบบนี้ ไม่ได้มีแค่ “รถ” ที่ต้องใช้น้ำมันแต่ยังมีอุปกรณ์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น “เครื่องตัดถ่าง” บางรุ่นที่ยังใช้น้ำมัน, “เลื่อยยนต์” หรือแม้แต่ “เรือท้องแบน”
แต่หลังจากสภาพความลำบากเหล่านี้ ถูกนำเสนอเป็นข่าวออกไป ก็ถือว่ามีกระแสที่ดีขึ้น คือทางปั๊มน้ำมันช่วยอนุโลมให้รถกู้ภัยมากขึ้น
ถ้าวัดจากสายตาของหน่วยกู้ภัยในเขต กทม.แล้ว “ศุภศิลป์ เรืองสว่าง” หัวหน้าหน่วยกู้ชีพ เขตนครบาลเหนือ มูลนิธิร่วมกตัญญู มองว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังถือว่าเดือดร้อนไม่เท่าตามต่างจังหวัด
“มีแค่บางปั๊ม แล้วก็อาจจะเกิดจากว่ามีการตกใจ ทำให้คนออกมาเติมเยอะ จนน้ำมันไม่เพียงพอในการส่ง
โดยปกติแล้ว ที่ผมสอบถามมา ปั๊มน้ำมันเขาก็จะมีเวลา ในการส่งน้ำมันของเขาอยู่แล้ว แต่เนื่องด้วยอาจจะมีความตกใจ คนก็แห่ออกมาเติมกัน ทำให้น้ำมันหมดสต๊อก อันนี้ในสิ่งที่ผมคิดอะนะครับ”
{“ศุภศิลป์” กู้ชีพจาก “มูลนิธิร่วมกตัญญู”}
** 500 ไม่ช่วย รถไฟฟ้า-งบไม่ถึง **
กู้ภัยทั้ง 2 ราย ยืนยันเหมือนกันว่า เกณฑ์การเติมน้ำมัน ที่ลิมิตไว้ให้แค่ “500 บาท” นั้น ยังไงก็ไม่เพียงพอต่ออาชีพนี้
ไหนจะเรื่อง “ราคาน้ำมัน” ในอนาคตอีก มองว่าถ้าพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนสู้ราคากันไม่ไหว ก็อาจทำให้คนที่เคยช่วยเหลือตรงนี้ มีจำนวนน้อยลงไปอีก
อย่างที่ หัวหน้าหน่วยกู้ชีพ เขตนครบาลเหนือ มูลนิธิร่วมกตัญญู บอกไว้ว่า...
“ถ้าขึ้นสูงไป ทีนี้แม้กระทั่งอาสาสมัคร หรือคนที่พร้อมออกมาช่วยเหลือประชาชน เขาอาจจะติดขัดก็ได้ครับ”
ตอนนี้ คนหน้างานต้องพยายามแก้ปัญหากันเอง ทั้งการประสานงานกับปั๊มน้ำมัน เพื่ออัปเดตว่า ยังมีเหลือให้เติมเท่าไหร่ รวมถึงกำลังบริหารทรัพยากร ให้รถแต่ละคันมีน้ำมันพอที่จะออกปฏิบัติงานได้
นี่คือสิ่งที่คนทำงานตรงนี้ กำลังแก้ปัญหากันอยู่ แต่คำถามคือ รัฐบาลจะออกนโยบายอะไรบ้างไหม? มาช่วยเหลือประชาชน ในภาวะฉุกเฉินแบบนี้ อย่างที่ประธานกรรมการ“มูลนิธิเพชรเกษม”ฝากเอาไว้
“ผมมาดูราคาน้ำมัน เพราะว่ากองทุนน้ำมัน ตอนนี้หมดแล้ว รัฐบาลที่อุ้มไว้ กองทุนน้ำมันของประชาชน ก็หมดลงแล้ว
ถ้ารัฐปล่อยราคาน้ำมัน ให้ดีดตัวขึ้นมาสูงอย่างนี้ แล้วต่อไปเราจะรับมือกันยังไง ไปเจอน้ำมันดีเซล สมมตินะครับ ลิตรละ 50 บาท เราต้องทำยังไง จัดการบริหารยังไง
ภาครัฐช่วยอะไรทางกู้ภัยได้บ้าง ซึ่งมันเป็นเรื่องเร่งด่วนอะครับ ก็อาจจะมีนโยบายอะไรออกมา ระยะสั้นๆ เพื่อจะผ่านวิกฤตินี้ไปพร้อมกันกับพี่น้องประชาชน”
ทางออกที่พอจะมองเห็น จากแง่มุมของหน่วยงานภาครัฐ อย่าง “สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ”ก็คือ แนวทางการแก้ปัญหาในระยะสั้น
อย่างที่ “ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง”เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ให้สัมภาษณ์กับเราไว้ว่า กำลังเตรียมเสนอแผนส่งให้กระทรวงพลังงาน เพื่อขอให้ปั๊มน้ำมันช่วยกันน้ำมันส่วนนึง ไว้สำหรับรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน
หรืออาจกำหนดปั๊มน้ำมัน ที่จะสำรองโควต้าน้ำมัน ให้เหล่ารถพยาบาลกระจายไปตามตำบลต่างๆ ซึ่งควรเป็นปั๊มที่ใกล้โรงพยาบาล เพื่อให้สะดวกต่อการเติมมากที่สุด
{“ดร.พิเชษฐ์” เลขาฯ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินฯ}
ส่วนปัญหาเรื่องราคาน้ำมันนั้น ถ้าดีดตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ คิดว่าคนทำงานช่วยเหลือสังคมตรงนี้ น่าจะแบกภาระไม่ไหว ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ จะมีการเอาเข้าที่ประชุม เพื่อหารือกับภาครัฐ เพื่อกำหนดนโยบายกันต่อ
“กำหนดเลยว่า ปั๊มไหนที่จะบริการสำรองน้ำมัน อาจจะอยู่ใกล้โรงพยาบาล และอยู่ทุกตำบล ปั๊มไหนบ้าง เพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับรถพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่เนี่ย มารับบริการตรงนี้
“เรากำลังประสานกับกระทรวงพลังงาน ทำหนังสือเป็นทางการ เพื่อให้เขาได้จัดบริการเหล่านี้”
ส่วนประเด็นที่เสนอกันว่า ให้รถกู้ภัย หรือรถให้บริการทางการแพทย์ เปลี่ยนจาก “รถน้ำมัน” เป็น “รถยนต์ไฟฟ้า” แทนนั้น จากมุมมองคนทำงานแล้ว บอกเลยว่า “เปลี่ยนไม่ทัน”
และถึงมีเวลามากกว่านี้ ก็คงต้องถามว่า จะให้เอางบประมาณมาจากไหน? เพราะคนที่ทำงานตรงนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในระบบ “มูลนิธิ”
คือพี่น้องประชาชนด้วยกันเองที่ขับเคลื่อนได้ด้วย “เงินบริจาค” หรือแม้แต่การ “ออกทุนเอง” ในหลายๆ ครั้งก็มีเหมือนกัน อย่างที่ “สหชาติ” ประธานกรรมการ มูลนิธิเพชรเกษม บอกเอาไว้
“ถามว่าปรับตัว ในการใช้รถไฟฟ้ามันได้ แล้วถามว่างบประมาณล่ะ รถพยาบาลคันนึง 2,700,000 บาท ต่อ 1 คันที่อุปกรณ์ครบ
เรามามองกันแค่ตัวรถอย่างเดียว ก็เป็นล้านแล้วครับ แล้วถามว่าหน่วยแต่ละหน่วย เราจะเอาปัจจัยไหน ไปเปลี่ยนในระยะเวลานั้น ห้วงเวลานั้น เพราะทุกอย่างใช้งบประมาณหมด”
** เดือดร้อนกันหมด ยกเว้นรัฐบาล **
อีกหนึ่งภาคส่วน ที่ถือว่าคอยบริการส่วนรวมมาตลอด อย่าง “เมรุเผาศพ” ในวัด ก็อยู่ในภาวะวิกฤตพอๆ กัน คือแม้แต่น้ำมันเชื้อเพลิง ที่จะเอามาเผาศพยังไม่มีเลย
ขาดแคลนจนถึงขนาดที่ “วัดสมานรัตนาราม”จ.ฉะเชิงเทรา ต้องออกมาโพสต์ ตามหาน้ำมันดีเซล เพราะถึงจะใช้เมรุไฟฟ้า แต่ก็ยังต้องพึ่งน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงหลัก
เกี่ยวกับเรื่องนี้ กรรมการวัดอย่าง “กฤษดา มหาวิริโยทัย”อัปเดตสถานการณ์ให้ฟังว่า ตอนนี้ต้องหิ้วแกลลอนไปเติม ซึ่งหลายปั๊มก็ให้แค่ 300-500 บาท ได้น้ำมันมาประมาณ 10 ลิตร แลว้ก็ไม่พอใช้เผาศพอยู่ดี
จนถึงขั้นต้องโชว์ “ใบมรณบัตร” เพื่อยืนยันกับทางปั๊มว่า จะเอาไปใช้เผาศพจริงๆ ถึงได้น้ำมันมาตามปริมาณที่ต้องการ
{“วัดสมานรัตนาราม” วุ่น เมรุขาดน้ำมัน}
“สถานการณ์ตอนนี้ คือทางเจ้าอาวาสเนี่ยกังวล เห็นว่าเมรุ เดี๋ยวจะมีงานเข้าหรือเปล่า ให้ผมไปดูสต๊อกน้ำมัน ปรากฏว่าสต๊อกน้ำมันเผาศพ มันไม่มี
เพราะเป็นเตาไฟฟ้า ต้องใช้น้ำมันดีเซล อย่างน้อยต้องมี 60-70 ลิตรขึ้นไป ถึงจะเผาศพได้ ก็ปรากฏไม่มี ก็เลยใช้ให้ไปหาซื้อน้ำมัน วิ่งหากันเป็น 10 ปั๊มก็ไม่มีน้ำมันดีเซลนะ”
บางปั๊มเขาแนะนำว่า ถ้าทางวัดเดือดร้อนจริง ก็ยื่นใบมรณบัตร เพราะบางที่เราไม่รู้จักเจ้าของปั๊ม เขาอาจสั่งเด็กว่า ถ้ามันมีหนังสือแบบนี้มา ก็อนุโลมให้เพราะเดือดร้อน เอาใบมรณบัตรไปแสดงว่า มีศพตายจริง”
ใจผมอยากให้ทางรัฐ ถ้าเป็นไปได้ ถ้าขึ้นราคาแล้วมีน้ำมัน ขึ้นไปเหอะ เพราะถ้าราคานี้ ตรึงราคา แล้วไม่มีน้ำมันเนี่ย เดือดร้อนมากๆ เลย มันก็ยังดีกว่าไม่มีน้ำมันใช้ไง”
{“กฤษดา” กรรมการ “วัดสมานรัตนาราม”}
จริงๆ ไม่ใช่แค่วัดนี้ ที่เผาศพไม่ได้เพราะขาดน้ำมัน “วัดมหาธาตุพนม”จ.นครพนม ก็ออกมาประกาศ “งดรับศพ” และ “ปิดเมรุชั่วคราว” เหมือนกัน
ไหนจะพี่น้องที่ต้องทำ “อาชีพการเกษตร” ที่พยายามเอาแกลลอนไปต่อคิวตามปั๊ม เพื่อหวังเอามาเติมรถไถ เครื่องสูบน้ำ อุปกรณ์เกษตรต่างๆ แต่กลับต้องผิดหวัง โดนปฏิเสธกลับมา
บางคนถึงขั้นต้องเอา “เรือ” ใส่มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างไปเติม เรียกได้ว่าคือภาวะวิกฤต จนสร้างสารพัด “ความเดือดร้อน” ที่รอให้รัฐบาลแก้ไขให้ได้สักที
{แบกเรือมาเติม เพราะปั๊มไม่เชื่อ}
สกู๊ป : ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ : Facebook “มึงมันรั้น”, “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว”, “เผือกแปดริ้ว”, sondhitalk.com และ YouTube “Bright TV”
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **


