xs
xsm
sm
md
lg

เลิกทน!! “หยุดให้เลือดฟรีขี้เมา” ไม่ผิดจรรยาบรรณ ให้ “ชาวตับแข็ง” ออกตังค์ “ร่วมจ่าย”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คุณหมอเกินจะทน!!กับเคสถ่ายเลือดรักษา“คนติดเหล้า” เป็นหนักถึงขั้น “อ้วกเป็นเลือด” ก็ยังไม่เลิกดื่ม ท่ามกลางภาวะเลือดขาดแคลน เสนอทางออก “หยุดให้สิทธิ์รักษาฟรี”เหล่าขี้เมา เพราะทำคนไข้รายอื่นเสียโอกาส แนะมาตรฐานสากล“ร่วมจ่าย” เพื่อยุติพฤติกรรมเป็นพิษซ้ำซาก

** ทำร้ายตัวเองซ้ำซาก “ไม่ฟรี-ไม่ผิด” **

กลายเป็นอีกประเด็นเดือด ที่สังคมไทยกำลังถกเถียง เพื่อหาทางออกเหมาะๆ เมื่อแฟนเพจ “เรียนหมอ by หมอแกว หมอแนต” ออกมาโพสต์ตัดพ้อ เสียดาย “เลือดบริจาค” ที่ต้องให้ “คนขี้เหล้า”

ทั้งที่คนใจบุญหลายราย ตั้งใจบริจาคเพื่อช่วยผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือกลุ่มคนที่ต้องการจริงๆ แต่กลับต้องถูกเอาไปรักษา เหล่าผู้ป่วยเคส “ติดเหล้า” จน “อ้วกและถ่ายเป็นเลือด”

“เคสขี้เหล้าขาประจำ กินจนตับแข็ง กินจนกระเพาะทะลุ มาประจำด้วยอาเจียนเป็นเลือด อ้วกเป็นเลือด มาทีนึงบ่อยครั้ง ต้องใช้เลือด 10-20 ถุง ไม่รวมทรัพยากรต่างๆ ที่ต้องใช้อีกเพียบ
พอออก รพ. ร้อยละ 99% ไม่เลิกเหล้า แล้ววนกลับมาด้วยเรื่องเดิม”

“แล้วกลุ่มนี้ ญาติพี่น้องดูแลไม่ไหวด้วยนะ เป็นภาพชินตา ต้องเอามาทิ้งให้ รพ.ดูแล เอะอะ โวยวาย ก้าวร้าว จะทำร้ายเจ้าหน้าที่
พยาบาลตัวเล็กๆ ต้องไปคอยดูแล ช่วยกันเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ ยังโดนด่า เคยเจอถุยน้ำลายใส่ยังมี หน้างานจริง มันแย่นะ”



สวนทางกับสถานการณ์ในบ้านเมืองเรา ที่มีคนบริจาคเลือดน้อย เลือดขาดคลังอยู่ตลอด แถมในโรงพยาบาลก็มีคนป่วยอีกหลายเคส หลายโรค ที่มีความจำเป็นต้องได้เลือดเหล่านี้

แต่สุดท้าย พวกเขาต้อง “รอ” บางเคส รอจนกลายเป็นภาวะ “หัวใจขาดเลือด” ก็มี

คุณหมอเจ้าของโพสต์ย้ำชัดว่า เคสติดเหล้า มารักษาด้วยอาการซ้ำๆ แบบนี้ ไม่ใช่ว่าหมอจะไม่รักษา แต่อยากให้คนไข้กลุ่มนี้ “ร่วมจ่าย (Co-pay)” ไม่ใช่ใช้สิทธิ์รักษาฟรีทั้งหมด เพื่อให้“ตัวผู้ป่วย”ตระหนักถึงปัญหา และมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบพฤติกรรมตัวเองบ้าง

โดยการ “ร่วมจ่าย (Co-pay)” นั้น ตามหลักสากลแล้ว คือการที่ผู้ป่วย ร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล ร่วมกับบริษัทประกันภัย หรือสิทธิ์สวัสดิการจากรัฐ ด้วยการเก็บ 30-50% ของค่ารักษา แล้วแต่เงื่อนไข

ตรงนี้เองที่ทำให้สังคมเสียงแตกออกเป็น 2 ฟาก คือมีทั้งฝั่งที่ “เห็นด้วย” บอกว่า “ผู้บริจาคเลือด” กว่าจะบริจาคได้ ต้องดูแลตัวเองอย่างดีหลักสัปดาห์ แต่เลือดกลับไปอยู่กับคนที่ไม่ดูแลตัวเอง จนรู้สึกเสียดายแทนคนป่วยโรคอื่นที่รอเลือด



แล้วก็มีอีกฝั่งที่ “เห็นต่าง” มองว่า การขีดเส้นแบ่งผู้ป่วยแบบนี้ อาจเข้าข่าย “เลือกปฏิบัติ” และเสี่ยงต่อการทำ “ผิดจรรยาบรรณแพทย์” หรือเปล่า

เพราะหน้าที่หลักของบุคลากรทางการแพทย์ คือต้องรักษาทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร หรือป่วยเป็นอะไรก็ตาม
ตกลงแล้ว การเลือกให้ผู้ป่วยบางกลุ่ม “เสียเงินเพิ่ม” จากสิทธิ์รักษาฟรีแบบเดิม ถือเป็นการกระทำที่ผิดหลักจริยธรรมหรือเปล่า?

“หมอวี” (นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ระบบประสาท และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ผู้ผลักดันร่างกฎหมาย ด้านระบบสาธารณสุข มาแล้วหลายร่าง มีคำตอบให้

คือหมอวีมองว่า คุณหมอมีหน้าที่รักษาผู้ป่วยทุกคน ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร หรือประสบเหตุอะไรมา เพราะถือเป็นการทำตาม “หลักจริยธรรมทางการแพทย์”

“เพราะฉะนั้น ในมุมนี้ คนเมา เขาก็มีสิทธิ์ได้รับการรักษาที่ดี อันนี้ถูก ใช่ไหมครับ”



แต่เรื่องที่มีการเสนอว่า กลุ่ม “คนป่วยซ้ำซาก” จากพฤติกรรมที่ตัวก่อเองแบบนี้ ควรต้อง “จ่ายร่วม” เพิ่มเติมจากสิทธิ์รักษาฟรี

ข้อเสนอนี้ ถือว่า “ไม่ผิด”หลักจริยธรรม เพราะเรื่อง “ร่วมจ่าย” หรือที่เรียกว่า “Co-pay” ในหลายประเทศก็ใช้กัน มันคือการทำงานตามหลัก “การบริหารทรัพยากร” ไม่ใช่หลักการรับรักษาของแพทย์

“ในมุมมองผมเนอะ Co-pay เนี่ย ไม่ได้ถึงขั้นผิดจริยธรรม คือแน่นอน การร่วมจ่ายบางอย่างเนี่ย มันเป็นหลักสากลนะ
ต่างประเทศที่เจริญแล้ว Co-pay ทั้งนั้นครับ คุณจะไปดูยุโรปก็ได้ อเมริกาก็ได้ ญี่ปุ่น คือทุกประเทศ Co-pay หมด”



** ไม่ใช่แค่ “ขี้เมา” ที่ควรกระตุ้นให้สำนึก **

การออกมาตรการ “ร่วมจ่าย” สำหรับเคสผู้ป่วยจาก “พฤติกรรมเสี่ยงซ้ำซาก” อาจไม่ถือว่าผิดหลักจริยธรรมแต่ถามว่ามีแนวโน้ม จะสามารถหยิบมาบังคับใช้ได้มากน้อยแค่ไหน หรือสมควรทำหรือเปล่า?

ถ้าลองมองผ่านเลนส์ตาของ “ผู้ป่วยที่ถูกยุติสิทธิ” อย่างกลุ่มผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง แน่นอนว่าคนกลุ่มนี้ต้องไม่เห็นด้วย เพราะเขาเคยได้รับสิทธิ์รักษาฟรี แล้วพอมีกฎตรงนี้เข้ามา ก็ไม่ต่างอะไรกับ “การลิดรอนสิทธิ”

แต่ถ้ามองในแง่ “การใช้ทรัพยากรร่วมกัน” ก็จะเป็นอีกมุมนึงเลย คือถือว่าคนที่บริจาคเลือดไป รวมถึงผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้เลือดจริงๆ “ไม่ได้รับความยุติธรรม” ได้เหมือนกัน จากการที่เลือดเหล่านี้ ต้องถูกเอาไปใช้กับ “คนที่ไม่ดูแลตัวเอง” จนเข้าข่ายใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง

ท่ามกลางปัญหา “คลังเลือด” ขาดแคลน จากข้อมูลปี 68 ของ “ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย” พบว่า การบริจาคเลือดมียอดไม่สม่ำเสมอ บางช่วง-บางเดือน ขาดแคลนจน “เลือดสำรองคงคลัง” ไม่เพียงพอ



โดยเฉพาะกรณีผู้ป่วย “โรคตับแข็ง” จากการติดเหล้า จะเกิด “ภาวะเส้นเลือดขอดในหลอดอาหาร(Esophageal Varices)” ทำให้เส้นดำโป่งพอง แล้วแตกออกมา

การรักษาเคสแบบนี้คือ จำเป็นต้องใช้เลือดจำนวนมาก หลักหลายร้อยมิลลิลิตร หรือ “มากกว่า 1 ลิตร” ในการถ่ายเลือดเพื่อรักษาชีวิต

ผลักให้ในบางเคส เลือดในคลังโรงพยาบาลที่มีไม่พออยู่แล้ว กลายเป็น “ขาดแคลน” ไปได้เลยจากแค่ “รักษาเคสเดียว”

“ในกรณีเฉพาะหน้าเนี่ย แน่นอน โดยจริยธรรมของแพทย์ ให้อยู่แล้วครับ ผมว่าอันนี้ ไม่มีใครเถียง แต่ในมุมมองของผู้ป่วยคนอื่นเนอะ เช่น พรุ่งนี้ เขากำลังรอผ่าตัดบางอย่าง ซึ่งเขาต้องเตรียมเลือดไว้ใช้ เลือดอาจจะหมดไปเลยทีเดียวก็ได้”

ประเด็นเหล่านี้จึงถือเป็นเรื่องใหญ่ในเชิงนโยบาย ที่จำเป็นต้องหาจุดลงตัวกันอีกนาน ถ้าจะออก “มาตรการร่วมจ่าย” ในเคสผู้ป่วยจากพฤติกรรมซ้ำซาก เพื่อสร้างความตระหนักถึงทรัพยากรอันมีค่าที่ใช้ไป รวมถึงการสูญเสียโอกาสของผู้ป่วยเคสอื่นด้วย



แต่สิ่งที่ “ทำได้เลย”และถือเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก็คือ การเข้มงวดกับเรื่องกฎหมาย และการสอนให้พี่น้องประชาชน มีความรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy)

เพราะทุกวันนี้ ภาระที่ระบบสาธารณสุขไทยต้องแบกรับ ไม่ได้มีแค่ “เคสติดเหล้า” แต่ยังมี “เคสอุบัติเหตุ” จากการละเมิดกฎหมายอย่าง “เมาแล้วขับ” ที่สร้างภาระหนักอึ้งพอๆ กัน

นอกจากนี้ ยังมีโรคจากพฤติกรรมอื่นๆ อย่าง “โรคไขมัน-ความดัน-เบาหวาน” ที่สร้างภาระให้ระบบสาธารณสุขไทยไม่แพ้กัน ซึ่งจุดนี้ หมอวีมองว่า จำเป็นต้องให้ประชาชนหันมาตระหนักรู้ และดูแลตัวเองกันอย่างจริงๆ จังๆ สักที

“ถ้าเขารู้ว่า ถ้าเขาทำพฤติกรรมนี้แล้ว ต่อไป เขาจะเป็นอย่างนั้น-อย่างนี้ ในบางคนอาจจะหยุดพฤติกรรมเหล่านั้น ก็มีความเป็นไปได้”

“แน่นอนถ้าประเทศไทยจะเริ่มใช้(มาตรการจ่ายร่วม) จะเริ่มมีผู้ต่อต้านนะครับ ว่าเคยได้ แล้วจู่ๆ เราก็ไม่ยอมให้เขา มันก็จะมีคนที่เสียสิทธิ์บางอย่าง มีการต่อต้าน ซึ่งแน่นอน เราถกกันได้ เราก็ต้องหาจุดที่เหมาะสมของบ้านเรา”

“เขาก็มองว่า ไม่ยุติธรรมกับเขา ไม่เสมอภาคเนอะ แต่ถ้าในมุมมองที่ใช้ทรัพยากรร่วมกันอะครับ ในคนที่เขารักษาตัวอย่างดี เขาก็มองอีกอย่างนึงว่า ไม่แฟร์ก็ได้”


                                                                   {“หมอวี” สมาชิกวุฒิสภา (สว.)}

สกู๊ป : ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ : Facebook “Veerapun Suvannamai”



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **