xs
xsm
sm
md
lg

“ไข่ปิ้งเงินล้าน” พลิกชีวิต!! ซิกเนเจอร์ “สุก 6 ระดับ” ได้บ้าน-ได้รถ-อีเวนต์ทั่วประเทศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ไม่คิดว่า “ไข่ปิ้ง” จะพลิกชีวิต ทำให้มีบ้าน มีรถ มีที่ดินเป็นของตัวเอง จาก “พ่อค้าหาบเร่” แบกขายจนไหล่พัง แถมมือโดนไฟลวก สู่ “เจ้าของแบรนด์” อร่อยจนไวรัล ด้วยเอกลักษณ์ “ไข่สุก 6 ระดับ” ทำเอาสุดปัง จนต้องเปิดขายไปทั่วประเทศ!!

จากหาบเร่ สู่ขึ้นห้างฯ

“พลิกชีวิต อยากได้อะไรก็ได้ แต่ก่อนลุงใจเดินดิน ไม่มีอะไรหรอก เป็นลูกชาวนา อยู่ต่างจังหวัด พอมาขายไข่ก็พลิกชีวิต อยากได้อะไรก็ได้ แต่ต้องขยันนะ ถ้าไม่ขยันมันก็ไม่ได้ ซื้อที่นา ซื้อบ้าน ซื้อรถ แล้วก็มีเงินฝาก”

“ใจ-บุญใจ สาขะยัง” เจ้าของร้านไข่ปิ้งชื่อดังแห่งนครปฐม วัย 54 ปี หรือที่ลูกค้าเรียกกันติดปากว่า “ลุงใจ”

เจ้าของฉายา “ไข่ปิ้งเงินล้าน” อดีตพนักงานโรงงาน ที่พลิกชีวิตจากพ่อค้าหาบเร่ขายไข่ปิ้งกับพื้น สู่เจ้าของร้านในห้างฯ ดังแห่งนครปฐม

กลายเป็นร้านยอดฮิต ที่โด่งดังจากการปิ้งไข่บนเตาถ่าน ด้วยมือเปล่า และสามารถใช้มือสัมผัสความร้อน เพื่อเช็กความสุกได้ถึง 6 ระดับ อร่อยได้ตามสั่ง จนลูกค้าติดใจ

จุดเริ่มต้น เริ่มจากเบื่ออาชีพพนักงานโรงงาน ที่ทำมาตั้งแต่เด็ก จนอยากทำอาชีพค้าขายเป็นของตัวเอง จนได้เจอกับอาชีพขาย “ไข่ปิ้ง” จากเพื่อนบ้าน

“ยังไม่มาได้ขายไข่ปิ้ง ก็ทำงานตามบริษัท ตามโรงงาน พอดีอยู่นานเข้า ก็เลยเหมือนอิ่มตัว เบื่อโรงงาน

เห็นลุงข้างบ้าน ขายไข่ได้เงินเดือนละ 15,000 บาท ขนาดไปทำงานยังไม่ได้ขนาดนี้เลย แกไปเดือนเดียว แกเก็บตังค์ได้ 15,000 บาท ช่วงนั้นค่าจ้างรายวัน วันละ170 บาท

พอดีลุงใจไปเห็น ก็เลยขอแกมาด้วย แกหัดให้ 5 นาที แกก็ปล่อย ลุงใจก็ปิ้งสุ่มเอาเอง ตอนแรกไม่เก่ง ลองผิดลองถูกอยู่ ขายไปขายมาอยู่นานเข้า ทีนี้ก็จะเริ่มรู้เรื่องไข่ลวก ไข่วุ้น ไข่ตานี ไข่มะตูม ใกล้สุก แล้วก็สุก”



ลองผิดลองถูก แต่พอผ่านไป 1 เดือน เริ่มเห็นผล ว่ายอดขายเริ่มดีขึ้น ได้กำไรวันละ 400 บาท ก็เริ่มเห็นลู่ทาง จนยึดมาเป็นอาชีพหลัก

“ตอนแรกๆ มาเริ่มแบกขายวันละ 3-4 แผง ขายยังไม่เก่งหรอก สุ่มเอา ขายมาลองดู พอดีมันขายได้ ทีนี้ลุงใจก็เลยขายเรื่อยๆ พอไปเรื่อยๆ ได้ประมาณ 1 เดือน เห็นยอดขายมันดีขึ้น ก็เลยขายไปเรื่อยๆ ยึดเป็นอาชีพขายไข่ปิ้งไปเลย

ช่วงที่มาขายไข่ ถ้าไปเฉลี่ยดูวันแรก ได้กำไรอยู่ที่ 400 บาท ก็ดีใจ เพราะปกติเราได้แค่ 170 ขายได้ 6-7 แผง ก็ได้กำไร 300-400 บาท ดีกว่าจะไปทำงาน ทำงานยังเลิก 5 โมง อันนี้เราเลิกบ่าย 2 บ่าย 3 เราก็ได้แล้ว 300-400 ก็เหมือนเราจะอยู่ได้”


หาบเร่อยู่ 5 ปี จนโด่งดังไปทั่วโซเชียลฯ จากการเป็น “เซียนไข่ปิ้งมือขั้นเทพ” ที่ลูกค้าสามารถสั่งได้ ว่าต้องการความสุกแบบไหน

“พอเร่ไปเร่มา ก็ไปขายหน้าห้างบิ๊กซี มันมีตลาดนัด 2 วัน ก็เป็นนั่งขายเล่นๆ ได้เท่าไหร่ไม่สนใจ แล้วมันก็ขายได้ ทีนี้ก็เริ่มดังจากตรงนั้น ยอดแชร์ไม่รู้มาจากไหนเยอะ จนกระทั่งมียูทูบมาแบบนี้แหละ

ตอนนั้นลุงใจเล่นอะไรไม่เป็น เพราะไม่รู้หรอกว่าใครแชร์ไม่แชร์ เพราะไม่คิดว่าจะดัง ก็ขายเรื่อยๆ มีแต่เขาแบกกล้องมาหา
แปลกใจ ก็เลยถามว่า อ้าวมาทำไมเหรอ อ๋อ..มาถ่ายลุงใจขายไข่ นี่ลุงใจดังไม่รู้ตัวเหรอ ก็บอกไม่รู้ ลุงใจไม่ได้เล่นโซเชียลฯ

ลงครั้งแรกเหรอ ไทยรัฐช่อง 32 นครปฐมเป็นข่าว ที่เอาลุงใจไปลงครั้งแรก แค่คืนนั้นแหละ พวกยูทูบก็มาเยอะแยะไปหมดเลย มันเป็นกระแสไปเลย มันก็เกี่ยวกับว่าเราดัง เกี่ยวกับว่าเราทำไข่ 6 แบบได้ เลือกกินได้ แต่ถ้าไปขายไข่สุกอย่างเดียว ขายไม่ดี ทำ 6 แบบได้ มันก็เลยดัง

แบกเร่ 5 ปี มันก็ขายได้ เหมือนเราดำรงชีวิตอยู่ได้ แล้วอยู่ๆ ดังขึ้นมา มันก็ยิ่งขายดีกว่าเดิม ตอนแบกเร่ก็ขายได้อยู่ ขายคนเดียว ไม่มีลูกจ้าง

จากนั้นก็ไปประจำอยู่ห้างบิ๊กซี 5 ปี พอเซ็นทรัลนครปฐมเปิดใหม่ ก็มีคนมาเชิญไป ก็ได้ย้ายเข้าไป พอย้ายไปปุ๊บ ออแกไนซ์ก็ติดต่อมาเยอะเลย มาทุกวัน ยูทูบก็มาทุกวัน”

ปัจจุบันร้านลุงใจไข่ปิ้ง ได้กลายเป็นจุดเช็กอินที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปนครปฐม และยังได้รับเชิญ ให้ไปเปิดบูทในห้างฯ ดังอีกทั่วประเทศ


แตกต่างด้วยซิกเนเจอร์ ไข่ 6 ระดับ

จุดเด่นที่ทำให้ลูกค้าติดใจ และแตกต่างจากร้านอื่นคือ โด่งดังจากการปิ้งไข่บนเตาถ่านด้วยมือเปล่า และสามารถใช้มือสัมผัสความร้อน เพื่อเช็กควบคุมความสุกได้ถึง 6 ระดับ 1.ลวก 2.วุ้น 3.ตานี 4.มะตูม 5.เกือบสุก 6.สุก

แต่ละระดับ ก็มีความแตกต่างกันไปในการปิ้ง เทคนิดที่ว่า ก็ต้องอาศัยความชำนาญ ทำบ่อยๆ ทำให้ไข่มีรสชาติอร่อย หอม และได้มาตรฐานตามสั่งจนลูกค้าติดใจ

“ระดับที่ 1 มันเป็นน้ำ มันจะวิ่งลงเลย เป็นวุ้นๆ ขุ่นๆ อยู่ อย่าให้มันใส ถ้ามันใสก็จะไม่อร่อย ความร้อนอุ่นน้อย ถ้าอุ่นเยอะ มันก็จะเลยขึ้นมาเป็นข้นๆ

ระดับ 2 เราก็ไปค้นหาให้มันร้อนขึ้นมากว่าระดับ 1 หน่อยนึง มันก็จะร้อนรอบลูก ไม่ต้องเคาะก็ได้ สัมผัสเอา จะเป็นวุ้นๆ เจลๆ อยู่
ระดับที่ 3 ก็จะร้อนขึ้นมาเยอะกว่า เขาเรียกตานี ดิบบ้างสุกบ้าง

ระดับที่ 4 มะตูม ไข่แดงมันจะเป็นใจแดงๆ ไม่ค่อยสุก เลข 5 ก็ใกล้สุก มันจะเลยมะตูมมาหน่อยนึง มันจะเป็นใจแดงหน่อยเดียว ระดับต่อไปเป็นสุกเลย”


แต่กว่าจะจับไข่แล้วรู้ถึง 6 ระดับได้ ต้องอาศัยประสบการณ์และฝึกจนชำนาญกว่า 1 ปี ถึงจะแม่นยำ ตามที่ลูกค้าสั่งได้

“ตอนแรกขายตามตลาด ลุงใจยังไม่รู้เรื่อง ลูกค้าก็จะสั่งเป็นลวก เป็นมะตูม เป็นสุก 3 อย่าง เเต่พอลุงใจปิ้งไปปิ้งมา ก็เหมือนปอกเล่นๆ ไว้หลายระดับ

พอลูกค้าเข้ามา เขาก็มาเห็น ก็เลยบอกว่าเลือกเอาได้ไหม พอดีทำไว้แบบนี้ เขาก็เลือก เดี๋ยววันใหม่จะมากินแบบนี้นะ เขาก็จะบอกเราไว้ เราก็จะจำไว้ ลุงใจก็จะนับ เริ่มจาก 1-6 เป็น 6 ระดับ ก็เลยได้เป็นไข่ 6 ระดับ มาจากลูกค้ามากิน

ลุงใจใช้เวลา 1 ปี ตอนแรกๆ ก็ลองผิดลองถูก แต่เขาก็กิน เพราะไข่มันกินง่าย แต่ทำไปทำมา เอามือวูบลงไป ลุงใจจะรู้ รู้ว่าไข่มันเป็นแบบไหน มันก็เลยทำให้คนติดเยอะ

ทำถูกใจดีนะ เจ้าอื่นไม่เห็นจะทำแบบนี้เลย คือลุงใจจะไม่ขายใส เป็นวุ้นๆ คล้ายๆ น้ำนม มะตูม ตานีคนจะกินเยอะ ถ้าใสๆ เขาจะไม่ค่อยกิน มันคาว

1 ปี ถึงจับไข่ 6 ระดับได้ คือเอามือวูบลงไปอย่างนี้ ลุงใจก็จะรู้ เริ่มสังเกตจากความร้อนที่ไข่ ไอร้อนมันจะขึ้นมา มันก็จะมาสัมผัสเนื้อเรา ผิวเรา ก็จะรู้สึกว่าไข่เป็นแบบไหน

ใช้ผิวเราเนี่ยแหละ มือเปล่าๆ ปิ้งใส่ถุงมือไม่รู้เรื่อง”





ส่วนไข่สดที่รับซื้อมานั้น ก็ซื้อมาจากฟาร์มใหญ่ๆ ที่ได้มาตรฐาน โดยจะสั่งซื้ออาทิตย์ละ 3,000 ลูก

“ลุงใจซื้อจากฟาร์มไข่ใหญ่ๆ เลย ซื้อทีละรอบก็เยอะ รอบละ 3,000 ลูก ก็จะมาขายตามห้างฯ แบบนี้ ประมาณอาทิตย์นึงก็หมด
เขาจะเช็ดคัดมาแล้ว เอามาปิ้งทำไข่ 6 ระดับ ขายได้เลย”

ส่วนไข่หลากหลายสี ที่เห็นเรียงสวยๆ ไว้หน้าร้าน ก็คือไข่เยี่ยวม้าดอง ที่ลุงใจบอกว่า จริงๆ ตั้งใจเอามาเพิ่มสีสันให้ร้านให้สวยงามเฉยๆ แต่ว่าสีที่ย้อม เป็นสีผสมอาหารไม่อันตราย กินได้เหมือนกับไข่ปิ้ง ซึ่งก็มีลูกค้าอยากลองซื้อไปชิมบ้าง



ไวรัล อร่อยบอกต่อ

ความอร่อยแบบปากต่อปาก ที่ลูกค้าส่งต่อกัน จนร้านโด่งดัง ไม่ว่าจะไปเปิดบูทที่ไหน ก็ขายดิบขายดี ลูกค้าตรึมทุกครั้ง

แม้เจ้าของร้านเอง จะยอมรับว่า ไม่เคยทำการตลาดเลย แม้กระทั่งช่องทางโซเชียลฯ ของทางร้านเองก็ยังไม่มี แล้วยิ่งมีคนที่มากิน แห่เช็กอินร้าน โพสต์ภาพแชร์กันต่อ จากนั้นก็ได้มีโอกาสได้ไปออกรายการทีวีช่องใหญ่ๆ มันก็ยิ่งดังไปใหญ่ ก็เลยกลายเป็นว่าไข่ปิ้ง 6 ระดับขายได้

“ลุงใจไม่ชอบเล่นโซเชียลฯ ก็เล่นเฟซบุ๊กธรรมดาเฉยๆ บางวันขยันหน่อยก็จะไปโพสต์เล่น ว่าไปขายตรงนี้ รู้จักปากต่อปาก มันก็ดังไปเอง เพจก็มาเยอะ

เคยถาม(ลูกค้า) เขาบอกว่าลุงใจทำตรงปก สั่งแบบไหน ได้แบบนั้น เขาก็เลยมา

แค่แบกออกไป คนเขาก็เรียกแล้วในตลาด ลุงใจไข่แก้วนึง ระดับโน่นนั่นนี่ เขาก็จะบอก มันก็ได้ขายเลย”

 
ทุกวันนี้ ลูกค้ามักจะรีวิวว่า เสียดาย อยากเห็นลุงใจมาปิ้งไข่ให้กินเหมือนเดิม เพราะถึงจะเป็นลูกน้องที่ร้าน ก็ไม่ถูกใจเท่าเจ้าของร้านมาปิ้งเอง

เรื่องนี้ลุงใจก็บอกว่า เห็นลูกค้าคอมเมนต์เข้ามาเยอะเหมือนกัน แต่ด้วยความที่อายุก็เพิ่มขึ้น จึงอยากลองเกษียณตัวเองไปพักผ่อนบ้าง แต่ก็อยากให้มั่นใจ ว่าลูกน้องก็ฝีมือไม่แพ้กัน เพราะฝึกเองมากับมือ

“เขาบ่นเยอะ เขามาแล้วไม่เห็น เห็นเขาคอมเมนต์ในโซเชียลฯ เต็ม ลูกน้องก็ไม่เหมือนตัวจริง เขาก็พูดกันเยอะ แต่ลูกน้องก็ขายได้อยู่นะ ทำยอดได้อยู่

ลุงใจมาทุกวันไม่ไหว คงจะต้องถอนตัว คนมันเยอะ ทั้งปิ้ง ทั้งปอก ทั้งวี่ทั้งวันกว่าจะค่ำ มันต้องเลิกพร้อมห้างปิด ทุกวันๆ เหนื่อยนะ มันไม่มีวันหยุด เราก็ต้องอาศัยตัวช่วย”




ขายดี จนต้องเดินสายเปิดร้านตามห้างฯ ทั่วประเทศไทย ขึ้นเหนือล่องใต้ ไปมาหมดแล้ว

“จากหาบเร่ ก้าวเข้าสู่ห้างฯ ตอนแรกเป็นหาบเร่ ก็คิดว่าจะอยู่แค่บิ๊กซี ตอนแรกไม่คิดจะออกมาแบบนี้หรอก พอดีมันดัง แล้วออแกไนซ์ที่จัดบูท เขาก็อยากให้มา แรกๆ เขาก็ให้มาฟรี เพราะไม่กล้ามา กลัวขายไม่ได้ ค่าที่สูง พอขายได้ปุ๊บ ลุงใจก็เลยมาเรื่อยๆ

เดินสายมา 3 ปีแล้ว ที่เข้าห้างฯ เกี่ยวกับห้างฯ ไปหมด นครราชสีมา, นครสวรรค์, เชียงใหม่, ภาคใต้ก็ไป ออกจากนี่ไปกาญจนบุรี อีกทีมนึงไปอยุธยา ลุงใจแยกทั้ง 4 ทีม ไปตามห้างฯ โรบินสัน เดอะมอลล์ เซ็นทรัล บิ๊กซี

เดินทางทั่วประเทศไทย ตอนนี้ภาคใต้ไปยังไม่เต็มที่เท่าไหร่ แต่ปีนี้ได้ไป ภาคใต้รู้สึกว่า จะไปนครศรีธรรมราช แล้วก็สุราษฎร์ธานี แล้วก็หาดใหญ่

นครราชสีมาไปบ่อยมาก ขอนแก่น สายชลบุรี ระยอง จันทบุรี ไปบ่อยมากตรงนั้น สายพัทยาขายได้

ออกตลอดเดือน ไป 7 วัน จากนั้นเราก็เคลื่อน ออกจากห้างฯ โน่น เราก็ไปห้างฯ โน่น งานเยอะมาก จนลุงใจไม่มีคนไปทำ

ลูกน้องคนไหนอดทน เขาก็ทำได้ บางคนเขาก็แยกไปทำ ลุงใจให้เป็นเหมาเอง เขาก็จ่ายแค่หน้าป้ายเป็นวันละให้ มีคนทำเองอยู่ 3 เจ้า เราไม่ต้องลงทุนให้เขา เขาไปทำเอง ใช้ป้ายลุงใจ ขายแฟรนไชส์ให้เขา”


เทรน 3 วันขายได้ ส่งต่อแฟรนไชส์

สำหรับวิธีถ่ายทอดความชำนาญ สู่พนักงาน เจ้าของร้านคนดังบอกว่า เทรนด์ให้แค่ 3 วัน ก็สามารถออกไปขายได้แล้ว ใช้สอนทางลัด ว่าถ้าร้อนรอบลูก ให้ดึงมาปอกได้เลย เพราะถ้าจะให้รู้ถึง 6 ระดับ ต้องใช้เวลา เพราะลุงใจเองก็ต้องใช้เวลาถึง 1 ปี กว่าจะชำนาญ

“ลุงใจก็จะคัดมือเก่งๆ ไป เราปั้นในร้าน แล้วก็ส่งไป ก็จะสอนทางลัดเอา ว่าร้อนรอบลูก แล้วดึงออกมาปอกเลยนะ แต่ถ้าให้พนักงานจับ เขายังไม่ได้ แต่ถ้าร้อนรอบลูก แล้วดึงลงเข้าได้ พอเราไปแกะกระจายออก เราก็จะเจอเหมือนที่มองเห็น เขาทำได้
ก็เหมือนต้นแบบทำ แต่เราต้องบอกเขานะ ร้อนรอบลูก แล้วเอาลง อย่าเย็นข้าง ร้อนข้าง ถ้าแบบนั้นมันจะไม่ได้ มันจะใสข้างนึง เป็นแบบนั้นเขาไม่นิยมกิน

ลูกน้องเราฝึก 3 วันก็ขายได้เลย เขาไม่จำเป็นต้องรู้ 6 ระดับ เขาแค่ปิ้งไข่ให้มันร้อนรอบลูก แล้วดึงลง อย่าร้อนหนักนะ ก็จะบอกเขา เขาก็ได้

เขาไม่รู้หรอก เพียงแต่อาศัยว่าความร้อน แต่ความรู้สึกเขาคงไม่ได้ อย่างของลุงใจ ลูกไหนก็คือลูกนั้น คือเราได้แล้ว

ถ้าอยากมีรายได้กับร้านลุงใจ ก็ต้องมาสมัครปอกไข่ ปิ้งไข่ ลุงใจรับอยู่ รับเยอะด้วย แต่ต้องมาเรียนรู้เอา เดี๋ยวก็เป็น เดี๋ยวก็มีรายได้ ตอนฝึกหัดก็ได้ค่าจ้างร้านลุงใจ

ตอนแรกก็มาปอกไข่ก่อน ลุงใจก็จะเริ่มสอนให้เขาจับไข่ ให้มันร้อนรอบลูก แล้วดึงลง และก็ปอกออกเลย กระจายแก้วเยอะๆ อันไหนมันเหมือนกัน เราก็เอาลง แค่นี้ก็ทำได้แล้ว ไม่ต้อง 6 แบบเหมือนลุงใจหรอก แค่ร้อนรอบลูก ดึงแล้วก็ปอกขายเลย เพราะในห้างคนมันเยอะ ปอกออกไว้ ก็ได้ขายอยู่”


สำหรับคนที่อยู่กับอาชีพนี้มานาน ก็มองว่าเป็นเรื่องง่าย ที่จับแป๊บเดียวก็รู้ทันที ว่าไข่ใบนี้อยู่ในรับไหน แต่สำหรับมือใหม่อย่างพนักงานในร้าน ก็เชื่อว่ามันไม่ง่าย เพราะของแบบนี้ต้องใช้ประสบการณ์

“สำหรับลุงใจมันง่ายอยู่ แต่ถ้าน้องใหม่จะยาก บางทีเขายังไม่เป็นอะไรเลย เขาต้องมาเรียนรู้ ความร้อนถูกผิว มันต้องรู้สึก มันแล้วแต่เซ้นต์ ความรู้สึกใครมัน มันง่ายแล้ว ลุงใจเอามือวืดลงไป ก็ได้แล้ว ร้อนรอบลูก ก็เอาออก”

ตอนนี้มีพนักงานประจำอยู่ประมาณ 15 คน แบ่งออกเป็น 4 ทีมหลักๆ เพื่อออกไปขายตามห้างต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

ลุงใจยังฝากบอกอีกว่า ถ้าใครสนใจ ก็มาสมัครทำงานได้ เพราะให้ค่าแรงวันละ 700 บาท นั่งขายตั้งแต่ห้างฯ เปิด จนห้างฯ ปิด

“ลูกน้องลุงใจให้ 700 บาท ที่นั่งอยู่นั่น แต่ต้องได้ไข่อย่างต่ำ ขายให้ได้ 20 แผงต่อ 1 คน ต้องเฉลี่ยกัน แต่ถ้าตกจาก 20 แผง ลุงใจให้ 500 บาท เขาก็เร่งกัน เขาก็ได้ ถ้าลุงใจขายคนเดียว ลุงใจได้ 50 แผง แต่ลูกน้องลุงใจยังให้ 20 แผง เงินเยอะนะ”

ส่วนใครที่สนใจ อยากซื้อแฟรนไชส์ไปขายต่อ ก็สามารถติดต่อมาได้ คิดราคา 150,000 บาท ถ้าขยันอดทน มาฝึกแป๊บเดียวก็สามารถไปต่อยอดอาชีพได้แล้ว

“แฟรนไชส์ลุงใจอยู่ที่ 150,000 บาท ถ้ามาฝึกเอาแป๊บเดียว ก็ไปขายได้ ลุงใจให้ป้าย 2 ใบ ที่เหลือไปหาซื้อเอาเอง ให้แต่ป้ายนั่นแหละ ถ้าขยันทำได้ ก็ไปขายได้ รายได้ดีนะ ไม่ได้พูดเล่น

ลุงใจขายใบละ 10 บาท ต้นทุนไข่มันอยู่ที่ 3 บาทกว่า ขายได้อยู่ ก็เฉลี่ยดูสิ ลุงใจซื้อไข่แผง 115 บาท แผงนี้มันมี 30 ลูก ถ้าขาย 10 บาท มันก็ 300 บาท เราก็ไปลบทุนออก 115 บาท 120 บาท ไข่มันวิ่งขึ้นวิ่งลง ที่เหลือเราก็ได้ แต่เราต้องขายให้ได้เยอะๆ นะ มันก็จะได้ตังค์ ทีนี้อยากได้อะไรมันก็ได้ แต่ต้องอดทนในการขายนะ”


พลิกชีวิตได้บ้าน ได้รถ

ขายดีจนพลิกชีวิตจากพ่อค้าหาบเร่ ขายไข่ปิ้งกับพื้น ทำให้มีบ้าน มีรถได้ สู่เจ้าของร้านชื่อดังที่มียอดขายกว่า 3,000 ลูกต่อวัน สู่เจ้าของธุรกิจที่ขยายสาขาได้ในห้างสรรพสินค้า จนทำให้ไข่ปิ้ง กลายเป็นตำนานของดีนครปฐมที่ต้องไปลอง

“พลิกชีวิตหมายถึงว่า อยากได้อะไรเราก็ได้ แต่ก่อนลุงใจเดินดิน ไม่มีอะไรหรอก เป็นลูกชาวนา อยู่ต่างจังหวัด ก็รู้ๆ อยู่ ก็ทำนาอย่างเดียว พอมาขายไข่ก็พลิกชีวิต อยากได้อะไรก็ได้ แต่ต้องขยันนะ ถ้าไม่ขยันมันก็ไม่ได้

ได้จริง ไม่ได้พูดเล่น ก็ซื้อที่นา ซื้อบ้าน ซื้อรถ แล้วก็มีเงินฝาก ตอนแรกว่าจะไม่ซื้อรถยนต์ด้วยซ้ำ เพราะว่ามันแพง ทีนี้ก็ไปซื้อที่ก่อน ก็เลยขายอีก ประมาณ 3 ปี ก็เลยได้รถยนต์”

สำหรับรายได้ต่อเดือน เจ้าของร้านคนดังบอกว่า ตกเดือนละ 5 แสน ไปจนถึง 1 ล้านก็มี แต่กว่าจะได้จับเงินล้าน ก็ต้องขยัน และอดทนมาก

“ถ้าไข่ปิ้งเงินล้าน มันต้องขายเก่ง ขยัน ทำยอดให้ได้เหมือนลุงใจ เขาถึงจะเรียกไข่ปิ้งเงินล้านได้ รายได้ลุงใจเดือนนึง ก็ 100,000 เกือบ 200,000 แสน ตอนขายคนเดียว ถ้าขยันอดทน มาหัดทำเอา ก็ออกงานได้

ตอนแบกขาย ลุงใจได้วันละ 600 ลูก แต่ตอนมาเข้าห้างฯ ได้หลักพัน ขั้นต่ำก็ 1,000 ลูก 2,000 ลูก 3,000 ลูกเต็มที่ แต่ว่าต้องใช้ตัวช่วย 4 คน 5 กับลุงใจ

แก้วละ 20 บาท เท่ากับว่าลูกละ 10 บาท แก้วนึงใส่ 2 ลูก เพราะเราไปขายลูกเดียว มันก็จะไม่คุ้ม ไปซื้อแก้วซื้อช้อน ถ้า 2 ลูกมันก็ยังดูเต็มแก้ว

ถ้าตอนอยู่ร้านเดียว เดือนนึงได้หลักแสน แต่ตอนนี้มันหลายร้าน มันก็เยอะ ไม่ต่ำกว่า 500,000 เพราะมันหลายร้าน

ปกติร้านเดียวก็แสนนึง แต่ 5 ร้าน ก็ 500,000 เผลอๆ มันจะเยอะกว่านั้นจริงๆ เผลอๆ จะเป็นเดือนละล้านด้วยซ้ำ”

[ซื้อที่ดิน สร้างบ้านไว้อยู่ตอนเกษียณ]
ก็ไม่คิดว่าไข่ปิ้ง จะสามารถพลิกชีวิตทำให้มีบ้าน มีรถได้ จนตอนนี้ คนที่รู้จัก เอ่ยปากเรียก “เสี่ย” กันเป็นแถว และความสุขในตอนนี้ คือการตื่นเช้ามาตั้งใจปิ้งไข่

“ตอนแรกลุงใจคิดว่า มีเงินแค่ 300,000 บาท ก็จะกลับบ้าน ไม่ได้มาหวังเอาเงินล้าน มีเงินฝากสัก 300,000 บาท เราก็ยังอุ่นใจ 300,000 บ้านนอกมันก็เงินเยอะนะ แต่ถ้ามาเปรียบในกรุงเทพฯ มันไม่เยอะหรอก หน่อยเดียว

ถ้าเรามีเงินล้าน ไปอยู่บ้านมันก็สบาย เพราะว่าแถวบ้านของมันไม่แพง ปลูกผัก หาปูหาปลาได้ ขายไม่แพงแถวบ้าน ก็คิดว่าตัวเองไม่ลำบาก ก็เลยอยู่แบบสบายๆ

ก่อนหน้านั้นลุงใจคิดนะ กลัวว่าตัวเองจะลำบาก ถ้าแก่มาทำงานไม่ได้ แล้วจะทำอะไรกิน มองดูเงินก็ไม่มี ตอนนั้นมีเงินไม่ถึงแสน

ตอนที่ลุงใจออกจากงาน มีเงินฝากส่วนตัวอยู่แค่ 30,000 กว่าบาทเอง ก็กลุ้มใจ ทำยังไงบ้าง เงินแค่นี้มันทำอะไรไม่ได้ ลองไปขายไข่ก่อน เผื่อได้มีเงิน 2-3 แสน เราก็กลับมาอยู่บ้าน เรายังมีเงินแสนอยู่ในแบงก์

ขายไปขายมามันไม่แสน มันเป็นล้าน แต่เพราะมันใช้เวลาขายนาน พอเห็นเงินล้าน เราก็มีกำลังใจสู้ ลุงใจก็เลยสู้มาเรื่อยๆ
คนเข้ามาถามเยอะ คนนครปฐมรู้จักนี่หมดเลย เพราะอยู่นาน เขาก็มาถามว่า ลุงใจไม่คิดเลยนะว่าชีวิตเอ็งจะเปลี่ยน ฉันเห็นแกเดินดินอยู่เลย

เขาก็เรียกเสี่ย นี่ดังใหญ่แล้วนะ รวยก็รวย รู้ได้ยังไงว่ารวย ขอบคุณนะที่บอกว่ารวย ไม่อยากจนหรอก เพราะลำบาก ก็มีกินมีใช้ ถึงมีไม่เยอะมาก”


แบกจนไหล่พัง มือโดนไฟลวก แต่ไม่ท้อ

กว่าจะอดทนฝ่าฝันกับวิกฤตชีวิตมาได้ ในแต่ละช่วงอายุ ก็เคยมีท้อบ้าง เคยทำงานโรงงาน เคยขายไอศกรีมมาก่อน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนมาเจอกับอาชีพไข่ปิ้ง โดนไฟลวกมือมานักต่อนัก ท้อจนหยุดขายไปช่วงนึง

“ใหม่ๆ มันลวกมือ ลุงใจก็คิดแล้วคิดอีก จนกระทั่งมือพอง ท้อ อยากเปลี่ยนงาน ก็เลยมานั่งคิด ถ้าเปลี่ยนแล้วจะไปทำอะไร โรงงานเราก็เข้าไม่ได้แล้ว อายุมันเกินแล้ว ไม่อยากกลับเข้าไปแล้ว

เราก็มาแก้ใหม่ ใส่ถุงมือไม่ได้ เราจะดูไข่ไม่ออก เราก็อย่าปล่อยไฟแรง ปล่อยเบาๆ มันก็จะเริ่มไม่ลวก

ถ่านติด 8 โมง มันอยู่ได้ 2 ทุ่ม เราติดถ่านให้มันแดงๆ เราก็เอาขี้เถ้าโรยไว้ เพื่อให้ถ่านมันไม่ละลาย ไอร้อนมันก็จะขึ้นมาเรื่อยๆ ปิ้งแดงๆ ไม่ได้นะ มันแตก ระเบิด”


แม้จะเหนื่อยแค่ไหน แต่พอคิดถึงอนาคต ก็ตั้งใจกลับมาสู้ในอาชีพนี้ต่อ เพราะเชื่อว่า อาชีพปิ้งไข่ น่าจะเป็นอาชีพที่ทำเงิน และตัวเองทำได้ดีที่สุด

“เหนื่อยนี่มันท้ออยู่แล้วแหละ ถ้าเราท้อ เราก็หยุดพักไปก่อน ให้มันหายเหนื่อย ก็มีหยุดบ้าง ถ้าออกเรียงวัน มันท้ออยู่แล้ว เพราะมันเหนื่อย มันล้า ร่างกายพักไม่พอ เวลาไปขายมันก็เหมือนหน้ามืดวิงเวียน จะอาเจียน พอหยุดพักจากนั้นเราก็ไปขายต่อ

ตอนแรกขายไข่ 5 ปี ไหล่ลุงใจพัง มันดำ เหมือนทำลายผิว แล้วก็ไปขายไอศกรีมอยู่ 8 เดือน ก็เลยกลับมาใหม่ ไปขายอยู่ตามบ้าน คนกินเยอะก็จริง แต่ทุนไอศกรีมมันแพง แล้วไปขายถูกๆ ก็บ้านนอกไปขายแพง มันก็ขายไม่ได้ ลุงใจไปขาย 5 บาท 10 บาท ถ้าขายในเมืองมัน 20 บาท

ทีนี้ลุงใจตักน้อยไม่เป็น สงสารเด็กๆ เขาซื้อ มันก็เลยกลายเป็นว่า ไม่มีกำไรเหลือ มันได้แค่ใช้ไปวันๆ ก็เลยยกเลิก ก็เลยกลับมาใหม่

รอบแรกลุงใจกลับบ้านแล้วนะ ว่าจะไม่มาขายแล้ว ไหล่มันโดนแบกเยอะ มันโดนไม้หาบ แล้วมันดำมันด้าน ทีนี้ไม่มีทาง ทำยังไงดี คิดอยากได้บ้าน ตังค์ก็ไม่มี ก็เลยเข้ามาใหม่ พอเข้ามา ก็เลยได้อย่างที่คิด”

ท้ายนี้ ลุงใจยังฝากถึงคนที่อยากทำธุรกิจ หรือคนที่กำลังพยายามสู้ชีวิต ในเส้นทางของตัวเอง ในฐานะคนที่เคยผ่านจุดที่ยากลำบากมาก่อน แนะนำว่า ให้อดทน และสู้ต่อไปเรื่อยๆ เชื่อว่าสักวันมันจะดีขึ้นเอง

“ลุงใจก็แนะนำว่า ต้องอดทนหนู ถ้าไม่อดทน มันก็ไปไม่ได้ ขยัน อดทน มันจะคู่กันไง 

และอาหารที่เราขาย ก็มีคุณภาพสะอาดด้วย มันถึงจะขายได้ สะอาด คุณภาพ แล้วก็อร่อย เราก็จะขายได้ไม่เจ๊ง ถ้าความสะอาดไม่ได้ จบแล้วนะ ทำไมร้านนี้สกปรก เขาก็กลัวว่าจะทำไม่สะอาดให้เขากิน อดทน แล้วก็ขยัน สะอาด ก็ขายได้แล้ว

ขายไข่หรือขายอะไรก็ตาม อดทนอยู่นานๆ สู้ไปเรื่อยๆมันจะมีวันได้-ไม่ได้อย่าท้อ ถ้าท้อก็สู้ไปเรื่อยๆ มันก็จะดีขึ้น”



 ออกจากบ้าน มาเป็นหนุ่มโรงงานวัย 16 ปี


 

 ชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกุหลาบ เป็นลูกชาวนา ฐานะพอกินพอใช้ ต้องออกจากบ้านมาทำงานโรงงานตั้งแต่อายุ 16 ปี ไม่มีโอกาสได้เรียนเหมือนคนอื่น


“เป็นชาวนาธรรมดา พอกินพอใช้ จะว่ารวยยังไม่รวย จะว่าจนก็ยังไม่จน เพราะว่าสมัยโบราณ พ่อแม่มีลูกหลายคน ลุงใจมีพี่น้องเยอะ 9 คน


ลุงใจจบ ป. 6 แล้วออกเลย เพราะว่าพ่อแม่ไม่มีเงินเดือน คงส่งเราเรียนสูงไม่ได้แล้ว


ตอนเด็กๆ ไม่มีตังค์ใช้ ไปอยู่โรงแป้งมัน ตอนอายุ 16 ปี พอดีงานมันเข้ากะ แล้วอายุ16 ไปเข้ากะ มันเข้าไม่ไหว เพราะว่าเด็กอยู่ มันง่วงนอน อดทนเอาอยู่ 3 เดือน ก็เลยเผ่นกลับบ้าน


ร่างกายเราเด็ก เราปรับไม่ได้ มันก็เลยเหมือนจะอ้วก เหมือนจะอาเจียน ถ้าไม่ทำก็ไม่มีตังค์ใช้”


แม้ตอนเด็กๆ อยากจะเรียนจบสูงๆ แค่ไหน แต่ก็เข้าใจพ่อแม่ เพราะมีลูกหลายคน ถ้าจะส่งให้ลูกทั้ง 9 คนเรียนจนจบ ก็ไม่มีเงินมากพอ


“อยากเรียน แต่มองดูแล้วครอบครัวเราไม่มีเงิน เห็นพ่อแม่ลำบากก็ไม่ไปเรียน แกก็ให้เรียนเป็นบางคน เพราะลูกเยอะ ก็ได้เรียนอยู่คนเดียวมั้งในบ้าน


เข้าใจว่าพ่อแม่จน คงไม่เสียดาย แต่ถ้าลุงใจมีเงินเหมือนทุกวัน ในความคิดก็ว่าจะเรียนต่อเพื่อเอาความรู้ สมัยเราอยากเรียนจังเลย เคยคิดอยู่ แต่มันก็ผ่านมาแล้ว ก็เลยผ่าน


ตอนนี้ลุงใจคิดแต่ว่า ทำมาหากินให้เรามีเงินฝากในแบงก์ เราไปอยู่บ้าน เราก็ไม่ลำบาก”


ตอนนี้พ่อกับแม่กับลุงใจ ก็เสียชีวิตไปกันหมดแล้ว เหลือแต่พี่ๆ น้องๆ ส่วนครอบครัวลุงใจเองก็ไม่มี คือเป็นโสด อยู่ตัวคนเดียว


จนกระทั่งปีนี้อายุ 54 ปีแล้ว จนอยากเกษียณแล้ว และก็แพลนชีวิตไว้ว่า อยากกลับไปชีวิตบั่นปลายสุดท้าย ที่บ้านเกิด จ.สุรินทร์


“อยากกลับ เพราะว่าเรามีทุกอย่าง มันอยู่บ้านนอก อากาศมันดี มันอยู่กับธรรมชาติ แล้วเราก็ไม่ต้องมาเครียด ว่าเราจะไม่มีตังค์ใช้ คิดว่ามีแล้ว


ลูกน้องเขาบอกอยากทำงาน ลุงใจก็เดี๋ยวจะพยุงช่วย แต่ลุงใจไม่ได้มานั่งทำด้วยนะ ก็เลยบอกเขา เพราะพวกนี้เขาว่างงาน เขาก็อยากมีรายได้ มาอยู่ร้านลุงใจ มันก็ได้เยอะกว่าที่ไปรับจ้างโรงงานนั่นแหละ”




สัมภาษณ์ : ทีมข่าว MGR Live
เรื่อง : พัชรินทร์ ชัยสิงห์
ภาพ : ธัชกร กิจไชยภณ
ขอบคุณภาพ : Facebook “บุญใจ สาขะยัง”



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **