xs
xsm
sm
md
lg

'ITALJET' สกูตเตอร์สมรรถนะสูง 'ศิลปะที่ขับได้' ขยายไลน์อัพ เล็งแผนดันไทยเป็นฐานส่งออก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



แบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาเลียน อย่าง 'อิตัลเจ็ท (ITALJET)' ประสบความสำเร็จอย่างมาก หลังการเปิดตัวในประเทศไทยในปี 2568 ที่ผ่านมา ด้วยการสร้างเซกเมนต์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย

กับ ตลาดสกูตเตอร์ สปอร์ต ระดับพรีเมียม ที่มาพร้อมรูปลักษณที่โดดเด่น สมรรถนะที่เหนือชั้น รองรับการขับขี่ในทุกเส้นทาง ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่แตกต่างและโดดเด่น

สำหรับในปี 2569 นี้ ทางบริษัทแม่และพันธมิตรในประเทศไทยอย่าง บริษัท มาเวอร์ริค กรุ๊ป จำกัด ประกาศเดินหน้าบุกตลาดประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ทั้งการเปิดตัวสินค้าใหม่หลากหลายรุ่น การขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการ เพื่อดูแลลูกค้าทั่วประเทศ รวมถึงมีแผนการลงทุนในประเทศ เพื่อก่อตั้งโรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ เพื่อการส่งออกจากประเทศไทยในอนาคต








** จากแรงบันดาลใจสู่รถจักรยานยนต์ที่โดดเด่น **


มัสซิโม่ ตาร์ตารีนี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ITALJET S.p.A. ที่เดินทางมาร่วมงานในประเทศไทย เล่าว่าอิตัลเจ็ท เกิดจากความต้องการที่จะปฏิวัติมาตรฐานของอุตสาหกรรมสองล้อ ขยายความเป็นเลิศของการออกแบบสไตล์อิตาเลียน และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี

จึงเป็นที่มาของการพัฒนายานพาหนะที่จะยกระดับสู่การเดินทางที่ทันสมัน ยั่งยืนและมีความเป็นตัวของตัวเองในทุกมิติ

“ที่อิตัลเจ็ท เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนารถจักรยานยนต์และสกูตเตอร์ ที่รวมความเชี่ยวชาญในวิศวกรรมพร้อมความสวยงามและ ประสิทธิภาพสูงเข้าด้วยกัน ออกมาเป็นยานพาหนะที่ให้คำตอบในการเดินทางที่มีคุณค่า และปลอดภัย


ซึ่งเราขับเคลื่อนการพัฒนาสินค้าของเราด้วยการวิจัย มุ่งเน้นที่คุณภาพ และยึดถือลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ ในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นกว่ารถสองล้อทั่วไป”

สำหรับการเปิดตลาดในประเทศไทย ทางบริษัทฯ มีความมั่นใจในพันธมิตร อย่าง มาเวอร์ริค กรุ๊ป มากว่า จะสามารถดูแลลูกค้า และสร้างแนวทางการทำตลาดในประเทศไทยได้

ซึ่งปัจจุบัน อิตัลเจ็ท มีการทำตลาดไปมากกว่า 42 ประเทศทั่วโลก ทั้งในเอเชีย รวมถึงอาเซียน อเมริกาใต้ รวมถึงการเปิดตลาดในสหรัฐอเมริกา เพื่อนำเสนอชิ้นงานศิลปะ (art piece) ที่ขับขี่ได้ ให้กับลูกค้าของบริษัทฯ ที่มีอยู่ทั่วโลก









** ชูความแตกต่างและโดดเด่น โดนใจลูกค้ากลุ่มนิช **


นรวิชญ์ ภทรธนกฤต กรรมการผู้จัดการ และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาเวอร์ริค กรุ๊ป จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอิตัลเจ็ท ในประเทศไทย เปิดเผยว่า...

ในปี 2568 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการส่งมอบ ITALJET 300 Dragster ที่เปิดตัวเป็นรุ่นแรก ไปที่ตัวแทนจำหน่ายแล้วมากกว่า 300 คัน และมีการส่งมอบไปถึงมือลูกค้าแล้วประมาณ 220 คัน

ตัวเลขดังกล่าว ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพึงพอใจ หากมองว่าเป็นกลุ่มสินค้าใหม่ที่ต้องอาศัยการทำความเข้าใจกับผู้บริโภคในประเทศไทย ประกอบกับตลาดสกูตเตอร์ในประเทศไทย เติบโตอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

ทำให้มีผู้ประกอบการหลายรายเข้ามาทำตลาดในเซกเมนต์นี้ แต่ก็ต้องบอกว่ายังไม่มีสินค้าที่มีความพรีเมียมและโดดเด่นเท่ากับรถที่บริษัทฯ​ เลือกมาทำตลาด

“จริง ๆ แล้ว ผมมองว่าเราไม่มีคู่แข่งในตลาด เพราะเซกเมนต์แดร็กสเตอร์ถือว่าใหม่มาก ถือเป็นกลุ่มพรีเมียมของสกูตเตอร์ที่เน้นออกแบบเพื่อการขับขี่ที่แท้จริง


อย่างพวกกล่องใส่ของจะถูกถอดออกหมด เป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก ซึ่งเราก็ต้องมองหาลูกค้าที่เข้าใจในแบรนด์และตัวสินค้า


กลุ่มนี้จะซื้อด้วยอารมณ์มากกว่า ณะที่กลุ่มลูกค้าใหม่ที่ยังไม่รู้จัก ก็ต้องสร้างการรับรู้ในแบรนด์ต่อไปก่อน”

อย่างไรก็ตาม ตลาดสกูตเตอร์ในประเทศไทย เป็นตลาดที่เติบโตค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา แม้จะยังไม่มีใครที่ทำตลาดในเซกเมนต์พรีเมียมมากนัก แต่ก็มีสัดส่วนที่มากถึง 50-60% ของตลาดรวม

ขณะที่กลุ่มรถเครื่องยนต์ 300-350 ซีซี. ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด มีมูลค่าตลาดปีละกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท ถือเป็นกลุ่มที่แบรนด์รถจักรยานยนต์หลักทั้งหมด เข้ามาทำตลาดในปัจจุบัน








** เร่งขยายสินค้าใหม่ เครือข่ายการบริการการดูแลลูกค้า **


สำหรับแผนงานประเทศไทยในปี 2569 จะเน้นเรื่องการขยายไลน์อัพสินค้า ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย โดยล่าสุดได้เปิดตัว Dragster 700 Twin ที่มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ราคาตั้งแต่ 7.99-9.89 แสนบาท

Dragster 459 Twin ราคาจำหน่าย 4.99 แสนบาท รวมถึง Dragster 300 Black Edition ที่มาพร้อมค่าตัว 2.99 แสนบาท และมีแผนจะเปิดตัวรถรุ่นใหม่และเซกเมนต์ใหม่ อาทิ Roadster ในอนาคต

นอกจากนี้ บริษัทฯ จะเดินหน้าขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายในหัวเมืองใหญ่ให้ได้ 12 แห่งตามแผนที่วางไว้ก่อนหน้านี้

โดยจะขยายเพิ่มที่เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น อุดรธานี และภูเก็ต รวมถึงการขยายเครือข่ายศูนย์บริการ เพื่อดูแลลูกค้าให้ครบ 30 แห่งตามหัวเมืองรอง เพื่อให้ลูกค้าสามารถขับขี่ได้อย่างสบายใจว่า ทางบริษัทพร้อมที่จะดูแลลูกค้าอย่างแน่นอน

“ตอนนี้รถของอิตัลเจ็ท ประกอบอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว ทำให้เรามีสต๊อกอะไหล่ที่พร้อมดูแลทันที ซึ่งเป้าหมายการทำตลาดในปีนี้ เราจะผลักดันแบรนด์สู่การเป็นแบรนด์ระดับพรีเมียมที่สุด ก่อนที่จะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่จะเน้นการทำตลาดแมสมากขึ้นในช่วงปี 2570


ซึ่งที่ผ่านมา เราเจอคำถามจากผู้บริโภคมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าหรือไม่ เป็นรถจีนหรือเปล่า ซึ่งเชื่อว่าจากนี้ไปภาพลักษณ์จะมีความชัดเจน”








** ผลักดันประเทศไทยสู่ฐานการผลิตเพื่อส่งออกทั่วเอเชีย **


มัสซิโม่ กล่าวถึงความสำคัญของตลาดประเทศไทย ว่านอกจากจะเป็นตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ที่มีความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ยังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของรถจักรยานยนต์ ที่มีผู้ประกอบการหลายรายตัดสินใจลงทุนเพื่อใช้เป็นฐานการผลิต

ซึ่งอิตัลเจ็ท ก็อยู่ระหว่างการศึกษาแผนงานเพื่อเปิดโรงงานในประเทศไทย โดยคาดว่าจะใช้เวลาอีก 1-2 ปีสำหรับโครงการนี้

“ในปัจจุบันเรามีการประกอบรถในประเทศไทยอยู่แล้ว แต่การลงทุนโรงงานผลิตเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แตกต่างกันออกไป เพราะเราจะต้องมองถึงการหาชิ้นส่วนในประเทศเพื่อการประกอบ การลงทุนด้านต่าง ๆ ที่เหมาะสม


ซึ่งประเทศไทยจะเป็นประเทศที่บริษัทแม่เดินหน้าลงทุนด้วยตัวเองเป็นแห่งที่ 3 ในโลกนี้ ต่อจากการลงทุนในประเทศอิตาลีและจีน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญในฐานะฐานการผลิตเพื่อการส่งออกไปยังเอเชีย”

ทั้งนี้ อิตัลเจ็ท มีการประกอบรถในหลายประเทศ เช่น ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซียและเม็กซิโก ซึ่งเป็นการนำเข้าชิ้นส่วน CKD Kits เข้ามาประกอบ ขณะที่โรงงานในประเทศไทยจะมีรูปแบบการทำงาน ที่แตกต่างจากการประกอบโดยดิสทริบิวเตอร์ที่อื่น

โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตเบื้องต้นที่ปีละ 6,000 คัน และจะมีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศในระดับที่มากพอ ที่จะส่งออกโดยได้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีได้








** เน้นย้ำภาพลักษณ์แบรนด์และความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ **


แม้จะมีแผนเปิดโรงงานแห่งใหม่ในประเทศไทย ที่สอดคล้องกับแนวทางในการเดินหน้าทำตลาดแมสของมาเวอร์ริค แต่มัสซิโม่ก็ยืนยันว่า อิตัลเจ็ท จะไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การสร้างยอดจำหน่ายเพียงอย่างเดียว

แต่จะยังคงเน้นความโดดเด่นที่สุดในด้านผลิตภัณฑ์ ที่เน้นเรื่องของการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ ด้วยการผลิตที่ไม่มากเกินไป ในรูปแบบของงานศิลปะที่ลูกค้าชื่นชอบและสะสม

“แน่นอนว่าเราคาดหวังว่าตลาดประเทศไทยจะไปได้ด้วยดี และเราเชื่อมั่นในมาเวอร์ริคมากว่าจะช่วยผลักดันให้แบรนด์เติบโตได้อย่างดี โดยเฉพาะการมองไปที่ทิศทางของตลาด


รวมถึงการสร้างแนวทางสำหรับอิตัลเจ็ท ร่วมกันในอนาคต ซึ่งประเทศไทยจะเป็นตลาดยุทธศาสตร์ของเราในการขยายออกไปสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มากในอนาคต”







** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **