เจาะเทรนด์ที่กำลังเป็นไวรัลทั่วบ้านทั่วเมือง คนแห่แต่งตามเพียบ ไม่ใช่แค่คนไทย แต่ลามไปถึงต่างชาติด้วย กับเทรนด์แฟชั่นร่วมสมัยอย่าง #ห่มสไบใส่ยีนส์
Soft Power คู่? “ผ้าไทย-ท่องเที่ยวไทย”
เทรนด์นี้คือเป็นการหยิบเอาสไบ มาใส่คู่กับกางเกงยีนส์ตัวโปรด พร้อมกับหยิบเครื่องประดับแบบไทยๆ อย่าง สังวาล, เข็มขัด, กำไล และสร้อยฉลุลาย มามิกซ์แอนด์แมตช์ให้ร่วมสมัยด้วย
เรียกได้ว่า สลัดภาพจำชุดไทยแบบเดิมๆ จนเปรียบเหมือนฟิวชั่นฟู้ดรสชาติใหม่ๆ ที่ลงตัว ผสานความเป็นไทยเข้ากับยุคสมัย จนสร้างปรากฏการณ์ชุดไทยฟีเวอร์ได้อีกครั้ง ฮิตจนเต็มไทม์ไลน์ไปหมดแล้วในตอนนี้
ส่วนที่มาของปรากฏการณ์แฟชั่นครั้งนี้ หลักๆ เริ่มมาจากนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง อย่าง “กระแต อาร์สยาม” ที่ลุกขึ้นมา มิกซ์แอนด์แมตช์ชุดไทย สวมสไบกับกางเกงยีนส์ ถ่ายคลิปโปรโมตเพลง “Bangkok City”
พร้อมกับจัดแคมเปญติดแฮชแท็ก #BangkokCityChallenge เปิดโอกาสแฟนเพลงพรีเซนต์ซอฟต์พาวเวอร์ไทย ในสไตล์ของตัวเอง โดยประกาศว่าจะแจกรางวัลให้คนชนะรวมกว่า 200,000 บาท
และที่ทำให้เทรนด์แฟชั่นนี้ไวรัลมากขึ้นไปอีก ก็เพราะบรรดาดารา นักแสดง รวมถึงเหล่าอินฟลูฯ หลายๆ คน ตบเท้ากันเข้ามาชาเลนจ์กันเพียบ
ด้วยการหยิบยีนส์ทรงสตรีทตัวโปรด มาแมตช์กับสไบสีสันสดใส จนออกมาสวยเก๋ และผลักให้ซิงเกิล “Bangkok City” ที่กำลังโปรโมต ตอนนี้มียอดวิวทะลุ 16 ล้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ที่น่าสนใจคือ นอกจากตัวชุดสไบมิกซ์ยีนส์สตรีทฟอกขาด จะส่งเสริมความเป็นไทยแบบร่วมสมัยได้อย่างสวยเก๋แล้ว “โลเกชั่น” ที่ถูกเลือกมาทำคอนเทนต์ ก็เด็ดไม่แพ้กัน คือหลายคนเลือกใช้แลนด์มาร์กดังในบ้านเมืองเรา
อย่างวัดอรุณฯ, วัดพระแก้ว, ท่าเรือเขียว วัดโพธิ์ ลามไปถึงเสาชิงช้า หรือแม้แต่ถ่ายกับรถตุ๊กตุ๊ก จนทำให้แทบทุกมุมเด็ดในกรุงเทพฯ กลายเป็นเหมือนรันเวย์ระดับโลกยิ่งกว่าเดิมในนาทีนี้
จุดประกายให้หลายคนกล้าหยิบผ้าไทยมาใส่เล่นกันมากขึ้น แม้แต่เด็กๆ กับกลุ่มวัยรุ่นก็ยังขอตามเทรนด์ หันมาแจมด้วยการขอชุดผู้ใหญ่ในบ้านมาใส่
บางคนก็จับผ้าถุง หรือสไบในตู้ของคุณย่าคุณยายมาแมตช์ก็มี กระตุ้นให้หลายคนหันมาสนใจลายผ้าไทยของแต่ละจังหวัดมากขึ้น ว่ามีจุดเด่นและเอกลักษณ์ที่มีเสน่ห์แตกต่างน่าสนใจ จนอยากให้แมสอยู่ในเทรนด์แบบนี้ต่อไปอีกนานๆ
และนี่คืออีกแง่มุมจากกูรูแฟชั่น นิตยสารชั้นนำระดับโลก อย่าง “เกด-ฐาดิณี รัชชระเสวี” รองบรรณาธิการ นิตยสาร Vogue ประเทศไทย และที่ปรึกษาเรื่องภาพลักษณ์และการแต่งกาย ที่มองว่าเทรนด์นี้ อาจไม่ได้ถึงขั้นปลุกกระแส แต่น่าจะเป็นการเล่นตามกระแสมากกว่า
ส่วนแง่มุมของการเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทยนั้น ถามว่าจะช่วยส่งแรงกระเพื่อมสำคัญ ไปจนถึงเรื่องท่องเที่ยวไทยได้เลยไหม? ผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นรายนี้ ยังไม่แน่ใจ แต่ถือเป็นแรงกระตุ้นที่น่าชื่นใจ ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาเห็นและสนใจชุดไทยมากขึ้น
ยืดกระแส ให้เป็น “เทรนด์ในวิถีชีวิต”
ส่วนเรื่องที่ไวรัลนี้ มีทั้งกลุ่มคนที่ชื่นชอบ อยากใส่ตาม และกลุ่มคนที่ไม่อิน ไม่ชอบ หรือมองไม่เห็นว่า การหยิบผ้าไทยมาใส่ประยุกต์แบบนี้ จะดูเข้ากันตรงไหน กับยีนส์ขาดแนวสตรีท
รองบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นรายเดิมมองว่า การมิกซ์แอนด์แมตช์ ไม่ใช่เรื่องถูกหรือผิด และยังสะท้อนให้เห็นว่า ทุกวันนี้สังคมเปิดกว้างมากขึ้น จนทำให้ผู้คนกล้าลุกขึ้นมาทดลองอะไรใหม่ๆ ได้
แต่ในเมื่อมันคือเทรนด์ คือกระแส ก็หมายความว่าอาจจะหายไปในวันนึง อาจไม่ได้คงอยู่ในระยะยาว แป๊บๆ คนก็เบื่อ
ดังนั้น จะดีกว่ามั้ย ถ้าสามารถหยิบมาต่อยอด ให้ผู้คนใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยอาจไม่ต้องพึ่งเทรนด์
“มองว่ามันเป็น กระแสที่ดี มากกว่าค่ะ เป็นกระแสที่ทำให้คนรุ่นใหม่ หรือว่าเด็กๆ หันมาเห็น หรือสนใจ ในชุดไทยมากขึ้น ก็อาจจะเป็นประตู ที่ทำให้เขาอยากรู้ว่า มันมีที่มายังไง ที่ไปยังไงมากกว่า
มีดีไซเนอร์ ที่เขาเอาโครงสร้างของกิโมโน ไปทำเป็นเสื้อผ้า แล้วเอามาใส่ในชีวิตจริง ใส่กับยีนส์ สิ่งนี้ควรมาเล่นมากกว่า
สมมติ มีดีไซเนอร์คนนึง เห็นโครงสร้างชุดไทย ที่เราเห็นอยู่ แล้วเขาไปออกแบบเสื้อตัวนึง ที่ inspire มาจากชุดไทย แล้วมาใส่กับกางเกงยีนส์ อันนี้คิดว่า น่าจะเป็นไปได้ในอนาคต
แต่ถ้า fully ชุดไทยงานปัก แล้วก็เอามาใส่กับกางเกงยีนส์ มันก็อาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน อย่างที่บอกไปว่า เวลาเดินถนน มันก็จะขำหน่อย เช่น ลองนึกถึงว่าใส่ชุดนี้ แล้วขึ้นรถไฟฟ้า
แต่ถ้ามีคนเอาตรงนี้ มาดีไซน์ แล้วก็เอาไปทำเป็นชุด ที่ใส่ได้จริง มันก็น่าจะเป็นการเปิดความสร้างสรรค์ โดยอิงจากรูปทรงของผ้าไทย-ชุดไทย มันก็น่าสนใจ”
ส่วนประเด็นเรื่อง “ซอฟต์พาวเวอร์ผ้าไทย” นั้น มองว่าเกิดขึ้นมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยพระพันปีทรงบุกเบิกเอาไว้ เพียงแต่ไวรัลในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดจากพาวเวอร์ที่มีอยู่ และอาจเป็นแรงผลักสำคัญ ที่ทำให้เกิดประโยชน์อื่นๆ ได้อีกในอนาคต
“มองว่ามันเป็นซอฟต์พาวเวอร์ มาตั้งแต่สมัยพระพันปีแล้ว คำว่า ซอฟต์พาวเวอร์ คือค่อยๆ ซึมเข้ามา จนคนรู้สึกว่า อันนี้มันเป็นส่วนนึงของชีวิต แล้วก็สร้างอะไรบางอย่าง ให้กับสังคมได้
เช่น อาชีพ การงาน การเงิน สถานะทางสังคม หรือแม้กระทั่งภาพลักษณ์ ดังนั้น คำว่า ซอฟต์พาวเวอร์ มันก็เลย impact
อันนี้ไม่แน่ใจว่า มันอาจจะเกิด หรือไม่เกิดก็ได้ คิดว่ามันเป็นการต่อยอด จากซอฟต์พาวเวอร์มากกว่า มันเป็นการที่จะต่อยอด จากพาวเวอร์ที่เรามีอยู่ แล้วดึงสิ่งนี้มาใช้ เพื่อให้เกิดผลอื่นๆ ต่อไปค่ะ”
“พาวเวอร์” มีนานแล้ว รอพลิกโอกาสในยุคนี้
ลองมองย้อนกลับไป จะเห็นว่าเทรนด์ใส่ยีนส์กับผ้าไทย เคยเกิดขึ้นมาแล้วตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ตั้งแต่ประมาณปี 58 เริ่มจากบิวตี้บล็อกเกอร์รุ่นแรกๆ
คือ 2 เพื่อนซี้อย่าง “นินนิน-นันท์นภัส วงศ์โสภา” และ “แม่มด-รัตนาวลี นาคประกอบ” เจ้าของเพจดัง “Blacklist Secret” ที่เคยเริ่มเทรนด์นี้ ด้วยการใส่ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงมาแล้ว
แต่ด้วยความเป็นไปในยุคสมัยนั้น ก็ต้องยอมรับว่า กลับกลายเป็นถูกมองว่าเป็นเรื่องบ้าด้วยซ้ำ แต่พอไวรัลนี้หวนกลับมาในยุคนี้อีกครั้ง ผู้คนกลับหยิบโพสต์ของพวกเค้ามาแชร์อีกครั้ง จนกลายเป็นเสียงชื่นชมว่า คือผู้มาก่อนกาลตัวจริง
ส่วนถ้าจะให้พูดถึงเทรนด์ผ้าไทย ก็ต้องบอกว่าเกิดขึ้นเป็นระยะๆ โดยก่อนหน้านี้ไม่นาน เกิดขึ้นจากการตามรอยซีรีส์วายเรื่องดัง อย่าง “เขมจิราต้องรอด” ที่นำแสดงโดยคู่จิ้นดังอย่าง “เก่ง-น้ำปิง”
ซีรีส์ที่หยิบยกความเชื่อทางไสยศาสตร์ กับวัฒนธรรมไทยมาเล่า พร้อมกับผสมผสานแนวการแต่งตัวแบบห่มสไบเฉียงออกมา ให้คนดูรู้สึกเก๋จนลุกขึ้นมาแต่งตามรอยกันเพียบ
ผลักให้ได้เห็นภาพวัยรุ่นยุคใหม่ ใส่ผ้าไทยไปดูคอนเสิร์ต หรือแม้แต่ร่วมงานอีเวนต์กันจนเต็มฮอลล์ไปหมด
จนกระทั่งล่าสุด หมุนมาถึงคิวซิงเกิลจากกระแต ที่ทำเอาชุดไทยแนวห่มสไบใส่ยีส์กลับมาฟีเวอร์สุดๆ ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่า ดีใจจนน้ำตาไหล ที่ได้เห็นคลิปชาเลนจ์ฮอตฮิตขนาดนี้
โดยตอนนี้มีคนเข้าไปเล่นเกือบหมื่นคลิปแล้ว และเธอก็เข้าไปซัพพอร์ตตลอด ด้วยการไลก์ คอมเมนต์ แล้วก็รีโพสต์ให้เกือบทุกคน
ทั้งนี้ กระแตได้พูดถึงที่มาที่ไปของเพลง “Bangkok City” แรงผลักสำคัญที่ก่อให้เกิดเทรนด์แฟชั่นไวรัลครั้งนี้ไว้ว่า
เธอได้โปรดิวเซอร์ระดับโลก อย่าง “Mohombi (โมฮอมบิ)” มาเป็นหัวเรือ การันตีฝีมือด้วยรางวัลแกรมมี่อวอร์ดถึง 2 สมัย คนเดียวกับที่ทำเพลงให้ “บียอนเซ่” และ “เจนนิเฟอร์ โลเปซ”
และถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้บทเพลงของเธอ รวมถึงเทรนด์นี้ มีส่วนช่วยกันผลักดันให้ผ้าไทย หรือแม้แต่การท่องเที่ยวไทย ได้กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ในวงกว้าง จนคนทั่วโลกได้เห็นความสวยงามของบ้านเมืองเรา ให้ไทยแลนด์ถูกมองเห็นว่าเป็นแดนมหัศจรรย์เพิ่มขึ้นอีกเยอะๆ เลย
“ดีใจมาก ที่ทุกคนพากันใส่ เป็นชาเลนจ์ ที่เข้าไปดู แล้วภูมิใจ เราตั้งใจ ทำด้วยหัวใจจริงๆ ด้วยความรัก และความภูมิใจ ในความเป็นไทย
คำว่า ซอฟต์พาวเวอร์ มันไม่ใช่แค่คำสวยๆ แต่มันเกิดจากการรัก ในความเป็นไทยของเราจริงๆ
ฝากถึงพลังโซเชียลฯ บ้านเรา อยากให้ผลักดันเพลงนี้ ให้มันแมส ให้ไปดังไกล ระดับโลกไปเลย ให้ฝรั่งได้เห็นความสวยงามของบ้านเมืองเรา
อยากให้ชาวต่างชาติทั่วโลก ได้เห็น ความสวยงามของไทยแลนด์ แดนมหัศจรรย์ ของบ้านเมืองเรา ผ่านเพลง Bangkok City”
เรื่อง : ทีมข่าว MGR Live
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **


