เจาะปรากฏการณ์ “คลิปเตาผิง” คลิปง่ายๆ แต่สร้างรายได้ 98 ล้าน!! เทียบคอนเทนต์สายชิลอีกเพียบ ที่สร้าง Passive Income ทะลุหลักล้าน กับวิธีไปให้ถึงฝัน บอกเลยว่าพอจะมีทางอยู่ แต่ถ้าใครโม้ว่าทำง่าย บอกเลยว่า “โกหก!!”
** คลิปง่ายๆ รายได้ “หลักล้าน”!! **
ทั้งช่องมีคลิปเดียว แต่กลับสร้างรายได้หลักหลายล้านบาท นี่คือเคสของคลิป “Fireplace 10 hours in full HD”คลิปเตาผิงความยาว 10 ชั่วโมง จากช่อง “Fireplace 10 hours” ช่อง YouTube
โดยตลอด “9 ปี” ที่ผ่านมา ทั้งช่องก็ยังมีเพียง “คลิปเดียว”แต่กลับมียอดวิวถึง “158 ล้านวิว”ซึ่งคลิปนี้เป็นเพียงภาพแนวมินิมอล ตั้งกล้องแช่ให้เห็นเตาผิง พร้อมเสียงไฟที่กำลังเผาไหม้แบบได้ยินชัดเจน
เป็นคลิปแนว “ASMR” หรือ “White Noise” หมายถึงคลิปเสียงที่สร้างมาเพื่อให้คนฟังรู้สึก “ผ่อนคลาย”โดยจะนิยมเปิดฟังกัน “ตอนนอน” “ระหว่างทำงาน”หรือ “ทำสมาธิ”
จากข้อมูลของ “Social Blade” เว็บไซต์ที่รวบรวมสถิติการเติบโตและรายได้ ของบรรดาคนทำคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ คำนวณเอาไว้ว่า ช่อง “Fireplace 10 hours”เจ้าของคลิปเตาผิงตัวนี้น่าจะทำรายได้จากโฆษณาไปแล้วกว่า “98 ล้านบาท” ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา
{“Fireplace 10 hours” คลิปเดียว รายได้ 90 ล้าน+}
ถึงแม้จะเป็น “การคาดการณ์” แต่ยอดรายได้ตรงนี้นี่แหละ ที่ทำให้ผู้คนฮือฮา เพราะไม่อยากจะเชื่อว่า แค่คลิปคลิปเดียว จะกลายเป็น Passive Income ที่สร้างเงินให้เจ้าของช่องได้มากมายขนาดนี้
เมื่อลองหาเคสอื่นๆ มาเทียบเคียง จะพบว่ามีอีกหลายเคสที่คล้ายคลึงกัน เริ่มจากช่อง “Ambient Renders” ที่ทำคลิปเสียงบรรยากาศ ฝนตก ฟ้าร้อง ให้เราฟังกันเพลินๆ
รายนี้มีผู้ติดตามอยู่ที่ 3 แสนคน แต่ยอดวิวแต่ละคลิปก็สูงมากเหมือนกัน คือแตะๆ “2-10 ล้านวิว” ซึ่งทางเว็บไซต์ “Social Blade” เคยประมาณ “รายได้”ของช่องนี้เอาไว้ว่า อยู่ที่ราวๆ “1.3 แสนบาท - 2 ล้านบาทต่อปี” เลยทีเดียว
{“Ambient Renders” เฉลี่ย “1.3 แสน - 2ล้านบาทต่อปี”}
อีกช่องที่สร้างรายได้บนโลกออนไลน์อย่างน่าจับตามอง คือช่อง “Lofi Girl” บน YouTube ที่โด่งดังจากการสร้างเพลงแนว“ฮิปฮอปโลไฟ (Lo-fi Hip Hop)” เน้นฟังเพลิน
เปิดเพลงชิลชิลให้ฟังกันยาวๆ พร้อมกับสตรีมเพลงสดๆ ตลอด 24 ชั่วโมง มีแอนิเมชันเด็กผู้หญิงสไตล์ญี่ปุ่น มานั่งฟังเพลงในอิริยาบถต่างๆ เป็นภาพพื้นหลัง
โดยช่องนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 58 มีผู้ติดตามกว่า “15.6 ล้านคน” ส่วนเรื่องรายได้นั้น คาดการณ์ไว้ว่า เจ้าของช่องน่าจะโกยไปได้ถึง “2.6 - 40 ล้านบาทต่อปี”เลยทีเดียว
{“Lofi Girl” ช่องเพลงชิล แต่รายได้ไม่ชิล}
สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธีสร้างรายได้บนโลกออนไลน์แบบเสือนอนกิน หรือที่เรียกกันว่า “Passive Income” ยอดเงินที่ไหลเข้ามาจากการทำคอนเทนต์ทิ้งเอาไว้ นอกจากการสร้างคลิปลงบน YouTube แล้ว ยังมีเคสที่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ อย่างการ “ขายภาพสต็อก (Stock Photo)”อยู่ด้วย
ยกตัวอย่าง 1 ในเคสที่โด่งดังที่สุดคือ “ยูริ อาร์เคอร์ส (Yuri Arcurs)” ช่างภาพสต็อกชาวเดนมาร์ก ที่ภาพของเขาขึ้นชื่อว่า “ขายดีที่สุดในโลก”จากหลายแพลตฟอร์ม และได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน
โดยในช่วงเวลาที่ผลงานของเขาอยู่ในจุดพีค ช่วงปี 56 ภาพของเขาที่อัปโหลดไว้บนเว็บไซต์ “www.istockphoto.com”เว็บผู้ให้บริการขายภาพสต็อกออนไลน์ จากแค่เพียงเว็บเดียว ถูกดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 1.5 ล้านครั้ง
ประมาณการณ์กันเอาไว้ว่า ช่างภาพสต๊อกชื่อดังรายนี้ น่าจะสร้างรายได้จากการขายภาพได้ถึง “3 ล้านดอลลาร์ต่อปี” หรือคิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ “93 ล้านบาทต่อปี”เลยทีเดียว
{ยูริ อาร์เคอร์ส (Yuri Arcurs)}
** “Passion” นำ แล้ว “Passive Income” จะมา **
เรื่องการสร้าง “Passive Income” บนโลกออนไลน์ จริงๆ แล้วทุกวันนี้ มีคนแชร์หนทางทำเงินเอาไว้มากมาย และส่วนมากจะล่อซื้อด้วยคำว่า “ทำง่าย และรายได้สูง” ทั้งที่พอลงมือทำจริง จะรู้ว่า “ยาก”กว่าคำโฆษณาหลายเท่า
อย่างที่กูรูด้านการเงินชื่อดัง อย่าง "หนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์”จากเพจ “Money Coach”บอกกับทีมข่าวไว้ตรงๆ แบบไม่ขายฝันเลยว่า...
“พูดในฐานะที่มีลูกศิษย์อยู่ในทุกกลุ่มเลยนะครับ ยากครับ บอกเลยครับ ถ้าใครบอกว่าง่าย มันคือโกหกครับ”
“ถ้าเป็นคลิปทั่วๆ ไป ที่อาจจะไม่ได้มีประโยชน์อะไรเนี่ย มันก็ไม่มีคนมาดูซ้ำหรอกครับ เพราะฉะนั้น โจทย์สำคัญก็คือการสร้าง value ก่อน อันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ถ้าใครจะสร้าง Passive Income ผ่านทางช่องทางออนไลน์ สิ่งที่คุณจะต้องมีก็คือ value หรือคุณค่า”
ถามว่า “สร้างคุณค่า (value)”ให้กับสินค้าบนโลกออนไลน์ ต้องทำยังไง? ถ้าให้อธิบายแบบสรุปรวบยอดก็คือ ทำให้สินค้านั้นๆ ตอบโจทย์คนดูหรือลูกค้า
เช่น ดูคลิปนี้แล้ว ได้ความรู้เพิ่มขึ้น ได้ความบันเทิง สามารถทำให้เขาเก่งขึ้น หรือใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นยังไงบ้าง
{“หนุ่ม-จักรพงษ์” กูรูด้านการเงิน}
ต่อมาคือเรื่องของ “ฝีมือ” ที่ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพราะบนโลกออนไลน์ “คู่แข่ง” เยอะมาก ดังนั้น การจะกระโดดมาสร้างรายได้จากตรงนี้ ก็ต้องมีฝีมือระดับนึง
เช่น ถ้าเลือก “ขายภาพสต็อก” ก็ต้องมีรูปที่สวยพอ หรือมีสไตล์ที่โดดเด่นชัดเจน เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้คนให้กดดาวน์โหลดไปใช้ได้
หรือถ้าจะทำ “คลิปปักตะกร้า (Affiliate Marketers)” หรือการทำคลิปโฆษณา รีวิวสินค้าลงบนโซเชียลฯ แล้วแปะลิงก์ให้คนดูตามไปซื้อ
คนสร้างคอนเทนต์ก็ต้องมีทักษะเรื่องการพูด มีวิธีนำเสนอ รวมถึงการตัดต่อที่น่าสนใจ ต้องทำให้คนที่ดูแล้ว อยากกดลิงก์เข้าไปซื้อของเพื่อสร้างรายได้
และสิ่งสุดท้าย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ความอดทน” อาจต้องถามตัวเองว่า คุณจะอดทนได้นานแค่ไหน ที่จะทำคอนเทนต์ตรงนี้ไปเรื่อยๆ โดย “ไม่ได้เงิน”
เพราะของพวกนี้ใช้เวลานาน กว่าจะสร้างรายได้ได้ อย่างอาชีพ“ขายภาพสต็อก”ช่างภาพคนนึงอาจต้องมีภาพในสต็อกเกิน 1,000 รูป มันถึงจะเริ่มได้เงินเข้ามาบ้าง
หรือแม้แต่คนทำคอนเทนต์แนวแปะลิงก์ให้ตามไปซื้อ กูรูรายเดิมก็ยกตัวอย่างคนใกล้ตัวเอาไว้เลยว่า ทำคลิปปักตะกร้าแนะนำนิยาย ก็ต้องใช้เวลาหลักหลายเดือน ถึงหลักปี จนคลิปในช่องมีกว่า 100 คลิป ถึงจะเริ่มเห็นรายได้ จากการที่ผู้ชมเข้าไปซื้อนิยาย
วิธีสร้าง Passive Income นอกเหนือไปจากนั้น ก็คือการเป็น “Content Creator” สร้างคอนเทนต์บนโซเชียลฯ แลกยอดวิว-ยอดแชร์ ที่อาจผันเป็นรายได้ได้ในอนาคต
“การเขียนนิยายออนไลน์” ให้คนไปตามซื้อ ตามอ่านบนแพลตฟอร์มต่างๆ หรือแม้แต่ “การสร้างคอร์สเรียนออนไลน์” โดยอนุญาตให้เฉพาะคนที่สมัครสมาชิก มีสิทธิ์ได้เข้าไปดู
ย้ำชัดว่า คนที่จะสร้าง Passive Income บนโลกออนไลน์ และทำเงินได้เยอะจริงๆ ส่วนใหญ่คือคนที่มี “Passion” ในสิ่งนั้นๆ อย่างแรงกล้าอยู่แล้ว
ยกตัวอย่าง คนที่ขายภาพสต็อก คนพวกนี้ส่วนใหญ่คือ กลุ่มคนที่ชอบถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ หรือคนที่ทำคลิปแนะนำนิยาย ก็เป็นเหล่านักอ่านตัวยงอยู่แล้ว
ดังนั้น คนที่จะกระโดดเข้ามาทำอะไรพวกนี้ ต้องหาความชอบของตัวเองให้เจอก่อน เพราะมันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรา “อดทน” ทำมันได้นานพอ แม้ไม่ได้เงินเลยสักบาทเดียว
และอยากให้มองว่า คลิปที่เราสร้าง ภาพที่เขาถ่าย ก็เป็นเหมือน “การเก็บทรัพย์สิน” พอเราสะสมมันได้มากๆ เข้า วันนึงมันจะสร้างรายได้ให้เราเอง
“ถ้าเป็นคนที่มาทำอะไร แล้วมาตั้งคำถามว่า ทำกี่ปี แล้วจะได้เงินเท่าไหร่ อย่างนี้มันอาจจะกะเกณฑ์อะไรอย่างนั้นไม่ได้เลย แต่ว่าคนที่มองตรงนี้เป็นงาน แล้วค่อยๆ สะสมทรัพย์สิน แล้ววันนึงทรัพย์สินมันจะทำเงินให้
เพราะคำว่า Passive Income มาจากคำว่า รายได้จากทรัพย์สิน คุณต้องมีทรัพย์สินให้มากพอก่อน มันถึงจะสร้างรายได้ให้คุณ สำหรับไอ้พวกงานพวกนี้น่ะ”
“ถ้าคุณเข้ามาทำอะไรพวกนี้ แล้วมองแค่เงินอย่างเดียว คิดว่าน่าจะโตไปได้ระดับนึง คุณจะไม่อยากทำ หรือว่าทำไปได้สักพัก แล้วไม่ได้เงิน คุณก็จะเลิก”
สกู๊ป : ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณข้อมูล : socialblade.com , socialcounts.org
ขอบคุณภาพ : Facebook “Money Coach”
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **


