เซียนพระหญิงรุ่นใหม่ ทำคอนเทนต์จนปัง กลายเป็นไวรัล เปลี่ยนภาพจำวงการพระ ในแบบฉบับความน่ารัก พร้อมเปิดมุมมอง ส่องพระทะลุหัวใจคน กับประสบการณ์เหลือเชื่อ เตรียมไลฟ์สด บุกตลาดจีน
“เหรียญโชคดี” ดึงเข้าสู่วงการ
“อยู่วงการพระ บอกเลยว่านอกจากความรู้ในการดูพระแล้ว ต้องอาศัยความรู้ในการดูคนเยอะมาก”
“ไดอาน่า-อริส สารีวงษ์” เซียนพระหญิงรุ่นใหม่ วัย25ปี ที่กำลังโด่งดังเป็นที่จับตาในวงการพระเครื่อง จนได้ฉายาว่า “นางฟ้าพระเครื่อง” และเป็นที่รู้จักในฐานะเซียนพระหญิงคนแรกในสาย “หลวงพ่อเกษม เขมโก”
แม้จะเรียนจบดีกรีรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ด้วยความรักความชอบในพระเครื่อง พยายามศึกษาหาข้อมูล ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับพระเครื่องใน TikTok @diana.arisss จนมีผู้ติดตาม 9 แสนกว่าคน
และกลายเป็นไวรัลหลายคลิป เพราะการพูดจาฉะฉาน บวกกับความน่ารักในแบบฉบับของเธอ ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับพระแต่ละองค์เหมือนเชี่ยวชาญมานาน ทั้งที่เป็นเซียนมาได้แค่ประมาณ 4 ปี จนได้รับความเชื่อมั่นจากลูกศิษย์สายหลวงพ่อเกษม
ทำคอนเทนต์จนปังจนฮอตขนาดที่ว่า กลายเป็นแรงบันดาลใจและต้นแบบให้กับการสร้างคาแรกเตอร์ “เซียนหมวย” ที่รับบทโดย “อ๊ะอาย-กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ” หรือ “อ๊ะอาย4EVE” ในหนังเรื่อง “The Stoneพระแท้คนเก๊” เป็นผลงานกำกับหนังเรื่องแรกในชีวิตของ “เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ” ที่นำเสนอตีแผ่วงการพระเครื่องไทย
จากจุดเริ่มต้นที่สนใจพระเครื่อง เพราะอยากหาทางเปลี่ยนชีวิต จนกระทั่งเริ่มซื้อ-ขายพระเครื่อง และได้รับโอกาสเข้าสู่วงการอย่างเต็มตัว จาก “เฮียแจ๊ค ศรีรองเมือง”ซึ่งเป็นเซียนพระชื่อดัง ในสายหลวงพ่อเกษม เขมโก
“จุดเริ่มต้นจริงๆ ก็คือการเจอกับเจ้าของร้านนี้ เฮียแจ๊คค่ะ ตอนนั้นในช่วงวัยของได เป็นวัยรุ่น แล้วก็มันมีกระแสนิยมหนึ่งเกิดขึ้นในโลก เหมือนเป็นเรื่องสายมู ตอนนั้นเราทำธุรกิจเกี่ยวกับร้านขนมค่ะ อยากค้าขายดี ก็ไปไหว้พระขอพร แบบว่าเป็นสายมูนั่นแหละ
แต่ทีนี้มันเริ่มศึกษาเกี่ยวกับเรื่องสายมู เรื่องเกี่ยวกับของมงคล ของศักดิ์สิทธิ์ไปเรื่อยๆ แล้วก็ไปเจอกับเหรียญเหรียญนึง เห็นแล้วชอบมาก ชื่อว่าเหรียญโชคดี เหรียญโชคดีไม่ได้มีรูปทรงเป็นพระเลยค่ะ แต่เขาเรียกว่าเป็นเหมือนเครื่องรางแล้วกัน ที่ผ่านการปลุกเสก เราก็เลยรู้สึกว่าอยากมีจังเลย เผื่อเราจะขายดีบ้าง อันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการที่เราลองศึกษาดู”
เหรียญโชคดี คือจุดเริ่มต้น ในเส้นทางเซียนพระ เพียงแค่อยากมูให้ตัวเองไปขายขนมดี แต่ก็ไม่คิดว่าวันนึง จากเดินเข้าสู่วงการพระแบบเต็มตัว จนสามารถเปิดบริษัทเป็นของตัวเองได้
“เราเช่าไปเหรียญละหลักพันปลายๆ อาจจะ 6,000 - 8,000 บาท เช่าไปหลายเหรียญหน่อย แล้วก็วันที่เอามาปล่อย มาปล่อยได้ประมาณเหรียญละหมื่น ตรงนั้นก็เลยเป็นจุดที่ อ้าว…ทำไมถึงมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาเฉยเลย ในระยะประมาณปี 2 ปี
แล้วก็ได้มีโอกาสคุยกับเฮียแจ๊ค เฮียก็เลยถามว่า ทำไมถึงมาเช่าพระ เป็นวัยรุ่นด้วย แล้วก็มีประโยคนึงที่เฮียบอกว่า เฮ้ย..ทำไมไม่ลองมาศึกษาจริงจัง ทำไมไม่มาเล่นพระดูล่ะ แกก็เป็นคนที่ให้โอกาสเด็กค่อนข้างเยอะค่ะ
ในสายหลวงพ่อเกษม ก็จะมีทั้งได แล้วก็จะมีรุ่นเพื่อนๆ อีกเยอะมาก ที่แบบว่าเป็นวัยรุ่นแล้วก็มาเล่นพระ เพราะว่าเฮียให้โอกาส เกิดการซื้อขายหมุนเวียนแลกเปลี่ยน ทำให้สายกลับมาคึกคัก”
แม้ตอนแรก เหรียญโชคดีที่เธอมูมา จะไม่ได้เชื่อแบบเต็ม 100% แต่เธอก็มองว่า ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะตอนนั้นก็พอมีเงินเช่าอยู่บ้าง
“ถ้าถามว่าเชื่อบริสุทธิ์ใจเลยไหม ก็อาจจะไม่ เนื่องจากว่าเป็นคนยุคใหม่ด้วย บางอย่างที่มันพิสูจน์ไม่ได้ เราก็ไม่ได้เชื่อเต็ม1 00%
ถึงเราไม่ได้เชื่อเต็ม 100% ก็ตาม แต่การมีสิ่งๆ นี้อยู่ มันรู้สึกหนุนกำลังใจ(supportive) ก็โอเค ไม่ได้เสียหาย”
ตอนนี้เธอประจำอยู่ที่ร้าน “แจ๊ค ศรีรองเมือง”ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ชั้น3 และมีเปิดเช่าขายออนไลน์ ด้วยการไลฟ์สดเช่าพระ บางคืนมีคนยอมปิดหลักหมื่นหลักแสน ทั้งที่เห็นแค่ในไลฟ์สดจากเธอ
ส่องพระเครื่องทะลุคนเก๊
แม้หลายคนจะมองว่า สิ่งที่เรียนจบมาทางด้านรัฐศาสตร์ จะแตกต่างกับสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ตอนนี้ ซึ่งเธอเองก็มองว่าต่างกันมาก แต่จุดที่สามารถเชื่อมกันได้ก็คือ การส่องพระเครื่อง ที่เหมือนต้องส่องใจผู้คน เพื่อดูว่ามีอะไรที่เก๊บ้าง ทั้งพระและคน
“ต่างกันมาก ไดจบมานุษยวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งความคาดหวังของครอบครัวเพื่อนฝูง ก็จะเป็นการสอบรับราชการ ซึ่งทุกคนก็อึ้ง แม่ก็อึ้ง กลับบ้านไปล่าสุดทุกคนก็ไม่อยากจะเชื่อ(หัวเราะ) ก็แตกต่างกันค่ะ
แต่ส่วนตัวก็รู้สึกว่าก็มีจุดเหมือนกัน ไดเรียนมานุษยวิทยา รู้สึกว่ามันเป็นการศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์ เรียนเกี่ยวกับคน เรียนเกี่ยวกับจิตวิทยา เพราะงั้นวันนึงมาอยู่วงการพระ บอกเลยว่านอกจากความรู้ในการดูพระแล้ว ต้องอาศัยความรู้ในการดูคนเยอะมาก
บางคนพระขโมยมาก็มี มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น บางคนพระไม่แท้ แต่พยายามเอามาอัดเรา มายิงเรา มาเช็กว่ามันแท้ไม่แท้ เรื่องราวมันเยอะ ไดมองว่ามานุษยวิทยาเป็นอีกหนึ่งศาสตร์ ที่ทำให้เราสามารถมองคน แล้วก็วิเคราะห์คนได้ ก็รู้สึกว่ามีส่วนที่คล้ายกันเล็กน้อยค่ะ แสดงว่าเวลาคนมาขาย เราไม่ได้มองแค่พระ ดูคนไปด้วย
ล่าสุดก็มีเอาพระมาปล่อย เฉพาะพระเลี่ยม น่าจะประมาณ 60,000 - 70,000 บาท แต่เอามาปล่อยในราคาเปิด 5,000 บาท ต่อให้ลด 3,000 บาท
มันก็แปลกแล้วหนึ่ง เพราะว่าอย่างน้อยถ้าเราเป็นเจ้าของ เราก็น่าจะต้องพอรู้คร่าวๆ ว่าทองแบบนี้ มันเลี่ยมมานาน มันน่าจะแพงแล้วนะ
แต่ว่าการรีบร้อน ร้อนรน แล้วก็อีกอย่างไม่ได้คุ้นเคยกับพระ ไม่ได้คุ้นเคยกับกรอบ บางอย่างเราก็อาจจะไม่ได้รับ ต้องดูคนด้วยค่ะ”
สิ่งที่ทำให้เธอสามารถป้องกันตัว ในการไม่โดนข้อหารับซื้อของโจร ก็คือการตั้งกล้องถ่ายไว้ เพื่อป้องกันตัวเอง เพราะถ้าวันนึงเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นมา จะได้มีหลักฐาน
“มันมีความอันตรายในสายอาชีพอยู่เริ่มต้นเลยจากที่เราไม่เคยรู้เราก็จะเริ่มตั้งกล้องค่ะ ถือว่าเป็นหลักฐานทางกฎหมายที่เราสามารถบอกว่าเราซื้อตามสุจริตนะ ว่าเรารับซื้อตีราคาตามตลาดนะ
เราไม่ได้หลอกซื้อเขามา ก็จะตั้งกล้องไว้ตลอด พอตั้งกล้องไว้ปุ๊บ บางอย่างกลายเป็นคอนเทนต์เฉยเลย เพราะว่ามันมีเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้น ซึ่งวันนึงเวลาที่นัดกับใคร ไดจะถ่ายไว้ตลอด เพื่อปกป้องตัวเองด้วยค่ะ”
เธอเล่าถึงเคสบทเรียน สมัยที่เพิ่งเข้าสู่วงการนี้ ที่นอกจากจะได้ส่องพระแล้ว ยังได้รู้จักนิสัยใจคอของคนมากขึ้น ว่าไม่ควรไว้ใจใครง่ายๆ
“เคสเป็นบทเรียน แบบเจอคนไม่ดี เคยมีเคสนึง สมัยที่เรายังละอ่อน ละอ่อนนี่หมายถึงว่า เรายังเด็กกับวงการนี้มากๆ
ตอนนั้นใหม่ๆ เลย เป็นเรื่องราวของคนที่รู้สึกว่า เจ็บใจที่สุดเลย มีคนนึงมาติดต่อเช่าพระ ติดต่อเช่าเหรียญโชคดีของไดเนี่ยแหละ ก็ตกลงราคาคุยอะไรกันไว้แล้ว แต่เขาบอกว่าเดี๋ยวขอนัดรับ
เขาก็เลยถ่ายรูปพระเขาส่งมา ว่าเขามีพระเยอะมาก เอ็นดูเรา ถ้านัดรับเดี๋ยวเอาพระองค์นี้ไปให้ ซึ่งพระก็ไม่ได้ถูกๆ เดี๋ยวเอาอันนี้ติดไปให้ดูติดไปให้ส่อง
เราก็ด้วยความที่อุ้ย..ดีใจ ที่มีลูกค้าเอ็นดู เห็นว่าเราเป็นเด็กว่าศึกษาพระ มาเล่นพระ
สรุปไปก็เหมือนว่าเขามากวนเราเฉยๆ ไม่มีตัวตนจริง เขาก็ไม่ได้มา เราก็เสียเวลา แล้วก็รู้สึกว่าเออ..อะไรที่มันดีเกิน บางทีมันไม่มีอยู่หรอก แล้วคำว่าอะไรที่มันดีเกินมันไม่มีอยู่จริง เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับวงการพระ
ตอนนั้นมันตลกมาก คือเราไปถึงแล้ว เขาก็จะพิมพ์กวนๆ มาบอกเราว่า เชื่อด้วยเหรอ(หัวเราะ) เราก็รู้สึกว่า เออคนเราแค่อยากให้คนอื่นเสียเวลา มันมีจริงๆ นะ”
อีกเคสที่รู้สึกเจ็บใจที่สุด เนื่องจากเริ่มต้นเล่นพระ ด้วยเงินเก็บ เพียง 5,000 บาท จากการขายขนมกับแฟน แต่ด้วยความที่ไม่ทันระวัง บทเรียนความโลภ ก็ดันไปหลงกล เจอกับพระเก๊เข้าจนได้
“ไดไปที่สนามพระ SC Plaza สายใต้ 6-7 โมงเช้า เดินดู เดินส่อง เหรียญนี้เคยเจอแล้วในตู้เฮีย ขายอยู่ประมาณ 7,000 - 8,000 บาท มีเงินเหลืออยู่ประมาณ 5,500 - 6,000 บาท ซื้อ 5,000 บาท
แล้วก็เดินกลับมาที่ตู้ มีพี่คนหนึ่งชื่อ'พี่เนม ลำปาง'เป็นเซียนพระสายเราเหมือนกัน เขาก็มาดูให้ สรุปไม่แท้
ตอนนั้นน่าจะเหลือตังค์อยู่ประมาณไม่กี่ร้อย ช็อตนั้นเป็นช็อตที่เจ็บสุดในชีวิต เพราะว่าโดนเก๊ และโลภด้วย”
รับน้องโหด “ล่อซื้อ-ลองภูมิ”
เธอบอกถึงวิธีเบสิก ในการเช็กให้ไม่โดนล่อซื้อ คือให้ลูกค้าถ่ายรูปพระ คู่บัตรประชาชน ส่วนกฎเกณฑ์ในการซื้อก็ไม่มีใครมากำหนดชัดเจน แต่ส่วนมากไม่ควรต่ำกว่า 50% ราคาที่เรารับซื้อ
“หนูมองว่ามันไม่มีใครกำหนดไว้ชัดเจน แต่ส่วนมากไม่ควรต่ำกว่า 50% ราคาที่เรารับซื้อ สมมติว่าพระเล่นกันแสนนึง รับมาต่ำกว่า 50,000 บาท บางทีมันก็จะเริ่มแปลกๆ แล้ว
สมมติว่าสิ้นปีเงียบมาก เราก็จะต้องคุยกับเขาให้ชัดเจนเลยว่าช่วงนี้เงียบนะ เราขายได้อาจจะไม่ถึงแสน อาจจะขายได้สัก 70,000 ขอซื้อสัก 50,000 บาท ได้ไหม มันต้องไม่น่าเกลียดเกิน ถ้าแสนนึง ซื้อ 5,000 บาท อันนี้คุยไม่ได้แล้ว อันนี้คือแปลกแล้ว”
แม้จะโชคดีที่เมื่อก้าวเข้าสู่วงการพระเครื่อง ก็เป็นที่รู้จักในทันที เพราะทำคอนเทนต์ใน TikTok ก็ปังเลย มีคนดูหลักล้านวิวในทันที ซึ่งตอนนั้นเธอก็ยังทำควบคู่ไปกับการขายขนมคอนเฟลก
แต่ด้วยความพอเป็นที่รู้จักเร็ว แต่ยังไม่มีความชำนาญมากพอ ทำให้เซียนพระหลายคนอยากลองภูมิ เซียนพระหญิงรุ่นใหม่คนนี้ ว่าจะเจ๋งแค่ไหน ทำให้ตอนนั้นเรียกได้ว่าโดนรับน้องอยากหนัก เธอทั้งเครียด ทั้งร้องไห้
“คลิปแรกก็ปังแล้วค่ะ คลิปแรกก็มีคนดูเป็นล้าน เราดันทำคอนเทนต์ แล้วมันดันดัง แล้วก็ปัง คนมาดูเยอะ และเวลาไปเดินสนามพระไปที่ไหนคนก็จะเนี่ยเซียนพระ เอามาแกล้ง เอามาหยอกเล่น ว่าดูเป็นจริงหรือเปล่า ซึ่งตอนนั้นเป็นจุดที่เครียดมาก แล้วก็กดดัน เพราะว่าเก่งไม่ทันค่ะ
ถ้าวันนึงเราพลาด กลัวว่ามันจะเสียไปถึงเฮีย ก็เลยกลายเป็นความกดดันตรงนี้ พยายามปรับปรุงตัวเอง แล้วก็พยายามเรียน ฝึกหนักมาก เรียนไปเครียดไป เดินไปนี่ก็โดนคนแกล้ง เดินไปนี่ก็โดนคนหยอกเล่น
ซึ่งการที่เขาหยอกเล่น เขาก็อาจจะแค่เอ็นดูแหละ เห็นเด็กผู้หญิงมาเดินสนามพระ สนใจพระ เขาอาจจะรู้สึกว่ามันน่ารักดี เขาก็อยากหยอก แต่ว่าเราก็เครียดมากระดับนึง”
พอมาจนถึงวันนี้ เกือบ 4 ปีแล้ว ที่เธอโลดแล่นในวงการนี้ เธอก็เรียกตัวเองว่าเป็นเซียนพระเต็มที่ ที่ชำนาญการแล้ว
“เป็นเซียนแล้วค่ะ ทุกวันนี้ได้รับเกียรติให้เป็นกรรมการตัดสินในสายหลวงพ่อเกษม ทุกวันนี้มีความรับผิดชอบ อย่างแรกเบสิกที่สุดเราต้องดูพระแท้ แล้วก็เก๊เป็น แล้วก็ดูในเรื่องของการบิวต์ การตกแต่งพระ เสริมจมูก ทำผิว ตรงนี้เราก็ต้องดูให้ได้
การที่เราไปซ่อมแซมพระคือมันไม่เดิม เพราะว่าถ้ามันมีการตกแต่ง ศัลยกรรมทำผิว ถือว่าพระไม่เดิมแล้ว คนยุคนี้นิยมเล่นพระแท้ แล้วก็ผิวต้องเดิมด้วย เดิมคือตั้งแต่ 50-60 ปีก่อน
บางทีก็เช่ากันมา 10 กว่าองค์ได้ คุยกันไม่ถึง 5 นาที ซึ่งแบบว่าถ้าเราดูแล้วมันแท้ มันจบ คุยราคาอย่างเดียว”
บุกตลาดจีน มองเห็นช่องทางโกยเงิน
สำหรับอนาคตในวงการนี้ เธอกำลังเปิดบริษัทพระเครื่องแบบครบวงจร เป็นของตัวเอง ชื่อว่า “อริส อมูเลทส์(aris amulets)” ด้วยการเซ็ตระบบให้มีมาตรฐาน ฉบับเซียนพระคนรุ่นใหม่
มีทั้งการไลฟ์สดด้วยตัวเอง และมีทีมงานลูกน้องไลฟ์สดให้ด้วย เปิดเว็บไซต์ แล้วก็มี LINE OFFICIALให้คนได้ติดต่อเช่าหา ซึ่งตอนนี้ก็มีพระสะสมแทบจะทุกรูปแบบ กว่าพันองค์
“อยากทำบริษัทให้มาตรฐาน แล้วก็ครบวงจรในคำว่าพระเครื่อง แล้วก็วัตถุมงคลในประเทศไทย อยากที่จะขยายไปถึงในต่างประเทศ อย่างประเทศจีนบ้าง เพราะว่าจีน ก็สนใจพระเครื่องในประเทศไทยค่อนข้างเยอะ ก็อยากจะทำบริษัทให้เป็นมาตรฐาน ทั้งการรับเช็กพระ ปล่อยเช่าพระ รับเช่าพระ ทุกสิ่งทุกอย่างอยากทำได้ทั้งหมดเลย”
นอกจากขายให้คนไทยแล้ว เธอยังแพลนจะบุกไปที่ตลาดจีนด้วย เธอได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากในTikTokหลังจากที่ลงคลิปพูดกับลูกค้าชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นภาษาจีน ภาษาอังกฤษ แม้กระทั่งในประเทศเอง ก็ดูเหมือนจะพูดคุยรู้เรื่องได้ทุกภาคในไทย ไม่ว่าจะภาษาเหนือ ภาษาอีสาน หรือแม้กระทั่งภาษาใต้
“คนจีนเล่นพระค่อนข้างเยอะ แต่ส่วนมากเขาพูดภาษาไทยได้ เขามาเช่าพระจากเราไป10,000บาท เขาจะไปขายที่จีนเท่าไหร่ก็ได้นะ หนูเคยเห็นเขาบอกว่า เช่าน้องไดไปหมื่นนึง เอาไปขายล้านนึง ซึ่งแค่ถ้าคุณมีลูกค้า คุณก็สามารถขายได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องจริง
ก็มีคนจีนมากมาย ที่เล็งเห็นช่องว่างทางภาษาตรงนี้ ที่มาเช่าหาพระกับเซียนสายตรงเก่งๆ เอาไปออกบัตรกับสมาคม แล้วก็ส่งขายจีนมีเยอะมากๆ หนูมองว่าถ้าเราไม่ศึกษาตรงนี้ เราตัดโอกาสตัวเองไปเยอะมากจริงๆ เพราะคนจีนเขาซื้อดี ซื้อแพง
คนที่เขาจะมาเช่า เพื่อเอาไปบูชาต่อ หรือเอาไปขายต่อ คนไทยก็มีระดับนึง แล้วก็ต่างชาติค่อนข้างเยอะ คนจีน คนสิงคโปร์ก็เยอะ ฮ่องกง มาเลเซียค่อนข้างเยอะค่ะ ในแถบเอเชีย เพราะเขาเชื่อวัตถุมงคลของไทย
หนูเคยคุยกับเขา เขาบอกว่าพระที่ไทยเนี่ยมีmagicเหมือนกับว่ามีปาฏิหาริย์ คนจีนพระที่บ้านเขา เขาบอกว่าไม่เห็นมีเลยแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ตัวลอย หายตัวได้ เหมือนไทยแลนด์ very good amazing เขาก็บอกอย่างนี้
ก็เลยรู้สึกว่าคนเอเชียมาเช่าพระเยอะค่ะ เราก็ต้องฝึกไว้ตลอด เพราะว่าเจอคนเยอะมากๆ แต่เจอคนจีนแถวนี้พูดไทยได้เกือบหมด
ภาษาอังกฤษไดพูดได้อยู่แล้ว เพราะอยู่จุฬาฯ เบสิกภาษาอังกฤษถ้าไม่ดีพอ ก็อยู่ไม่รอด แล้วก็มีโอกาสเจอลูกค้าเยอะ ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการพูดคุย แต่ช่วงนี้รู้สึกว่าคนจีนจะเยอะกว่าหน่อย ฝรั่งไม่ค่อยเยอะ แต่ฝรั่งจะใช้ภาษาอังกฤษ เอาไว้คุยกับฮ่องกง สิงคโปร์ประมาณนี้ค่ะ”
อยากไลฟ์สดให้ประเทศจีนได้ F สินค้า เพราะมองเห็นกำไรก้อนโตในตลาดจีน เพราะคนจีนเชื่อว่าในการทำธุรกิจ จะเก่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีความเฮงด้วย
“อยากจะไลฟ์สดไปประเทศจีนให้ได้ เพราะว่าคนจีนเขาซื้อดีจริงๆ พระบางอย่างหนูขายในไทยได้ 10,000 - 20,000 เอาไปขายจีน 60,000 - 70,000 เขาก็ยินดี เพราะว่าเขาแฮปปี้ คนจีนเขาเป็นประเทศที่เชื่อมากๆ ว่าจะเก่งไม่พอต้องเฮงด้วย คนจีนเดี๋ยวนี้เศรษฐีเยอะ
บางทีเช่าพระไป 10 ล้าน แค่เพื่อให้ตัวเองขายดี ให้ตัวเองแฮปปี้ก็มีเยอะค่ะ อยากบุกไปจีนให้ได้มากๆ อยากไลฟ์สดไปจีน แผนธุรกิจของได ก็จะมีแพลนที่เราวางไว้ 5 ปี 10 ปี ซึ่งในแผน5ปีเนี่ยค่ะ ยังไงก็จะต้องขายไปจีนให้ได้ แต่ภาษาจีนตอนนี้ ต่อราคาได้อย่างเดียวค่ะ ต้องเรียนเพิ่ม
ตลาดจีนตอนนี้ค่อนข้างเปิดนะ ค่อนข้างเสรี กำแพงทางภาษาสำคัญที่สุด อีกอย่างการที่จะไลฟ์สด TikTok จีนได้ ก็ต้องไปเปิดบัญชีที่ประเทศจีน แต่จริงๆ ก็มันไม่ได้ยากค่ะ แต่ส่วนตัวมองว่าการตลาดเขา กับการตลาดเราอาจจะไม่เหมือนกัน
อีกอย่างคือการแข่งขันของประเทศเขาคนเยอะมาก การแข่งขันสูง เพราะฉะนั้นต้องวางแผนดีๆ ตอนนี้ก็เลยทำแค่ในไทยก่อน ใครอยากเช่า ถ้าเป็นคนจีนก็ยินดีต้อนรับค่ะ เรามีเว็บไซต์ มี LINE OFFICIAL บางคนก็ Google translate คุยกันลูกค้าจีน”
สำหรับตลาดพระเครื่องในไทย เธอบอกว่า เงินหมุนเวียนในวงการตอนนี้ น่าจะอยู่ที่ประมาณหลักหมื่นล้าน ส่วนคำถามที่หลายคนสงสัย ว่าวงการนี้มีการฟอกเงินจริงไหม ในฐานะคนในวงการ เธอก็มองว่า ก็อาจจะมีบ้าง
“ก็น่าจะมีจริงๆ นะ หนูว่ามันก็คงเป็นช่องทางให้เขาสามารถมาทำอะไรอย่างนี้ได้ ก็คงมีเหมือนกัน เวลาคนพูดถึงวงการพระ เขาจะชอบพูดถึงว่า เอ้ย..ฟอกเงิน หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะว่าหนูไม่ได้ฟอก ไม่ทราบลงลึกในรายละเอียดเลย ถ้าจะพูดถึงเรื่องการฟอกเงินจริงๆ มีหลายวงการนะ ทำได้หลายอย่างค่ะ”
สนามแรก กับประสบการณ์เหลือเชื่อ
เซียนพระรุ่นใหม่คนนี้ เธอเล่าถึงประสบการณ์สนามแรก ที่ SC Plazaสายใต้ใหม่ เป็นสนามฝึกวิชา พร้อมกับให้คำแนะนำ วิธีสังเกตเบื้องต้นในการดูพระเก๊ พระแท้ สำหรับคนที่อยากเช่าพระ
“สนามแรกก็ต้องเป็น SC Plaza สายใต้ เป็นสนามที่กรุงเทพฯ ถือว่าเป็นสนามที่แทบจะใหญ่ที่สุดแล้ว ถ้าไม่นับพันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน เป็นสนามที่ตู้เซียนดังๆ ที่เขาประกัน หรือมีทั้งชาวบ้านที่เขาเรียกว่าโต๊ะแดงแผงจรยุทธ จะไม่มีการประกันใดๆ ทั้งสิ้น
คุณเช่าพระ แล้วคุณโดนเก๊ไป คุณเดินมาคืนไม่ได้นะคะ เพราะว่าไม่ได้ประกัน เขาเรียกว่าประกันแค่สุดสายตา เดินลับตาไปแล้วไม่ตัวประกันแล้ว นี่คือโต๊ะแดง เป็นสถานที่ฝึกวิชา
หนูจะชอบไปเดินช่วงที่ยังไม่เก่ง แล้วก็ไปโดนเก๊ที่นั่นแหละ เป็นสนามแรกในชีวิต ที่รู้สึกว่าน่ากลัวจังเลย แล้วก็จะชอบมีเหตุการณ์คนมาต่อยกัน เพราะว่าเช่าพระจากโต๊ะแดงแล้วพระไม่แท้ แล้วก็เอามาคืน โต๊ะแดงก็บอกว่าไม่ได้ประกันห่าเหวอะไร แล้วก็มาต่อยกัน ซึ่งมีเรื่องราวอย่างนั้นบ่อย หนูเคยเห็นเหตุการณ์อยู่
ร้านที่ได้มาตรฐานที่สุด จะต้องเป็นร้านลักษณะนี้ เช่น มีชื่อหน้าร้านแจ๊คศรีรองเมือง ร้านบอย ท่าพระจันทร์ แบบนี้จะเป็นร้านที่สมาคมเขาดูแล ถ้าวันนึงคุณเล่นพระไม่แท้ โดนผู้ใหญ่จัดการ”
และสิ่งที่ทำให้คนเชื่อถือถือได้มาจนทุกวันนี้ เธอบอกว่า ใช้กาลเวลาพิสูจน์อย่างเดียว เพราะถ้าใครที่โกงคนอื่น สุดท้ายก็จะโดนคัดออกไป
สิ่งสำคัญอีกอย่าง ที่สร้างเครดิตให้กับเธอได้ยาวนานคือ บริการหลังการขายที่ดีให้ลูกค้า ติดตามตลอดว่า สินค้าส่งถึงมือผู้เช่าหรือยัง หรือถ้ามีปัญหาอะไร จะมีทีมงานคอยตอบคำถาม ช่วยเหลืออยู่ตลอด
“เวลาอย่างเดียวเลยค่ะ กาลเวลามันพิสูจน์คนในวงการพระ คนที่โกงคนที่ทำไม่ดีใส่คนอื่น สุดท้ายมันก็โดนคัดกรองออกไปเอง ปากต่อปาก เพราะงั้นคือ 1.เราทำคอนเทนต์ 2.คือเราสร้างมาตรฐานขึ้นมา เซ็ตมาตรฐานของบริษัทขึ้นมาว่า ทำโครงสร้างทุกอย่างให้คนเขาน่าเชื่อถือ มีเงื่อนไขต่างๆ ให้เขาได้เห็น ได้อ่าน
การเช่าพระ การไลฟ์สดพระ ต้องให้เขาได้เห็น แพ็คให้เขาอย่างดี ตามของเวลาของส่งไม่ถึงมือ ต้องช่วยเขาดูแลเต็มที่ แล้วก็รับประกันตลอดชีพ สามารถขายคืนได้ เราอาจจะหักเปอร์เซ็นต์ เพราะว่าเราดูแลเขาเนาะ หรือถ้าผ่านกาลเวลาไปนาน พระราคาขึ้น ลูกค้าอยากขายคืนก็ย่อมได้”
ซื้อพระจากร้านนี้ สามารถขายคืนได้ตลอดชีพ เพราะเธอมีใบรับประกันให้กับทุกเคส ส่วนราคาซื้อขายก็อาจจะไม่ได้ราคาเท่าเดิม ราคาขึ้นลง อาจจะขึ้นอยู่กับตลาดในช่วงนั้น
“เรามีใบรับประกัน certificate of authenticity ที่เราจะเขียนรายละเอียดพระไว้ เขียนวันเช่า เขียนชื่อ เขียนราคาทุกอย่าง ตำหนิไว้ทั้งหมด เพื่อที่จะวันนึง ถ้าเขาเอามาขาย เขาต้องแนบใบนี้มาด้วย ถ้าไม่มีใบนี้เราก็ไม่รับคืน”
จากประสบการณ์ที่สะสมมาตลอด 4 ปี ทำให้เธอได้ค่อยๆ ขยับตัวเอง ไปเป็นหนึ่งในกรรมการตัดสินวงการพระเครื่อง สายหลวงพ่อเกษม เขมโก
“กาลเวลามันพิสูจน์คน พอเขาเห็นว่าเราดูมีความรู้มากขึ้น ชำนาญมากขึ้น มีคุณสมบัติค่ะ แต่คนที่เก่งมากๆ ที่ไม่ได้เป็นกรรมการ ก็มีเหมือนกัน บางคนไม่ได้อยากมาทำงานตรงนี้
ไม่ได้เงินค่ะ ได้ประสบการณ์ ได้เครดิต แล้วลูกค้าก็วางใจ ว่าเราเป็นกรรมการ เราตัดสินพระตลอด เขาก็ไว้วางใจให้เราดูแล”
นอกจากนี้ เธอยังเล่าถึงประสบการณ์ห้อยพระปรก แบบเหลือเชื่อ ที่เล่าไปก็อาจจะไม่มีใครเชื่อ ซึ่งเกิดขึ้นจริงกับตัวเธอ คือมีเหตุการณ์มือพอง จากการโดนที่ม้วนผมลวกมือ แต่พอหลังจากสวดมนต์ภายใน 1-2 ชั่วโมง แผลนั้นหายเองไปในทันที
“พระปรกที่ไดเคยมีประสบการณ์ เกิดเหตุที่ทุกวันนี้ก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ไปแก้บนมาแล้ว ตอนนั้นไปเที่ยว ออนเซ็น แอท ม่อนแจ่มมั้ง ม้วนผมกำลังจะไปถ่ายรูปสวยๆ เลย เผอิญไม่มีสติ นั่งดูวิวสวยเกิน มือไปจับแกนเหล็ก หนังหนูหลุดติดอันนั้นไปเลย เลือดก็ไหล นิ้วพอง
จะลงไปหาหมอตอนนั้นก็ไกลมากเลย โทรหาล็อบบี้ว่าพี่มียามีอะไรไหม ก็พอมีแค่ว่านหางจระเข้เอามาทา แล้วก็ได้ประมาณนึง แล้วก็นั่งสติแตก เครียด เซ็ง นอยมาก ไม่มีสติแล้ว แฟนก็งงว่าเป็นอะไรของมัน นั่งซึม
มีพระปรกหลวงพ่อเกษมอยู่องค์นึง เป็นรุ่นปี 3 กว่า รุ่นหลังๆ เนื้อทองคำไม่แพง หมื่นกว่าบาท ไดห้อยไป ตอนนั้นก็นั่งสวดมนต์ ด้วยอำนาจบุญบารมีของหลวงพ่อเกษมนะคะ ถ้าได้ให้ลูกทำมาหากิน นิ้วมันเห็นนะเวลาหนูไลฟ์สด ขอให้บุญบารมีของท่าน ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บนี้ ให้มันหายได้ไหม
ถ้ามันหายเดี๋ยวพรุ่งนี้หนูลงจากดอย หนูจะขับรถไปที่สุสานไตรลักษณ์ แล้วจะไปบริจาคน้ำแพ็คประมาณ20แพ็คนี่ล่ะมั้ง ก็บนไว้อย่างนั้น แล้วหนูเอานิ้วจุ่มน้ำ สวดมนตร์ของหนูก็ทำไป
มันก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นทันทีทันใด จอดทางลงดอย แวะกินข้าวนั่งตักส้มตำ แล้วก็จับเบียร์มา อุ๊ย..ทำไมไม่เจ็บมือแล้ว พูดแล้วก็ขนลุก ไม่มีแม้กระทั่งร่องรอยว่าบาดเจ็บมาก่อน ตอนนั้นก็ช็อกอยู่อย่างนั้นประมาณ 5 นาที 10 นาที
ทุกวันนี้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อ ประสบการณ์อาคมก็คงจะพูดได้เลย อึ้งเหมือนกันว่าไม่มีรอยอะไรเลย ทุกวันนี้ไม่มีแผลไม่มีอะไรเลยค่ะ สุดยอดมาก ศักดิ์สิทธิ์มาก”
ชีวิตรู้จัก “ให้” เพราะ “คุณพระช่วย”
เป็นอาชีพที่ทำแล้วสนุกมาก เพราะแต่ละวันมีเรื่องราวตื่นเต้นเข้ามาตลอด และสิ่งนึงที่เกิดขึ้นกับเธอ หลังจากเข้าวงการพระเครื่องคือ ให้อะไรกับเธอเยอะมาก นอกจากจะทำให้ให้ชีวิตดีขึ้นแล้ว ยังสามารถตอบแทนคืนสู่สังคมได้ด้วย
“ให้อะไรกับเราบ้าง อย่างแรกดูแลเรา แล้วก็ดูแลครอบครัวได้ อันนี้สำคัญที่สุดเลย แล้วก็อย่างถัดมารู้สึกว่า เราสามารถตอบแทนสังคมได้ ในแบบที่เราไม่เคยทำได้มาก่อน เมื่อก่อนแค่เอาตัวให้รอดก็ลำบากมากแล้ว
คนไม่มีมันก็จะเห็นแก่ตัว เพราะว่ามันจำเป็นไง ทะเลาะกับครอบครัวบ่อย แม่เดือดร้อนไม่มีตังค์ น้องก็จะต้องเรียน สอบธรรมดาก็ไม่ติด จะไปเรียนอินเตอร์ ทะเลาะกับครอบครัวมีปัญหาเยอะ
วันนึงที่เรามามีอาชีพจริงจัง ที่เราสามารถดูแลตัวเองได้ มันทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ดีขึ้นด้วย ดูแลแม่ได้ ดูแลน้องได้ ซัพพอร์ตครอบครัวโดยรวมได้ อันนี้สำคัญที่สุด
ไดรู้สึกว่าช่วยเหลือคนได้เยอะมาก อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ บางทีเขาถึงจุดว่าที่ไม่มีเงินแล้ว มันหวังพึ่งอะไรไม่ได้แล้ว ก็หวังพึ่งพระที่หิ้งของที่บ้าน พอสิ่งนี้มันเป็นความหวังสุดท้ายของเขา
มันมีเคสนึงที่หนูดีใจมาก เพราะว่าเขาขับรถมาจากเพชรบุรี กลัวมิจฉาชีพหลอก ไม่กล้าส่งพระมาทางไปรษณีย์ ก็เลยขับรถมาเองด้วยความหวัง พ่อเขาป่วยหนัก เขาก็เปิดรูปให้ดู เคยทำคอนเทนต์ลง
เขาเปิดรูปพ่อเขาให้ดูสายระโยงระยาง เขาบอกไม่มีตังค์ อันนี้เป็นความหวังสุดท้ายของเขา คือพระองค์นี้เป็นพระปิดตาหลวงพ่อเกษม เขาบอกว่าต้องใช้เงินอีกหลักหมื่น พระเขาแท้จริงๆ ซึ่งเราก็ดีใจกับเขา เพราะเขาดูหมดหวัง พี่ผมไม่มีเงินเหลือแล้ว เรารู้สึกว่าเหมือนพระช่วยเขาจริงๆ
เรารู้สึกว่าดีเนอะ อย่างน้อยเราสามารถช่วยเหลือเขาได้ แล้วเขาก็ได้ตังค์ วันนั้นเขาได้ตังค์กลับไปประมาณ 15,000 บาทนี่แหละค่ะ ซึ่งเขาบอกว่าดีใจมากๆ
เขาเอาพระเขามาขาย ได้เงิน 15,000 บาท เราก็ช่วยเขาไป จริงๆ จะรับซื้อประมาณ 10,000 บาท เพราะเราขายได้ประมาณ 12,000 - 13,000 บาท แต่เราก็ช่วยเขาไป 15,000 บาท สรุปคือเขาก็เอาไปจ่ายค่ารักษาพ่อเขาได้จริงๆ แต่ว่าสุดท้ายพ่อเขาก็เสีย ก็น่าสงสารมาก แต่บางทีก็รู้สึกว่า พระบางทีก็เป็นความหวังของใครสักคน อาจจะเป็นหวังสุดท้ายแล้ว ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นค่อนข้างเยอะ
คนที่จะเอาพระมาขายจริงๆถ้าเขาไม่ได้เดือดร้อน เขาจะไม่เอามาขายนะคะ ชาวบ้านส่วนถ้าไม่เดือดร้อนจริงๆ ก็ไม่ขายหรอก เป็นพระทรัพย์สมบัติพ่อแม่ให้ กราบไหว้มาทั้งชีวิต วันนึงต้องเอามาขาย เขาก็ไม่ได้แฮปปี้ แต่เขาบอกว่าจุดนี้เขาลำบากจริงๆ เขาไม่ไหวจริงๆ เพราะงั้นก็รู้สึกว่า ถ้าจุดที่เขาไม่ไหวจริงๆ ถ้าพระเขาแท้ เราสามารถช่วยเขาได้ เรารู้สึกว่าเรามีคุณค่า”
Top 5 ที่โดนใจสายสะสม สำหรับพระเครื่อง 5 อันดับ ในใจเซียนพระวัยรุ่น ที่ท็อปสุดๆ ในสายหลวงพ่อเกษม ที่เธอขอไม่เรียงลำดับใดๆ ก็คือ 1.เหรียญโชคดีเนื้อเงิน หลักล้าน เป็นเหรียญแรกที่เธอเริ่มเช่ามา แต่ในสมัยที่เธอยังไม่ค่อยมีเงิน เธอเช่าเป็นเนื้อกะไหล่ทอง หรือเนื้อฝาบาตร แค่หลักหมื่น พอเริ่มมีเงิน ก็มีโอกาสได้เช่าเหรียญโชคดีเนื้อเงิน ซึ่งเธอบอกว่า เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจในสายอาชีพนี้เลย เพราะช่วยให้เธอโชคดีจริงๆ
2.เหรียญระฆังเนื้อเงิน สร้างแค่ 150 เหรียญ มีลักษณะรูปทรงระฆัง และเหรียญนี้ ยังมีเหตุการณ์อันโด่งดัง เล่าต่อกันอีกว่า เมื่อ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2416 มีลูกศิษย์หลวงพ่อห้อยรุ่นนี้ แล้วก็ปรากฏว่าโดนกระหน่ำยิงรุมยิงไม่เข้า ทำให้รุ่นนี้ก็เลยโด่งดังมาตั้งแต่สมัยก่อน เล่นหากันอยู่ที่ประมาณ 800,000 บาท ไปจนถึงล้านกว่าบาท ซึ่งเป็นอีกรุ่นที่ท็อปมากๆ ในสายหลวงพ่อเกษม
3.พระปิดตาสารพัดดีเนื้อเงิน เป็นจักรพรรดิพระปิดตา เล็กที่สุด แล้วก็แพงที่สุด ถ้าเนื้อทองคำก็หลักล้าน องค์นี้เป็นเนื้อเงิน เล่นกันประมาณ 200,000 - 300,000 บาท แล้วแต่ความสวย “หยิบมาห้อย ตอนนั้นการงานก็ ดีการเงินก็เริ่มดี ขึ้นชีวิตก็ดีขึ้น ครอบครัวก็ดีขึ้น คุณแม่ไม่สบายก็เริ่มดีขึ้น ก็เลยรู้สึกว่าห้อยสารพัดดี แล้วทำไมช่วงนี้ชีวิตรู้สึกดีจังเลย ก็เป็นปิดตาที่ชอบมาก”
4.พระปรกใบมะขาม เป็นพระปรกรุ่นแรก ของหลวงพ่อเกษม เขมโก เป็นองค์ที่เซียนพระบอกว่า พุทธคุณจะเด่นมาก มหาเสน่ห์ปกป้องคุ้มครอง เนื้อเงิน ก็จะเช่าหากันอยู่ที่หลักแสน เพิ่งสร้างแค่ 100 องค์ ส่วนมากผู้หญิงยุคใหม่ก็จะชอบห้อยมา เพราะว่าไซส์เล็ก แล้วก็น่ารัก ซึ่งเธอเองก็ชอบห้อยเป็นประจำ ส่วนเนื้อทองคำ เธอเองยังไม่เคยเห็นกับตาเนื้อ ขนาดเซียนพระรุ่นใหญ่ อย่างแจ๊ค ศรีรองเมือง ก็ยังไม่เคยเจอ เนื้อทองคำ ก็จะเช่าหากันอยู่ที่หลักล้าน
5.เหรียญ 5 รอบหลวงพ่อเกษม รุ่นนี้หลวงพ่อเคยพูดเอาไว้เองเลยว่า ใช้ไม่ดีให้เอามาคืน มีประสบการณ์ยิงไม่เข้า แคล้วคลาดกันภัย สร้างออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2515 มีราคาแพงมาตั้งแต่ในอดีตแล้ว ตั้งแต่ 60,000บาท ไปจนถึงหลักแสนกว่าบาท “หลวงพ่อเกษม ท่านมีลูกศิษย์ที่เป็นทหารตำรวจค่อนข้างเยอะ เวลาท่านปลุกเสกวัตถุมงคลอะไรต่างๆ ท่านจะตั้งใจเสกให้แคล้วคลาดกันภัย ทหารไปปฏิบัติหน้าที่พกไว้ปลอดภัย ก็จะมีประสบการณ์ค่อนข้างเยอะ” |
จากชีวิตจริง สู่ตัวละครในหนัง จากเซียนพระหญิงชื่อดัง กลายเป็นแรงบันดาลใจและต้นแบบให้กับการสร้างคาแรกเตอร์ “เซียนหมวย” ที่รับบทโดย “อ๊ะอาย-กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ” หรือ “อ๊ะอาย4EVE” ในหนังเรื่อง “The Stoneพระแท้คนเก๊” เป็นผลงานกำกับหนังเรื่องแรกในชีวิตของ “เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ” ที่นำเสนอตีแผ่วงการพระเครื่องไทย “น้องอ๊ะอาย เซียนหมวยพี่เป้พาน้องมาเดินสนามพระด้วย พยายามที่จะให้ไดได้คุยกับน้องเยอะๆ เล่าให้น้องฟัง ว่าชีวิตในวงการนี้เจออะไรมาบ้าง บางอย่างเราแตกต่างจากเขา เพราะเราอาจจะไม่ได้เหมือนเซียนพระ ที่เขาเป็นเซียนพระกันมาทั้งชีวิต 10 ปี 20 ปี 30 ปี เราก็จะมีความเป็นผู้หญิง เราก็จะค่อนข้างมีความเห็นอกเห็นใจ ค่อนข้างสงสารคนด้วย คือเราก็เป็นเด็กรุ่นใหม่ค่ะ เราอยากทำทุกอย่างให้มันมีมาตรฐาน เราไม่ได้อยากไปกินตับใคร แบบว่าพระหลักแสน ซื้อพัน 2 พัน เราก็พยายามใช้วิธีการของเรา ที่เราเรียกว่าเซียนยุคใหม่ แล้วก็เป็นผู้หญิงด้วย พอถ่ายทอดไปสู่ตัวละครเซียนหมวย ก็จะมีทั้ง เราไลฟ์สดพระ เรามีทั้งการทำคอนเทนต์ เครดิตด้วย ความโปร่งใส ลูกค้าวางใจ กล้าส่งพระมาปล่อย แล้วก็กล้าเช่าพระกับเรา เราอาจจะไม่ได้มาตั้งตู้ เหมือนคนที่เขาเคยทำกันมา เน้นการตลาดแบบว่า วิ่งโทรหาลูกค้า มีไลฟ์สด active อยู่ตลอดเวลา ทำเป็นบริษัทชัดเจน พอเป็นเซียนหมวยก็เลยค่อนข้างมีความเป็นโมเดิร์น อาจจะไม่ได้เหมือนเซียนยุคเก่า ต้องเร็ว แต่ก็ต้องละเอียดด้วย รู้สึกว่าพอมันถ่ายทอดไปสู่ตัวละครเซียนหมวยค่ะ มันก็ต้องแบบว่าเขาห้าวๆ นิดนึง อาจจะปากแจ๋วนิดนึง จริงๆ แล้วมันก็จะเป็นอย่างนั้นแหละ เพราะว่าเราอยู่กับสังคมชายล้วน ส่วนมากก็เป็นชายแท้ด้วย กับพรรคพวกก็คงจะเป็น แต่กับลูกค้าก็คงไม่เป็น กับลูกค้าเราก็ต้อง keep character นิดนึง(หัวเราะ)” |
เกือบได้เป็นไอดอล
“ไปเซ็นสัญญากับบริษัทนึง เป็นบริษัทไอดอลให้เราทำคอนเทนต์ TikTok เพื่อให้เรามีคนรู้จักนะ ทำคอนเทนต์เล่นกับคนแปลก เพราะว่ามันเป็นสัญญาบริษัท เราก็ไปทำ ซึ่งเราไม่มีความสุขเลย ทุกๆ วันที่ต้องแบบว่าเดินออกไป แล้วก็ไปคุยกับคนแปลกหน้า มันฝืนตัวเองมากๆ ก็ทำไปได้ แล้วก็หมดสัญญา 1 ปี ก็รู้สึกว่าไม่ต่อ แล้วก็ไม่ได้อยากทำ ก็มีค่ายมาติดต่อเยอะ ให้ไปเล่นซีรีส์บ้างหญิงๆ บ้าง ความสุขจริงๆ เกี่ยวกับเรื่องวงการการบันเทิง คือการออกมาค่ะ(หัวเราะ) คือมันไม่เคยมีความสุขเลย แต่พอคิดว่าจะได้ออก โห..นี่มันเป็นความสุขมากเลย ก็เลยเลิกทำค่ะ งานอินฟลูฯ ก็เลิกรับแล้ว มีงานอะไรมาติดต่อ ก็เลิกรับแล้วเหมือนกันค่ะ ยกเว้นจะแพงจริงๆ ทำ หาตังค์เหมือนเดิมค่ะ ไม่รู้เหมือนกัน หนูว่าหนูไม่น่าจะไปไม่ได้รุ่งในเส้นทางนั้นด้วย ตอนนั้นที่ไปทำเราก็ไม่ได้แฮปปี้ ไปแต่งหน้าแต่งตัวเดินยิ้มให้ผู้คน ก็อาจจะไม่ใช่คาแรกเตอร์เรา ก็มีโอกาสมากมาย ที่ได้ลองถ่ายรายการ ไปออกงาน ไปเดินพรม ค้นพบว่าสุดท้ายแล้วไม่ได้ชอบ อยู่อย่างนี้มีความสุขกว่า มันสบายใจดีค่ะ บางวันไม่ต้องแต่งหน้า ไม่อาบน้ำหัวกระเซิงมาเช่าพระ” |
สัมภาษณ์: ทีมข่าวMGR Live
เรื่อง : พัชรินทร์ ชัยสิงห์
ภาพ : พลภัทร วรรณดี
ขอบคุณภาพ : Facebook “Aris Sareewong”, TikTok @diana.arisss, Instagram @diana_arisss
ขอบคุณสถานที่ : ร้าน “แจ๊ค ศรีรองเมือง” ห้างพันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน ชั้น 3
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **


