xs
xsm
sm
md
lg

จาก "นางฟ้าการบิน" สู่ "นางฟ้าของแมวจร" ชุบชีวิตเหมียวบาดเจ็บ-ป่วยหนัก-ถูกทิ้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เจาะใจ "นางฟ้าของแมวจร" ผู้รับอุปการะเจ้าเหมียวยากไร้ ไม่ว่าจะเป็นแมวหาบ้าน แมวป่วย แมวบาดเจ็บ พร้อมเนรมิต “บ้านสวนแมวแสนสุข” พื้นที่ปลอดภัยของน้องแมวกว่า 30 ชีวิต และพื้นที่ฮีลใจของเหล่านุดผู้อ่อนล้า “เราช่วยด้วยใจ จะดูแลกันจนตายจากกันไปข้างนึง”

*** เมื่อเรารักแมว 1 ตัว เราจะรักแมวทั้งโลก ***

ไม่ใช่หมา-แมวทุกตัวจะมีเจ้าของ

และไม่ใช่หมา-แมวทุกจะได้รับความรัก ความอบอุ่น

ชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้ ทำให้บรรดาหมา-แมวจรจัด ต้องอยู่กันยากลำบาก บ้างก็เจ็บป่วยเรื้อรัง บ้างก็ต้องหนีตายจากสัตว์ที่ใหญ่กว่า บ้างก็ลักเล็กขโมยน้อยหาขอกินประทังความหิว บ้างก็สร้างความสกปรก จนกลายเป็นปัญหาสังคมตามมา

แต่มีหญิงสาวที่ขอเป็นส่วนหนึ่งในการหยิบยื่นชีวิตใหม่ให้กับแมวไร้บ้าน แมวจรข้างทาง แมวถูกทำร้าย ไปจนถึงแมวที่เป็นเหยื่อจากอุบัติเหตุ เธอรับอุปการะดูแลสิ่งมีชีวิตตัวน้อย ด้วยความรักและหวังดีอย่างแท้จริง

เรากำลังพูดถึง “ฟ้า - วรณันฑ์ แสนอุดม” อดีตแอร์โฮสเตสสายการบินชื่อดัง ที่ผันตัวมาเป็น “แม่แมว” และเจ้าของ "Happy Cat House Garden บ้านสวนแมวแสนสุข" ที่ตั้งอยู่ ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี



สวนแห่งนี้คือ “พื้นที่ปลอดภัย” ของ “น้องแมวกว่า 30 ชีวิต” และเป็น "พื้นที่ฮีลใจ" ให้กับ "คนรักแมว" ได้ปลีกตัวจากความเหน็ดเหนื่อยหรือเรื่องทุกข์ใจที่เจอมาในชีวิต ให้เข้ามาเติมแมวกันได้แบบฟินๆ

ย้อนไปถึงจุดเริ่มต้น เดิมทีเธอคนนี้เป็นทาสหมามาก่อนด้วยซ้ำ แต่หลังจากที่เจอความน่ารักของเจ้าเหมียวเข้าไป ก็กลายเป็นเอ็นดูแมวทุกตัวที่ได้เจอ

“อยู่ในวงการแมว 6-7 ปีได้แล้วค่ะ จุดเริ่มต้นจริงๆ เราไม่ใช่คนรักแมว แล้วก็ไม่มีความรู้สึกที่อินอะไรกับแมวเลย แต่ก่อนเราเคยเลี้ยงหมาพันธุ์ Pomeranian เลี้ยงจนเขาอายุ 16 ผูกพันกันมากค่ะ เขาก็ป่วยด้วยวัยชราแล้วก็เสียไป


[ เคยเป็นทาสหมามาก่อน ]

ทีนี้แฟนเราตอนนั้นให้ของขวัญวันเกิดเป็นแมวพันธุ์ นั่นแหละคือแมวในชีวิตตัวแรกที่เราได้เลี้ยงค่ะ ชื่อ มะลิ ค่ะ พันธุ์ British Shorthair สีขาว เลี้ยงไปสักระยะนึง ความรู้สึกที่เราเฉยๆ กับแมว พอได้ดูแลเขา มันก็เลยกลายเป็นความผูกพัน กลายเป็นเรารักแมวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัว

แต่แมวพันธุ์ค่อนข้างต้องเลี้ยงประคบประหงมแล้วก็ต้องดูแลเยอะ ก็ค่อนข้างที่จะมีความหยิ่ง เราอาจจะต้องเข้าหาเขาเยอะกว่า แต่พอมาเจอแมวจรที่เป็นแมวไทย จะค่อนข้างขี้อ้อนแล้วก็จะติดคนมากๆ เหมือนเขาอยากได้ความรัก เขาจะเข้าหาเรามากกว่าแมวพันธุ์ค่ะ

ก็เลยทำให้ความรู้สึกกับแมวเปลี่ยนไป กลายเป็นคนที่เห็นแมวบาดเจ็บ หรือว่าเห็นแมวที่กำลังหาบ้าน เห็นแมวที่น่าสงสารตามถนน มันจะรู้สึกเอ็นดูและรู้สึกอยากจะช่วยเหลือ มันเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่พอเรารักแมว 1 ตัว แล้วแมวตัวอื่นในโลกที่เราเห็น เราก็จะรู้สึกรักและเอ็นดูเขาไปด้วยค่ะ”


[ “น้องมะลิ” แมวตัวแรกที่เลี้ยง ]

บ่อยครั้งที่เราจะเห็นโพสต์หาบ้านหรือขอความช่วยเหลือให้หมา-แมวจร บนโลกโซเชียลฯ ฟ้าเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้เห็นโพสต์เหล่านั้นผ่านตา และเธอก็เลือกที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือด้วยกำลังกายและกำลังทรัพย์ ทั้งของตัวเองและพี่น้องคนรักแมวที่ช่วยกันสมทบมา

“ช่วยครั้งแรกจริงๆ ก็จาก Facebook ค่ะ เราไปเข้ากลุ่มทาสแมวอะไรพวกนี้ ก็จะไปเห็นคนที่เขาไปเจอแมวโดนรถชนมา หรือว่าไปเจอแมวตามข้างถนน โดนทำร้ายมา โดนเอาน้ำร้อนสาด บางตัวดูดีมากเลย แล้วยังเด็กมาก แต่ทำไมมันต้องมาอยู่ในสภาพอย่างนั้น จังหวะนั้นคือมันเหมือนต้องชะตากัน เราเห็นแล้วเราทนไม่ได้ เราก็เลยรู้สึกว่าเราต้องช่วย

บางทีเราก็ไปเมนต์ใต้ภาพว่า ‘ช่วยให้ใครก็ได้ไปจับน้องแมวตัวนี้มา แล้วพี่จะดูแลเอง’ เขาเห็นแล้วก็ติดต่อมา อันไหนที่เรารู้สึกว่าเราต้องช่วยจริงๆ เราก็ช่วย ถ้าเกิดมันไม่เกินความสามารถของเรา

เขาก็เลยเริ่มรู้จักเรา เขาก็เห็นว่าเราช่วยจริง ก็เลยเริ่มบอกคนอื่น กลุ่มกู้ภัยแมว กลุ่มต่างๆ ที่ช่วยเหลือแมว เขาก็เริ่มรู้ว่าคุณฟ้าช่วยแมวนะ พอเราเข้าไปรู้จักคนในวงการที่คอยช่วยเหลือแมว ก็เหมือนปากต่อปาก



บางทีเจอแมวที่บาดเจ็บ เราไปช่วยค่ารักษา ยาต่างๆ ค่าผ่าตัด ค่าฝาก ค่าอะไรหลายๆ อย่าง ค่าดูแลแมวทางการแพทย์ค่อนข้างแพง เพราะว่าแมวไม่มีประกัน ไม่มี 30 บาท บางทีก็ระดมทุนบ้าง จะมีคนที่เขารักแมวเขาก็ช่วยสมทบกันมา

สมัยนั้นฟ้าก็เป็นแอร์โฮสเตส แล้วก็ทำพวกออนไลน์บ้าง ก็ใช้ทุนของตัวเองจ่ายไป มันไม่ใช่ก้อนเดียว เหมือนกับว่าอาทิตย์นี้ค่าหมออาจจะ 3,000 เราก็จะค่อยๆ จ่าย พอระยะเวลามันเยอะขึ้น มันก็จะเป็นยอด 30,000 บ้าง 50,000 บ้าง

รับอุปการะมาเรื่อยๆ เลยค่ะ เริ่มต้นคือแค่ตัวสองตัว แต่เราไม่รู้ว่าแมวที่ช่วยมาตั้งท้อง พอคลอดลูก ทำให้เราต้องหาบ้านให้ลูกๆ เขา เราก็หาบ้านไม่ได้ พอเขาก็เริ่มโต มันก็ผูกพัน รักไปแล้วก็เลยให้คนอื่นไม่ได้ สุดท้ายเราก็เลี้ยงไว้ทั้งหมดเลย กลายเป็นจากที่เลี้ยงไม่กี่ตัว ก็กลายเป็น 10 กว่าตัวค่ะ

หลังๆ ก็มีพี่แล้วก็ผู้ใหญ่หลายๆ คนที่เรารู้จัก เขาเห็นเราช่วยจริง เขาก็อยากทำบุญวันเกิด ทำบุญอะไรหลายๆ อย่าง เขาก็เริ่มโอนสมทบทุนให้เราสนับสนุน ให้เราช่วย ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราทำมาได้ต่อเนื่องค่ะ”

*** "Happy Cat House Garden” คนเติมแมว แมวเติมคน ***

“ที่นี่ก็เป็นสวนแมว Happy Cat นะคะ ก็จะเป็นที่ที่ช่วยเหลือแมวจร แมวที่ได้รับบาดเจ็บ แล้วก็แมวที่มาจากกู้ภัยนะคะ เราก็ไปช่วยมา เอามารักษาพยาบาลเป็นเดือนสองเดือน ทุกการช่วยเหลือ ช่วยน้องแมวให้เขามีชีวิตรอด”

ส่วนใครที่อยากแวะไปเติมน้องแมวให้ชื่นใจ "Happy Cat House Garden บ้านสวนแมวแสนสุข" จะมีจุดสังเกตเป็นมาสคอตเจ้าเหมียวสีขาว-เทาตัวใหญ่ คอยต้อนรับ ท่ามกลางบรรยากาศอันสดชื่น โอบล้อมด้วยนาข้าวเขียวขจี

บนพื้นที่ 1 ไร่ตรงนี้ ได้แบ่งสรรปันส่วนเป็นพื้นที่ของแมวราว 2 งาน โล่งกว้าง รองรับเจ้าเหมียวหลายสิบตัว ให้อยู่กันได้อย่างสบายๆ มีโซนของเล่นให้เจ้าเหมียวปีนป่าย และได้จัดระบบนิเวศที่เหมาะสม ทั้งต้นไม้ใหญ่ รวมถึงหญ้าที่เป็นมิตรกับแมว ไว้สำหรับเกือกกลิ้งเล่นและเคี้ยวกินเพื่อขับของที่ย่อยไม่ได้ออกมา

ยังมีบ้านแมวอีก 3 หลัง ไว้ให้น้องแมวเข้ามานอนหลบแดด-หลบฝน และหลับสนิททุกคืน โดยไม่ต้องกังวลว่ามีภัยอันตรายมาเยือนเหมือนที่ผ่านมา ด้านในยังมีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งคอนโดอาหาร น้ำดื่ม และกระบะทรายขับถ่าย

ที่สำคัญ แม่แมวคนนี้ก็จำชื่อ ที่มา และเรื่องราวการช่วยเหลือของแมวในสวนได้ทุกตัวอีกด้วย


[ แมวอ้วน Happy Cat จุดเช็กอินห้ามพลาด ]

“พอจำนวนเพิ่มมากขึ้น ก็เลยคิดที่จะทำสวนแมวแห่งนี้ขึ้นมาค่ะ พอเขาดีขึ้นเราก็เอาเขามาอยู่ที่นี่ เพราะว่าเราอยากจะให้ที่นี่เป็นที่พักของเขา ที่เขาอยู่ได้และมีความสุข อย่างชื่อของสวนแมวแห่งนี้ กว่าจะมาถึงตรงนี้ใช้เวลาเป็นปีค่ะ

เพิ่งเปิดเลยค่ะ ยังไม่ได้โฆษณา ส่วนใหญ่ก็จะทำเป็นคลิปลง TikTok แล้วก็ Facebook ส่วนตัว ซึ่งพี่ๆ ที่เป็นเจ้าของเพจต่างๆ ในการช่วยเหลือแมว พอเขารู้ว่าเราจะทำก็ช่วยโฆษณา ก็เป็นแรงเชียร์ของเขาด้วย ที่ทำให้เราทำได้จนถึงตอนนี้

มันมาจากความชอบและความรักจริงๆ ของฟ้า พอเราเกษียณจากเป็นแอร์ฯ คือแอร์ฯ มันก็เป็นการเดินทาง เราเดินทางมาจนเหนื่อยแล้วค่ะ เราก็เลยรู้สึกว่าเราอยากพักผ่อน อยู่กับอะไรที่เรารัก

เราก็ช่วยแมวถึงจุดที่เราคิดว่าเราอินกับตรงนี้มากๆ คิดว่าอยู่กับแมวไม่มีเบื่อ อยู่กับแมวได้ตลอดชีวิต ก็คิดว่าอันนี้จะเป็นอาชีพต่อไปของเรา ต่อไปก็จะมีโปรเจ็กต์อะไรเกี่ยวกับน้องแมวหลายอย่างค่ะ อันนี้ก็อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของเรา”

ก่อนที่เจ้าแมวจะเข้ามาอยู่ในสวน จะได้รับการรักษาจนหายดีและตรวจโรคอย่างละเอียด แถมน้องๆ ทุกตัวยังขี้อ้อน ขี้เล่นแบบสุดๆ ใครอยากสัมผัสประสบการณ์โดนแมวรุม ก็ลองมาเจอได้



ส่วนบรรดาทาสแมวทั้งหลาย ถ้าเล่นกับน้องแมวจนเหนื่อยแล้ว ก็มีซุ้มในสวนให้เข้านอนเปลหลบร้อนกัน และโซนโซนนั่งชิลล์ มองวิวทุ่งนาได้อย่างสบายใจ หรือใครอยากจะอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของ Happy Cat Garden ก็มีให้เลือกซื้อกัน

“จะมีคุณหมอที่อยู่ด้วยกันมานาน ซึ่งคุณหมอคนนี้ก็ออกภาคสนามช่วยเหลือแมว ช่วยเหลือหมาอยู่แล้ว คุณหมอเขาก็คอยมาฉีดวัคซีนเมื่อครบกำหนดแมวของเราให้ที่บ้าน ตอนนี้คุณหมอก็คงต้องมาที่สวนค่ะ บางทีเราก็ทำหมันทีหลายๆ ตัว คุณหมอก็จะมาทำให้นอกสถานที่ค่ะ จะคิดค่าใช้จ่ายในเรทสำหรับช่วยแมวจร ก็ไม่แพงมาก

แมวที่สวนต้องพร้อมทุกอย่าง ต้องไม่เป็นแมวที่ก้าวร้าว ต้องเป็นแมวที่ขี้อ้อน ติดคน วัคซีนครบ ปลอดโรค แล้วก็ต้องทำหมันก่อน เพื่อที่คนมาเที่ยวเล่นก็จะได้มีความปลอดภัย แล้วน้องแมวเราก็จะได้เอ็นเตอร์เทนได้เต็มที่ด้วยค่ะ

ที่นี่มี WIFI ใครอยากมาทำงาน work from home สามารถทำได้ อยากมานอนเล่น อยู่ได้ทั้งวันเลยค่ะ เปิดตั้งแต่ 09.00 - 19.00 น. เอาไว้ให้ทาสแมวได้มาเที่ยวเล่นกับแมว มาพักผ่อน แล้วก็อยากจะทำบุญ บริจาคอาหารแมว สมทบค่าดูแลแมว วันเกิด หรือว่าเนื่องในโอกาสพิเศษอะไรอย่างนี้ มาได้เลย เราสามารถที่จะให้ที่นี่เป็นที่ผ่อนคลาย พักผ่อนใจของคุณได้”


[ กินอิ่ม-นอนอุ่น ในบ้านแมว ]

สวนแมวแห่งนี้ คือความฝันของหญิงสาวผู้รักแมว และในตอนนี้มันก็ได้กลายเป็นของจริงขึ้นมา ในอนาคต นอกจากจะเตรียมเพิ่มในส่วนของการทำเป็นคาเห่และร้านอาหารแล้ว ที่นี่จะสามารถรองรับแมวได้เพิ่มอีกประมาณ 20 ตัว รวมทั้งหมดก็น่าจะทะลุ 50 ตัวเลยทีเดียว

“จริงๆ แมวเขาชอบธรรมชาติ ชอบต้นไม้ ชอบหญ้า สังเกตดูจากแมวที่บ้าน เขาอยู่ในกรง เขาพยามปีนหนีออกนอกบ้าน เพื่อที่จะไปอยู่สนามหญ้าตรงส่วนกลาง ก็ต้องไปตามเก็บตลอด ก็เลยรู้สึกว่าแมวเขาชอบที่กว้างๆ

เราก็เลยพยายามทำในสวนนี้ให้มันเป็นสิ่งที่เขาชอบ คนที่มาก็ต้องได้ความรู้สึกฮีลใจ ได้บรรยากาศที่เติมน้องแมวจริงๆ น้องแมวก็เติมคนด้วย คนอยู่กับแมวก็แฮปปี้ แมวก็อยู่กับคนแล้วแฮปปี้ ต้องการวิน-วินแบบนี้ค่ะ

ตั้งใจว่าจะทำสวนนี้ ให้คนที่เป็นทาสมาช่วยกันดูน้องแมว ที่ฝันไว้ก็คือตรงนี้ก็สามารถที่จะเป็นวงจรที่ดูแลตัวเอง รันไปได้เรื่อยๆ อนาคตอาจจะเพิ่มเป็นร้านอาหาร คาเฟ่อะไรอย่างนี้ค่ะ ที่คิดไว้นะ อาจจะมีเหมือนกับเป็นโฮมสเตย์เล็กๆ ให้คนที่เขามาไกล มาจากต่างจังหวัด ให้เขามาเล่นกับน้องแมวได้ แล้วก็พักที่นี่ได้ จับทิศทางแล้วค่อยๆ ไปค่ะ”

*** มีแมว เมื่อพร้อม ***

นอกจากนี้ ฟ้ายังได้เล่าประสบการณ์การลงพื้นที่ช่วยเหลือแมวด้วยตัวเอง ที่ต้องบุกป่าฝ่าดง เพื่อพาแมวแม่ลูกอ่อนและลูกแมวออกมาจากพื้นที่อันตราย ซึ่งจะเรียกเธอว่าเป็นแม่แมวก็คงจะได้ เพราะทุกการช่วยเหลือ คือการมอบชีวิตใหม่และให้โอกาสเจ้าเหมียวให้อยู่รอดบนโลกนี้ต่อไปได้

“ตอนนั้นก็จะมีน้องที่สนิทกัน เขาไปเจอดงแมวในป่าริมคลองรกๆ เขาเห็นแล้วเขาก็สงสาร เขาก็เลยบอก พี่ฟ้ามาดูหน่อย เขาบอกมีพวกตัวเงินตัวทองกินไปเยอะแล้ว แล้วเราก็เห็นคลิปที่เขาส่งมาเป็นแมวเด็ก แมวแม่ลูกอ่อน มันน่าสงสารมาก เราก็ลุยเลยค่ะจังหวะนั้น เอากรงดักไปจับเอง แล้วก็มีพี่ที่รู้จักไปช่วยกันจับ

ทำเองได้ลุยก่อนเลย เพราะว่าบางทีขอความช่วยเหลือมันนาน รอไม่ได้ค่ะ จังหวะนั้นคือไปเลย ใช้กรงดักค่ะ มันจะมีกรงดักแมวอยู่ ตอนนี้ก็คือช่วยจนสามารถที่จะดักแมวเองได้แล้ว (หัวเราะ)

ตอนนี้คิดว่าเชี่ยวชาญพอสมควรนะ เพราะว่าบางทีแมวที่เขาจรมานานๆ เขาจะหวาดระแวง เขาจะกลัวคน เราก็จะคอยดูว่าเราจะมีวิธียังไงที่จะตะล่อมให้เขาเข้ากรง หรือว่าตะล่อมให้เขามาใกล้ๆ เราจะเริ่มมีทิศทางของเราว่าเราจะจับยังไง

ถ้าเกิดแมวที่เขาไม่ไว้ใจ เขาจะคอยหลบเรา แล้วสายตาเขาจะดูแข็งๆ เราจะรู้ว่าเขาเจออะไรมาเยอะ บางตัวก็เจอคนไล่มาเยอะ เขาก็จะป้องกันตัวตลอดเวลา เขาจะระแวงไม่ให้คนเข้าใกล้ เราก็จะค่อยๆ กับเขา แล้วก็ต้องใจเย็นๆ แล้วช้าที่สุด

บางทีก็ต้องอยู่เฉยๆ ต้องใช้อินเนอร์พอสมควร ถ้าเขาสัมผัสได้ว่าเรามาดีนะ ถ้าเกิดเราเข้าหาเขา เขาก็จะหนี ถ้าเกิดเราอยู่เฉยๆ เราก็อาจจะมีขนมแมวเลีย เขาอาจจะค่อยๆ กล้าเดินมาหาเรา”


[ ลงพื้นที่ช่วยแมวจร ]

แต่กว่าที่ ฟ้า จะกลายมาเป็นผู้อุปการะแมวเต็มตัวอย่างในทุกวันนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในช่วงแรกเธอรับแมวทั้งหมดมาดูแลที่บ้าน ด้วยจำนวนที่มากขึ้นทุกวัน เลยทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันกับครอบครัว

“จริงๆ ที่บ้านก็ 60 ตารางวา แต่ว่าเราก็ทำกรงรอบกันเขาออก เพื่อที่จะไม่ให้กวนเพื่อนบ้าน จะให้เขาอยู่ในส่วนของเขา ยังอยู่ที่บ้านอีกประมาณ 10 กว่าตัวค่ะ (หัวเราะ) บ้านฟ้ามันเป็นบ้านแมวจริงๆ

ก็มีค้านค่ะ มีทะเลาะใหญ่กับที่บ้าน น้องชายค่อนข้างจะ conflict เยอะเหมือนกัน แรกๆ เขาก็ไม่เห็นด้วยที่จะช่วยแมวเยอะขนาดนี้ เขาก็บอก 3-4 ตัวรับได้ แต่พอมันเริ่มเยอะขึ้น มันก็ธรรมดา เพราะเขาก็อยู่บ้านเดียวกันกับเรา

แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเกิดว่าเราแก้ปัญหาได้ อย่างน้องชาย แก้ปัญหาด้วยวิธีการที่แยกกันไปอยู่คนละที่ ตอนนี้น้องเขาก็ไปซื้อคอนโดอยู่ของเขา เราก็อยู่บ้าน ก็คุยกันด้วยความเข้าใจ เราก็บอกว่าพัฒนาการของสวนเรา สเต็ปนี้เป็นอย่างนี้ ก็มีส่งให้กันดู เขาก็ติดตาม ตอนแรกเขาก็ไม่คิดว่ามันจะมาไกลขนาดนี้ แต่พอมันเริ่มเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น เขาก็โอเค



เรื่องราวค่อนข้างเยอะ ก็เป็นปัญหาครอบครัวเหมือนกัน แต่ว่าหลังๆ เหมือนกับเราจัดอะไรหลายๆ อย่างลงตัวแล้ว ก็เลยสามารถที่จะทำตรงนี้ได้ค่ะ แต่พอเขารู้ว่าเราตั้งใจจริงๆ มันเป็นความชอบของเรา เขาก็เริ่มเข้าใจ”

ที่สำคัญ เธอยังได้ฝากถึงทุกคน โดยเฉพาะคู่รักที่อยากเลี้ยงสัตว์ด้วยกันเพื่อหวังให้เป็นพยานรัก อยากให้คิดอยากถี่ถ้วนก่อนว่ามีศักยภาพพอที่จะดูแลเจ้าสิ่งมีชีวิตพวกนี้ไปได้ตลอดหรือเปล่า เพราะถ้าไม่พร้อม ‘อย่าเลี้ยง’ ดีกว่า

“เราก็เป็นแอดมินเพจเกี่ยวกับกลุ่มคนช่วยเหลือแมว บางทีมีคนมาโพสต์หาบ้านให้น้องแมว ให้ช่วยน้องแมว เราก็เข้าใจว่าสงสาร แต่ให้ประเมินตัวเองเถอะ ไม่อยากให้ถึงเวลาเลี้ยงไม่ได้ แล้วต้องมาหาคนอื่นรับเลี้ยงต่อหรือว่าเอาไปปล่อย ซึ่งเห็นเยอะมาก แค่สงสารอย่างเดียวมันไม่พอ ต้องคิดว่าสามารถเลี้ยงแมวตัวนี้ได้จนถึงวันที่เขาสิ้นอายุขัยมั้ย อย่างนี้ดีกว่า

พี่ขอนะ สำหรับน้องๆ ที่อยู่ในวัยเรียน บางทีตอนรักกัน ซื้อของขวัญวันเกิดให้ หรือว่าเอาแมวไปเลี้ยงเป็นพยานรักด้วยกัน พี่เข้าใจมันก็น่ารักดี แต่พอตอนน้องๆ เลิกกัน หรือว่ามีปัญหากัน ต้องคิดด้วยว่าความบาปไปตกที่น้องแมว



เพราะว่าเราเลี้ยงต่อไม่ได้ แล้วเขาจะไปอยู่ไหนคะ บางคนก็เอาไปทิ้ง บางคนก็หาบ้านไม่ได้ ไม่รู้จะแก้ไขยังไง ซึ่งมันก็เป็นภาระกับสังคม แล้วก็ชีวิตน้องแมวตัวนึง เหมือนกับเขาก็เสียโอกาสในชีวิตของเขาไปเลย ต้องกลับไปเป็นแมวจร

เขาไม่เคยต้องดิ้นรนเพราะว่ามนุษย์เลี้ยงให้ข้าวให้น้ำกิน พอแมวโดนเลี้ยงมาต้องกลับไปจร ส่วนใหญ่ไม่รอดค่ะ โดนรถชนบ้าง ติดเชื้อในกระแสเลือด ด้วยความที่แมวมันหากินไม่เป็น มันก็ไปคุ้ยขยะ กินแต่อะไรที่เป็นเชื้อโรค บางตัวก็โซซัดโซเซไปเจอหมา ส่วนใหญ่จะโดนหมากัด

ก็อยากจะเตือนสติสำหรับคนที่คิดจะเลี้ยงนะคะ ไม่ว่าแมวหรือหมา อยากให้คิดให้ดีว่าคุณมีความพร้อมแค่ไหน ไม่ใช่คิดแค่ว่าจะเอาเขามาเลี้ยง เห็นเขาน่ารักตอนเด็กอยู่ แต่คุณต้องคิดว่าคุณสามารถดูแลเขาไปจนสิ้นอายุขัยเขาได้มั้ย

เพราะว่าแมวหมาตัวนึงมันต้องมีค่าเลี้ยงดู ค่าอาหาร ค่าดูแลรักษาพยาบาล คุณต้องคิดให้ครอบคลุม ถ้าคิดว่าระยะยาวไม่พร้อม คุณอย่าเอาไปเลี้ยงเลยนะคะ เมื่อคุณเอาแมว 1 ตัวไปเลี้ยง เหมือนกับว่าคุณคือโลกทั้งใบของเขา ถ้าเกิดสถานที่ไม่พร้อม อย่าเลี้ยงเลย มาเติมตามสวนแมวของพี่ก็ได้ ไปตามคาเฟ่ก็ได้ ถ้าเกิดรักแมวจริงๆ”

*** สายสัมพันธุ์ที่มากกว่า “สัตว์เลี้ยง-เจ้าของ” ***

ตามที่ได้บอกไปแล้วตอนต้นว่าเธอคนนี้ คืออดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และอย่างที่เรารู้กัน ว่านี่เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ต้องเจอทั้งความกดดันในการทำงาน การเจอผู้โดยสารที่หลากหลาย และการพักผ่อนที่ไม่เป็นเวลา

แต่เมื่อเสร็จจากงาน และได้กลับบ้านมาเติมเจ้าสัตว์ขี้อ้อนนี้ ก็ทำให้เธอลืมความเหน็ดเหนื่อยไปชั่วขณะเลยทีเดียว

“จริงๆ ช่วงที่บินท้ายๆ ก่อนที่จะออกจากงาน ก็รู้สึกว่า suffer เพราะว่ามันบินแล้วนอนน้อย เดินทางบ่อยแล้วมันเหนื่อย jet lag เยอะ บางทีก็ไม่สบาย เจ็บป่วยอะไรก็ยังต้องฝืนไปบิน เราเลยรู้สึกว่าเราอยากจะหลุดจากกรอบนั้น แล้วก็อยากพักผ่อน อยากไปอยู่กับชีวิตที่เราเลือกเอง แล้วก็สบายๆ

ตอนเราเป็นแอร์ฯ เราอยู่ภายใต้งานบริการที่อยู่กับความกดดัน บางทีเจอผู้โดยสารบ่น ผู้โดยสารตะคอกบนไฟลต์ เราก็เคยเจอ บ่อยด้วย เลยกลายเป็นว่าอยากจะออกจาก comfort zone ก็เลยคิดว่าอันนี้แหละ น่าจะฮีลใจเราได้และเหมาะกับเรา

แล้วพอเราได้อยู่ตรงนี้ เราก็ได้ศึกษาว่าคนที่เข้ามาเที่ยวคาเฟ่แมวหรือสวนแมว ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ลักษณะเหมือนมีเรื่องทุกข์ใจหรือว่าผู้ป่วยซึมเศร้าเยอะ เราเพิ่งรู้ พอเราได้มาอยู่ตรงนี้ เราถึงได้รู้ว่ามันมีเยอะเลย อ่านด้วยข้อมูล

เหมือนต่างประเทศ แมวจะเป็นสัตว์ที่ช่วยบำบัดทหารที่ไปรบมา เขาก็จะให้แมวเข้าไปช่วยในเรื่อง treatment จิตใจ ก็คิดว่าน่าจะช่วยได้จริง จังหวะที่เราเครียดๆ กลับมาจากบิน ขออุ้มแมว กอดแมว มันลืมไปเลย



ณ วันนี้ เจ้าแมวในการดูแลกว่า 30 ชีวิต พวกมันมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง เป็นไปอย่างที่ฟ้าหวังไว้ ส่วนในระยะยาว ไม่แน่ว่าอาจจะมีการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคต

“ด้วยความที่เราไม่มีลูก เราก็เลยคิดว่าเราอยู่ตรงนี้ได้ แต่ถ้าเกิดระยะยาว ถึงวันนึงคิดไว้เหมือนกัน ถ้าเราเป็นอะไรไป แล้วแมวยังอยู่ มันก็จะเป็นคนที่ดูแลแมวด้วยกัน ช่วยเหลือแมวด้วยกันนี่แหละค่ะ ก็จะยกให้มูลนิธิใดมูลนิธิหนึ่งมา take over แล้วก็ดูแลไป คนที่จะต้องมาดูแลต่อต้องเป็นคนที่รักแมว แล้วก็ช่วยเหลืออยู่แล้ว เขาถึงจะทำต่อได้

อย่างของฟ้า คิดว่าประมาณนี้เราไหว แล้วก็มีคนคอย support เรา คอยดูตรงนี้อยู่ แต่ว่าถ้าเกิดถึงจุดที่เรารู้ตัวว่าไม่ไหว เราก็มีวางแผนการจัดการในลำดับต่อไปเหมือนกัน มีแพลน 1 แพลน 2 อยู่

ถ้าเป็นมูลนิธิจะเป็นเรื่องใหญ่แล้ว แมวจะเข้ามาเยอะแล้วทีนี้ เราจะรันไหวมั้ย ตอนนี้ฟ้ายังไม่ได้ถึงขนาดนั้น เพราะถ้าเป็นมูลนิธิ ทุกอย่างมันต้องเป็นระบบมากกว่านี้ ระบบมูลนิธิเราต้องไปศึกษาพอสมควร พนักงานเราก็ต้องพร้อมด้วยค่ะ



เพราะว่าเห็นคนที่เขาทำมูลนิธิ ส่วนใหญ่บ้านพักพิงแมวจร 80 ตัว 100 ตัว บางทีพื้นที่เขานิดเดียวแต่เขาดูแลไม่ไหว สุดท้ายเขาก็เหมือนกับโพสต์อะไรที่มันท้อแท้ เราเห็นแล้วเราไม่อยากอยู่ในสภาพนั้น เราก็เอาเท่าที่เราคิดว่าเราอยู่ได้ดีกว่า

เท่าที่เห็นก็อยู่ในกรง อยู่ในบ้าน แล้วอยู่กันแออัด แล้วมันจะสกปรก เราเห็นแล้วเราไม่ชอบสภาพนั้น เราก็เลยพยายามปรับที่นี่ให้เป็นพื้นที่เปิดโล่ง แล้วก็เป็นที่ที่แมวอยู่แล้วแฮปปี้ คนมาก็แฮปปี้ด้วย

เราเน้นว่าพนักงานที่มาดูต้องเป็นคนรักแมวจริงๆ ซึ่งมันก็หายาก เราก็หามาได้ 1 คน ก็เลยเอาเท่านี้ก่อน ค่อยๆ ไปดีกว่า ตอนนี้ทาสแมวมาแล้วมาช่วยกัน แล้วคนที่สนับสนุนก็เป็นทาสแมวทั้งนั้นค่ะ”



เธอย้ำว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น มาจากความตั้งใจของคนที่รักแมวคนหนึ่งจริงๆ จากนี้ต่อไปก็จะคอยช่วยเหลือและดูแลเจ้าเหมียวทุกตัวที่มี ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต...

“สำหรับตัวเองคือเติมเต็มตัวเอง เพราะว่าเราใจรักตรงนี้ มันเป็นความรักอย่างเดียวของฟ้า คิดจะทำไปจนตายเลยค่ะ (หัวเราะ) เพราะว่าเรารู้ตัวว่าเราผูกพันและเรารักตรงนี้จริงๆ ไม่งั้นไม่ทำเป็นเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้หรอก ฝ่าฟันอะไรมาเยอะเหมือนกันนะ ตอนแรกครอบครัวไม่เห็นด้วย ก็สู้กันมายกใหญ่เหมือนกันค่ะ

จุดเฟล เรื่องการช่วยเหลือแมว แล้วพอเราทำอันนี้ คนมองไม่เห็นภาพหรอกว่าสิ่งที่เราทำจะเป็นแบบไหน คนรู้จัก เพื่อนฝูง ก็จะคิดว่าฟ้าจะไปทำสวนแมวยังไง เพราะว่าบางคนเขานึกภาพไม่ออกค่ะ เราก็ค่อยๆ ทำมาเรื่อยๆ

มันก็มีจุดท้อบ้าง ที่อาจจะมีคนที่ discredit เราว่าทำอะไรวะ ลักษณะที่เขาอาจจะไม่เห็นด้วย คิดว่าเราทำเล่นๆ ก็จะมีแหย่ๆ ประมาณว่า ‘เมื่อไหร่สวนเปิด’ ก็คิดว่าเราเปิดไม่ได้ ไม่มีทาง ก็จะมีลบหลู่มั่งช่วงแรกๆ

เป็นบทพิสูจน์พอสมควรนะ ที่เขาอาจจะมองว่าเรามาทางแมวเป็นเหมือนกับเอาสังคม เอาแฟชั่นอะไรหรือเปล่า มันไม่ใช่ไง เรารู้ตัวว่าเรามาช่วยทางนี้คือเราช่วยด้วยใจจริงๆ จะดูแลกันจนตายจากกันไปข้างนึงค่ะ”


เบื้องหลังรอยยิ้ม คือรอยแผล ของเจ้าเหมียว

ชิฟฟอน ก็เป็นแมวที่เราไปช่วยมา แต่ว่าแม่เขาเหมือนจะไม่อยู่แล้ว ไม่ทราบว่าเป็นสัตว์เลื้อยคลานกินหรือว่าโดนทำร้าย ไปเจอเขาอยู่ข้างทางซึ่งก็เป็นป่า ก็จะเหลือเขากับน้องสาวอีกตัวนึง เราก็เลยช่วยเอามาดูแล ก็น่ารักมากๆ

พอเราเลี้ยงเขาไปสักพักนึง เขาก็ค่อนข้างจะติดคน กลายเป็นแมวที่ติดสกินชิพ แล้วก็เป็นตัวชูโรงของที่สวน เพราะเขาจะต้อนรับคนมากๆ จะเป็นแมวช่างพูด แล้วก็จะชอบกินขนม ถ้าเกิดพี่ๆ มีขนมมาให้ เขาก็จะกระโจนใส่ตัวแรก ต้องเอาขนมใส่จาน เพราะว่าชิฟฟอนเขาอาจจะตะกละนิดนึง ด้วยความที่เขาจรมาตั้งแต่เด็ก

บุดด้า
โดนรถชนหนักเลย กรามหัก ตาเขาก็เหมือนได้รับการกระแทกรุนแรง ก็เลยมีความเป็นฝ้า ตากลายเป็น 2 สี เอามารักษาดูแลกันก็ใช้เวลาเกือบ 2 เดือนค่ะ พอเขาโตมาก็บำรุงเขาหน่อย เขาก็เป็นแมวที่อารมณ์ดี แล้วก็ติดคน

เขาเป็นแมวที่ alert ชอบเล่นกับคน กลายเป็นตัวชูโรงที่สวนเหมือนกัน เพราะว่าเขาจะเอนเตอร์เทนคนที่มาเล่นกับเขา คุยรู้เรื่องค่ะ ถ้าเกิดปล่อยเขาไปข้างนอก เขาก็จะไม่ค่อยไปไหน เขาก็จะวนอยู่แถวนี้ค่ะ บุดด้าจะคุมสวน ตัวอื่นจะค่อนข้างเกรงใจเขา เขาตัวใหญ่ด้วย เราไม่แน่ใจว่าเขาพันธุ์อะไรแต่คิดว่าเขาไม่น่าจะพันธุ์ไทยแท้ ตอนนี้อ้วนเลย หล่อด้วย

อูโนะ
ตอนที่ช่วยมาเขาค่อนข้างอาการหนัก เนื่องจากโดนสุนัขรุมกัดประมาณ 2-3 ตัว คุณหมอก็แจ้งแล้วว่าอาจจะ 50-50 ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตรอดหรือเปล่า แผลเขาก็เหวอะ ครึ่งสะโพกหลังคือแย่แล้ว

เราได้ช่วยไปแล้ว ก็เลยบอกคุณหมอว่าก็ช่วยต่อไปจนกว่าเขาจะไม่โอเค หมอก็ต้องคอยล้างแผล เอาตัวไปแช่น้ำเกลือ ค่อนข้างที่จะทรมานในขั้นตอนการรักษา รักษาอยู่ประมาณ 2 เดือนค่ะ คุณหมอบอกว่าเขาอดทนแล้วก็เข้มแข็งมาก เหมือนเขาสู้ เขาไม่ยอมแพ้ สุดท้ายก็อยู่มาได้จนถึงวันนี้



อูโนะเป็นแมวที่ฉลาดมาก ขี้อ้อนแล้วก็ติดคนมาก แรกๆ เราก็ให้เขานอนด้วยกับเราเลย เขาก็ติดแม่ ไม่มีอาการหวาดระแวงอะไรเลย แล้วเขาจะเป็นแมวตัวกลาง ตัวอื่นจะรักเขามากค่ะ แมวเด็กมาเมื่อไหร่จะต้องมาซุกพี่อูโนะตลอด

ปรินท์เซส บ้านเราจะมองว่าแมวดำเป็นสัญลักษณ์ที่อัปมงคลหรือว่าเป็นลางไม่ดี ปรินท์เซสเป็นตัวนึงที่ทำให้ความรู้สึกเราเปลี่ยน เพราะว่าจังหวะที่เราไปรับเคสเข้ามา เขาป่วยหนักมาก เป็นแมวเด็กที่คลอดออกมาแล้วไม่สมบูรณ์

เราก็เลยช่วยเขาโดยที่เอาไปฝากไว้ที่คลินิก ให้คุณหมอดูแลให้อยู่ประมาณเกือบ 2 เดือน หมดค่ารักษาไปเยอะ พี่ๆ ที่คลินิกก็เอ็นดู บางทีก็เอาขึ้นไปนอนด้วย กลายเป็นว่าติดคนไปเลย พอเขามาอยู่กับเรา เขาติดเราไปด้วย อยากให้เราลูบ อยากให้เรากอด กลายเป็นว่าเรามองแมวดำเป็นแมวที่ขี้อ้อนและน่ารักมากๆ

สังเกตแมวดำที่อยู่ที่นี่ทุกตัวจะคล้ายๆ กัน จะติดคนและขี้อ้อน รักเจ้าของค่ะ คนที่มองแมวดำเป็นลางไม่ดี เราคิดว่ามันไม่ใช่ เราว่าแมวไม่เกี่ยวกับสีเลย โดยเฉพาะสีดำ เป็นแมวที่น่ารักมากและขี้อ้อนมากค่ะ ถ้าเกิดว่ามีแมวจรที่หาบ้าน แมวดำจะเป็นแมวที่ไม่ค่อยได้บ้าน หลังๆ ถ้ามีเคสแมวดำ เราจะรับ จะไม่เกี่ยงเลยค่ะ"





สัมภาษณ์ : ทีมข่าว MGR Live
เรื่อง : กีรติ เอี่ยมโสภณ
ภาพ : กัมพล เสนสอน และ อิสสริยา อาชวานันทกุล
ขอบคุณภาพเพิ่มเติม : Facebook "Saen-udom Waranan"
ขอบคุณสถานที่ : Happy Cat House Garden บ้านสวนแมวแสนสุข ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **




กำลังโหลดความคิดเห็น