xs
xsm
sm
md
lg

ซื้อก่อน-ช้ำก่อน? “รถ EV” ลดเป็นแสน!! วิเคราะห์ เปย์ช่วงไหนไม่พลาดท่า [มีคลิป]

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ออกรถได้แค่ 7 วัน “รถ EV” หันราคาลดกระหน่ำแบบเทกระจาด ชวนมองตลาด “รถยนต์ไฟฟ้า” อนาคตอาจถูกกว่า “รถยนต์น้ำมัน”





“ลด” แบบไม่เกรงใจใคร!!

สะท้านวงการ!! เมื่อ “เรเว่ ออโตโมทีฟ”ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า “BYD” เจ้าเดียวในประเทศไทย จัดแคมเปญ “ลดราคา” ฉลองเปิดตัวโรงงานผลิตรถยนต์ BYD ครั้งแรกในประเทศไทย

โดยลดราคารถยนต์ไฟฟ้า “ATTO 3” ทุกรุ่น ยกตัวอย่าง รุ่นย่อยที่จะลดราคาคือ รุ่น “Extended MY23”จากเปิดตัวที่ 1,199,900 บาท เหลือ 859,900 บาท “Standard MY23”จาก 1,099,900 เหลือเพียง 799,900 บาท

สรุปง่ายๆ คือ รถรุ่น ATTO 3 จะหันราคาลงมา ประมาณ 90,000 - 340,000 บาท คนที่กำลังเล็งๆ จะซื้ออยู่ น่าจะดีใจ แต่ความซ้ำใจมันก็หนีไม่พ้น “คนที่ซื้อไปแล้ว” จนมีผู้ใช้ท่านหนึ่งโพสต์ระบายในกลุ่มเฟซบุ๊ก “BYD Atto3 club thailand” ว่า..

“เพิ่งออกได้ 2 วัน ยังไม่ทันได้ชาร์จแบตเตอรี่ วันนี้ลดไปแล้ว 90,000 การตลาดอะไรครับเนี่ย”


                                                      {โปรลดกระหน่ำ หันราคาเป็นแสนจาก “BYD”}


การลดกระหน่ำครั้งนี้ มีคนที่ “เจ็บใจ”อยู่หลายคน อย่างสาวรายหนึ่งได้ระบายให้สื่อฟังว่า ซื้อรถ BYD ATTO 3 รุ่น Extended Range (MY23) ในราคา 949,000 แต่ 7 วันต่อมา บริษัทจะออกโปรโมชัน ลดราคาลงเหลือ 859,900 บาท

“ขับรถได้อาทิตย์เดียว เหมือนเอาเงินเกือบ 90,000 โยนทิ้งไปเลย”

ปัญหาคือ หลายคน “กู้เงิน”เพื่อมาซื้อรถ เงินส่วนต่างที่ลงไปถึง 90,000 บาท มันเป็นจำนวนที่เยอะมาก และสามารถเอาไปทำได้อีกตั้งเยอะ

“มันลดเกินไปหรือเปล่า?” เพราะอะไรตลาดรถยนต์ไฟฟ้าถึงได้ลงขนาดนี้ มาหาคำตอบไปกับ “รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล”ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาความยั่งยืนและหัวหน้าศูนย์วิจัย “MOVE” มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

“ที่จริงมันน่าจะลงได้กว่านี้อีกด้วยซ้ำ ในมุมผมนะ ในอนาคต”

แนวโน้มของตลาดรถ EV ที่ราคากำลังลดนั้น เพราะ “การผลิต”ที่มีจำนวน “เยอะขึ้น” กับอีกเรื่องคือ “เทคโนโลยี” นั้นพัฒนาอยู่ทุกๆ ปี ถ้ามองไปที่จีน รถในรุ่นเดียวกัน ราคาเหลือเพียง 600,000-700,000บาท

                                                                  {“ดร.ยศพงษ์” หัวหน้าศูนย์วิจัย “MOVE”}

“คืออันนึงที่เราเห็นข้อดี หรือแนวโน้มว่า รถยนต์ไฟฟ้าเนี่ย ราคาเท่ารถยนต์น้ำมันแล้ว อันนี้ไม่ค่อยมีคนพูดนะ คือราคามันเหลือเท่าไหร่ 800,000-900,000 บาท ในเมืองไทยเนอะ”

อีกเรื่องที่ทำให้ราคาลงคือ “การตลาด” ข้อมูลจาก “กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)”บอกว่า เมื่อปี 2566 จีนสามารถผลิตและขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ได้ถึง “9.5 ล้านคัน”ส่งออกอีก “1.2 ล้านคัน”

การผลิตและส่งออกมากขนาดนี้ ทำให้บริษัทรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีนหลายเจ้า ต่างปรับราคาลงเพื่อ ขยายเพิ่มส่วนแบ่งทางการขาย ราคาปรับลงอยู่ราว 5-10% ซึ่งตรงกับการวิเคราะห์ของ “ดร.ยศพงษ์”ที่ว่า..
“ในภาพรวมตลาดก็คือ ราคามันก็ถูกลง และก็จับต้องได้มากขึ้นเรื่อยๆ”

                           {ปีที่แล้วจีนผลิตและส่งออกรถ EV 1.2 ล้านคัน ถือว่าสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก}

“ซื้อเลย” หรือ “รอก่อน”

“รถยนต์ไฟฟ้า”เราอาจจะนับว่า มันคือ “สินค้าด้านเทคโนโลยี”ชิ้นหนึ่งแล้วมันโอกาสที่ราคา จะดิ่งลงไปเรื่อยๆ หรือเปล่า? เหมือนสินค้า IT ที่มีของใหม่ออกมาทุกๆ ปี กูรูรถEV อย่าง “ดร.ยศพงษ์”บอกว่า เดี๋ยวก็ถึง “จุดอิ่มตัว”

มันคล้ายกับ “สมาร์ทโฟน” ที่มีการพัฒนาอยู่ทุกปี เมื่อมีสเปกใหม่ออกมา รุ่นเก่าก็ราคาตกลง แต่พอถึงจุดหนึ่งที่เทคโนโลยีพัฒนาไปสุดทาง ราคามันก็จะทรงตัว

“ก็คือแนวโน้ม ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ว่าตอนนี้มันยังไม่ได้ไปสุดทางของรถยนต์ไฟฟ้า มันยังมีโอกาสพัฒนาได้อีก”

จากกำลังการผลิตที่มากขึ้น และเทคโนโลยีของตัวรถ EV ที่พัฒนาทุกปี ทำให้หลายคนมองกันว่า อนาคต “รถยนต์ไฟฟ้า” อาจจะ “ถูกกว่า” รถยนต์น้ำมัน มันเป็นไปได้หรือเปล่า? กูรูรายเดิมจึงช่วยวิเคราะห์

“โดยหลักการ พอถึงจุดนึงมันควรจะถูกกว่าอยู่แล้ว เพราะชิ้นส่วนหรืออะไรต่างๆ มันน้อยกว่า”



ประเด็นตอนนี้ที่เราเห็นคือ “ราคาของรถ EV มันเข้ามาใกล้รถยนต์น้ำมันแล้ว”แต่การให้เทียบว่า “ถูก” หรือ “แพง”กว่านั้นก็เป็นเรื่องยาก เพราค่ายรถแต่ละที่ก็มี สเปก, Branding, บริการหลังการขาย ฯลฯ ที่ต่างกัน ทำให้การเทียบราคาอาจเป็นเรื่องยาก

การที่ “รถยนต์ไฟฟ้า”ลงมาอยู่ในราคาที่จับต้องง่ายขึ้น มันก็น่าซื้อนะ แต่ก็ไม่อยากช้ำใจ เหมือนเคสในข่าวที่ราคาลดฮวบมาหลายแสน ดังนั้น ถ้าให้แนะนำคนที่กำลังอยากหา รถ EV มาขับสักคัน

“ถ้าเราซื้อรถมา แล้วเราบอกว่าจะขายในปี 2 ปีเนี่ย ผมคิดว่าผมก็ไม่แนะนำนะ”

แต่ผู้ใช้รถบ้านเราส่วนใหญ่ไม่ได้ “ซื้อมา-ขายไป”แบบนั้น จากประสบการณ์ตรง คนส่วนมากมักจะใช้รถกับอย่างน้อย 7-8 ปี ถึงจะเปลี่ยนรถคันใหม่กัน

ถ้าใครสนใจรถยนต์ไฟฟ้า ก็ควรถามตัวเองว่า “จำเป็นหรือเปล่า” และ “ชั่งใจถึงข้อดี” แน่นอนประโยชน์ของรถ EV เรารู้กันดีว่า ประหยัดกว่า ส่วนเรื่องราคายืนยันว่า “แนวโน้มมีโอกาสลดลงแน่นอน”

“แต่ถ้าเราคิดว่า เราจำเป็นต้องใช้ตอนนี้ ถ้าเราคิดว่ามันช่วยประหยัดเงิน ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม เราชอบในการใช้ การขับขี่แบบนี้ ผมก็แนะนำให้ซื้อ”



แต่ถ้ายังมีความกังวลใจ อยากรอให้ราคาลงกว่านี้ หรือให้มีเทคโนโลยีใหม่กว่านี้ ก็เป็นการตัดสินใจของแต่ละคนไป ส่วนใครจะมีความลังเล หลังจากเห็นราคารถที่ลดฮวบแบบนี้ก็ไม่แปลก

“แต่ว่าในความเป็นจริง ยังไงรถมันก็ราคาตกอยู่แล้ว ยังไงมันก็คือรถ เพียงแต่ว่าตอนนี้ มันลดโดยที่ ปกติมันก็จะไม่ลดไปขนาดนี้”

“ดร.ยศพงษ์” กูรูด้านรถยนต์ EV ชวนมองว่านี้เป็นเรื่องของ อุตสาหกรรมรถ EV ที่กำลังพัฒนา ผู้บริโภคเองก็ต้องเข้าใจตลาดนี้ด้วยว่า มันมีการพัฒนากันต่อเนื่องแบบปีต่อปี

 “แต่ถามผม มันก็ขึ้นอยู่กับว่า ถ้าเราคิดว่าต้องใช้ได้ 8ปี แล้วไม่ได้มีความกังวลว่า ราคามันจะเป็นยังไง ก็ใช้งานไป เราประหยัดตอนนี้ก็ซื้อได้ เพราะตราบใดไม่ขายมันก็ไม่ขาดทุนหรอก เมื่อไหร่ขายก็ขาดทุนเมื่อนั้น”







ดูโพสต์นี้บน Instagram

โพสต์ที่แชร์โดย LIVE Style (@livestyle.official)





@livestyle.official ...ตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่า “จำเป็นหรือเปล่า?” ถ้าคิดแค่จะซื้อมาขายไปภายใน 1-2 ปี ไม่แนะนำให้เสียตังค์... . #LIVEstyle #LIVEstyleofficial #ข่าวTikTok #longervideos #tiktokวีดีโอยาว #ยาวกว่า60วิ #รถยนต์ไฟฟ้า #รถEV #รถยนต์ #ยานยนต์ #เทคโนโลยี ♬ original sound - LIVE Style


สกู๊ป : ทีมข่าว MGR Live
คลิป : นลธวัช กาญจนสุวรรณ์
ขอบคุณข้อมูล : www.ditp.go.th
ขอบคุณภาพ : เพจเฟซบุ๊ก “BYD RÊVER Thailand”, www.autospinn.comwww.scmp.com, driving.ca



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **




กำลังโหลดความคิดเห็น