xs
xsm
sm
md
lg

รณรงค์มา 10 ปี ไม่มีอะไรดีขึ้น!! “ทางม้าลาย = ทางคนตาย”!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุบัติเหตุอันน่าโศกสลดบนทางม้าลาย!! #หมอกระต่าย ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ตอกย้ำความศักดิ์สิทธิ์ของ ม้าลาย-กฎหมายในเมืองไทย ไม่มีอยู่จริง หลังพบหลักฐานน่าสงสัย เมื่อผู้ขับบิ๊กไบค์เปื้อนเลือด โดนปล่อยตัวไว-ตำรวจเก็บหลักฐาน!? และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เกิดเหตุการณ์สลดใจบนทางม้าลายเช่นนี้...




“ความศักดิ์สิทธิ์ของทางม้าลาย” ที่ไม่มีอยู่จริง!!


กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจ และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก หลังเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์สีแดง ชนคนเดินข้ามถนน บริเวณหน้าโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ ส่งผลให้ “หมอกระต่าย” หรือ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจักษุวิทยา ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสียชีวิตบนทางม้าลาย


ทำให้แฮชแท็ก #หมอกระต่าย พุ่งทะยานขึ้นติดเทรนด์อันดับ 1 บนโลกทวิตเตอร์จากเหตุการณ์นี้ ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีแฮชแท็ก #ตำรวจมีไว้ทำอะไร ตามมาด้วย กับหลากคำวิจารณ์เรื่องของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ที่กลายเป็นผู้เคารพกฎกติกาบ้านเมือง หรือความศักดิ์สิทธิ์ของทางม้าลาย ในประเทศแห่งนี้ว่า...ยังมีหลงเหลืออยู่บ้างหรือไม่

[สิทธานต์ ฉลองธรรม]
เกี่ยวกับเรื่องนี้ “อึ่ง-สิทธานต์ ฉลองธรรม”แอดมินเพจ “The Sidewalk โลกกว้าง ข้างทางเท้า” ผู้ที่มีประสบการณ์ และมองเห็นปัญหาทางเท้าผ่านการลงเดินสำรวจได้ให้ข้อมูลแก่ทีมข่าว MGR Live ว่า กฎหมายบ้านเราไม่ซีเรียส รวมทั้งมองว่า ถ้าทำให้เกิดการเดินทางที่ดี ทางม้าลายก็จะศักดิ์สิทธิ์ การเดินทางที่ดี จะต้อง สะดวก ปลอดภัย ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

“มันต้องมีการเดินทางที่ดีเกิดขึ้น แล้วทางม้าลายก็จะศักดิ์สิทธิ์เอง...เราถูกปลูกฝังกันว่า เวลาข้ามถนนต้องใช้ทางม้าลาย หรือว่าสะพานลอย แต่เคยมีใครสอนเด็กๆ หรือผู้ใหญ่ไหม ว่า ต้องหยุดรถให้คนข้ามถนน มันไม่มีเลยนะ

เราอาจจะรู้จักว่าต้องหยุดข้ามทางม้าลายครั้งเดียว คือ ตอนไปสอบใบขับขี่ เพราะเราไม่เคยเห็นตำรวจจับ คนไม่หยุดรถ ให้คนข้ามทางม้าลายเลยสักนิดนึง

แต่เคยเห็นตำรวจจับคนที่ไม่ข้ามทางม้าลาย มีแคมเปญต่างๆ นานา ทั้งจากข้าราชการเอง ทั้งหน่วยงานที่รณรงค์ความปลอดภัยเอง ว่า ต้องข้ามทางม้าลาย ต้องข้ามสะพานลอย

ตรงนี้เป็นการปลูกฝัง คือ การสร้างการเข้าใจผิดๆ ในสังคม มาเป็นเวลา 30-40 ปี ว่า คนต้องข้ามทางม้าลาย ข้ามสะพานลอย ซึ่งคนมีสิทธิข้ามบนพื้นราบอย่างสะดวกสบาย และมีศักดิ์ศรี รถต้องหยุดให้คนข้าม เพราะคนเป็นสิ่งที่เปราะบางที่สุดบนถนน นี่คือ สิ่งที่เมืองเจริญแล้วเขาคิด”

[เทียบเมืองซิดนีย์ มีความเป็นมิตรกับคนเดินเท้า]
ทว่า การข้ามถนนที่ดูจะเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด และเป็นปัจจัยพื้นฐานของคนเดินเท้า กลับกลายเป็นเรื่องยาก ด้วยการมีสะพานลอยเกลื่อนในประเทศไทย ทดแทนการข้ามทางม้าลาย ซึ่งนอกจากจะไม่สะดวกสบาย ยังพ่วงมาด้วยความเสี่ยงด้านอาชญากรรม สุขภาพ จากการสร้างไม่ได้มาตรฐานของสะพานลอยแต่ละแห่ง รวมทั้งงบประมาณมากล้น

โดยเมื่อมีการนำหยิบยกเคสประเด็นร้อนๆ อย่างเคสคุณหมอกระต่าย มามองในมุมผู้ประสบการณ์ ประเทศไทยสาเหตุหนึ่งเป็นเพราะทางเท้า หรือถนนไม่ออกแบบให้เป็นมิตรกับคนเดินเท้า ขณะเดียวกัน เทียบกับเมืองซิดนีย์แล้วนั้น คนทุกคนคือคนเดินเท้า แค่ยืนข้ามตรงทางม้าลาย รถก็ต้องหยุดแล้ว

“ถ้าถามว่าสะท้อนอะไรบ้าง สะท้อนว่า บ้านเราไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย จริงๆ ภาคประชาชนเปลี่ยนแปลงเยอะมากเลยนะครับ เพราะว่าผมพูดเรื่องนี้มา 10 กว่าปีแล้ว ปีแรกๆ ที่พูดเป็นรายการโทรทัศน์ คนยังไม่เข้าใจ สื่อมวลชนเองก็ยังไม่เข้าใจ

เราบอกว่า เราจะทำเรื่องสะพานลอย เขาก็บอกว่าดี คนไม่ค่อยข้ามสะพานลอย เราบอกว่าไม่ใช่ จะพูดว่าคนไม่ข้ามสะพานลอย เขาจะไม่เข้าใจ คือ มีการพูดมาเรื่อยๆ จนคนเริ่มตระหนัก เพราะว่า เวลาถัดมา ผมได้ทำเพจ The Sidewalk จะเห็นว่าคน มีความคิดที่เข้าใจเรื่องของการใช้ถนนมากขึ้นกว่า 10 ปีที่แล้ว

[ทางม้าลายต่างประเทศ]
แต่ในขณะที่ทางการเอง กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น หรือว่าอาจจะเกิดขึ้นบางจุด พยายามทำเป็นต้นแบบ แต่ก็ใช้งานได้ไม่ดีจริง

เพราะว่าทางเท้ามีองค์ประกอบ ที่คนเดินเท้าอยู่ 4 อย่าง คือ 1. ต้องมีความกว้างพอ ความกว้างที่มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล 2. ต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง ที่ไม่เป็นมิตรต่อคนเดินเท้า เช่น เสา, ป้าย สัญญาณไฟจราจร สำหรับที่เป็นมิตร คือ อาหารริมทาง เพราะว่าถ้าเกิดมีความกว้างมากพอ สำหรับตั้งขายของได้ นี่คือ สิ่งเป็นมิตรกับคนเดินทาง

3. ต้องมีทางข้ามบนพื้นราบ ที่สะดวก และปลอดภัย ไม่ต้องทำให้คนเดินอ้อม ไม่ต้องทำให้คนเดินเหนื่อย มีความปลอดภัย และคนต้องหยุดจริง 4. มีร่มเงาของต้นไม้ เมืองต้องมีต้นไม้ ไว้หลบแดด หลบฝน และทำให้สิ่งแวดล้อมในเมืองเอื้อต่อการอยู่อาศัยในชีวิต ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกทางเท้า

เช่น ม้านั่ง ไฟส่องบนทางเท้า ไม่ใช่ไฟส่องบนถนน จะเห็นว่า ไฟทางเท้า ค่อยๆ หายไป เพราะว่าทำรถไฟฟ้า ก็เอาเสาไฟลงใต้ดิน บนทางเท้าจะไม่มีเสาให้แขวนโคมไฟ ซึ่งเป็นอันตรายต่ออาชญากรรม

สุดท้ายทางเท้าต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกกับคนพิการ ต้องมีสัญญาณเดินให้คนตาบอด รวมทั้งให้สัญญาณกับคนที่ถือของ ลากกระเป๋า คนที่ลากรถเข็น

และคนแก่ เดินขึ้นบันไดลำบาก ทางเดินทางราบก็สบายขึ้น มันไม่ใช่แค่เดินทางม้าลาย ทางม้าลาย มันเป็นแค่ผลพวงหนึ่งที่มันทำให้คนตาย ถ้าเกิดถามว่า จากเคสของหมอกระต่าย ซึ่งเป็นเพื่อนของน้องผม คือ ทำให้เห็นว่า มันไม่ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจคนด้วยกันเอง”




บิ๊กไบค์เปื้อนเลือด ไร้ความผิด?


แน่นอนว่า เมื่อมีตรวจสอบพบว่า “ผู้ขับขี่บิ๊กไบค์” คือ ตำรวจในสังกัดกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (อคฝ.) ซึ่งให้การว่า เป็นเพราะขี่รถมาด้วยความเร็ว ตามหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจริง

และเปลี่ยนมาทางเลนขวาอย่างรวดเร็ว ทำให้มองไม่เห็นเหยื่อ ส่งให้เกิดการตั้งคำถาม และวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ถึงความยุติธรรมที่อาจจะไม่เกิดขึ้นกับเคสดังกล่าว เมื่อพบข้อสงสัยเมื่อผู้กระทำความผิดโดนปล่อยตัวโดยไม่ใช้หลักประกัน แถมสังคมมองว่ารถขับขี่เป็นของกลางที่ยึดมาได้

ไม่เพียงแค่นั้น จากผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง โดยคาดการณ์ว่า เป็นคนรู้จักหมอกระต่าย ได้ระบุว่า เมื่อหลังเกิดเหตุ หมอกระต่ายกลายเป็นศพนิรนามอยู่นานถึง 2 ชั่วโมง เพราะตำรวจเก็บหลักฐานพิสูจน์ตัวตนไปไว้ที่โรงพักทั้งหมด เพราะกว่าจะทราบข่าวว่าเจ้าตัวเสียชีวิต ต้องรอให้ทางโรงพยาบาลโทร.ตามมาเข้าเวร

เพราะปกติแล้ว หลักฐานยืนยันตัวตนต่างๆ กู้ภัยจะต้องนำส่งให้โรงพยาบาลเพื่อติดต่อญาติ จึงชี้ว่าจุดนี้มีความผิดปกติเป็นอย่างมาก


ล่าสุด ไม่รอช้าด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แถลง กรณี ส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก ผู้ขี่บิ๊กไบค์ ตรวจวัดแอลกอฮอล์ หลังเข้ามอบตัว ไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย และหลังเกิดเหตุ กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ต้นสังกัด มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางอาญาและวินัยแล้ว ยืนยันจะดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

ในประเด็นเรื่องของรถจักรยานยนต์ ที่มีการกล่าวอ้างว่าเป็นรถของกลาง จากการตรวจสอบพบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นรถจักรยานยนต์ที่ผู้ต้องหา ซื้อมือสองมาเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 64 มีการโอนลอยมาแล้วจากคนขาย ขณะในส่วนของการดำเนินคดีกับ ส.ต.ต.นรวิชญ์ นั้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาไปแล้วรวม 7 ข้อหา คือ

1. ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
2. ขับไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย
3. ไม่หยุดรถให้ทางคนข้ามทางม้าลาย
4. เอารถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาใช้ในทาง
5. นำรถที่มีส่วนควบไม่ครบ ไม่มีกระจก มาใช้ในทาง
6. นำรถไม่เสียภาษีมาใช้ในทาง
7. นำรถที่ไม่มี พ.ร.บ.คุ้มครองฯ มาใช้ในทาง


นอกจากนี้ ผ่านสายตาของแอดมินเพจ “The Sidewalk โลกกว้าง ข้างทางเท้า” ยังทิ้งท้ายถึงเสียงสะท้อน กรณีเคสดังกล่าว รวมทั้งฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดี

“ดังนั้น ต้องฝากความหวังไปยังผู้ว่าฯ คนใหม่ ว่า เราอยากเห็นการเดินทางที่ดี ที่เกิดขึ้นกับเมือง ไม่ได้อยากเห็นการแก้ปัญหาจราจร ไม่อยากเห็นการทำทางจักรยานลอยฟ้า ไม่ได้อยากเห็นการทำลู่วิ่งบนฟุตปาธ


แต่เราอยากเห็นการเดินทางที่ดี ซึ่งแม้เขาจะบอกว่ามันแก้ยาก หลายหน่วยงานมันพัวพัน เขาก็รู้ปัญหา ถ้าแก้ยาก เขาก็จะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นเหรอ…


[อึ่ง-สิทธานต์ ฉลองธรรม]
เคยได้ยินไหมครับ ที่เขาพูดกันว่า รถทำให้เรากลายเป็นคนอีกคนหนึ่งได้ เดินชนกันเหยียบเท้ากัน โดยไม่ตั้งใจ เราขอโทษขอโพยกันได้ แต่ในรถถ้าใครปาดเรา แม้จะไม่ได้ตั้งใจ เราจะยอมไม่ได้ทันที ต้องบีบแตร ต้องปาดคืน นี่ก็แบบหนึ่ง อีกแบบนึงก็คือ เมื่อคุณขับรถเต่าคุณจะเป็นคนแบบนึง


แต่ถ้าคุณคนเดิมไปขับรถสปอร์ต คุณจะเปลี่ยนเป็นไปได้สูงที่คุณจะสวมวิญญาณของนักซิ่งทันที รถเปลี่ยนคาแรกเตอร์ของคุณ ทั้งสองแบบมันเหมือนกับคุณถูกผีรถเข้าสิง สิ่งที่ต้องการ คือ speed ซึ่งหมายถึงความเร็ว ความเร็วก็หมายถึงว่ามันหยุดไม่ได้ หยุดไม่เป็น

มองมุมหนึ่ง ตำรวจก็เป็นคน ถูกผีพาหนะเข้าสิงได้ ไม่แปลก แต่มองอีกมุมหนึ่ง เขาไม่ใช่คนอาชีพอื่นๆ เขาเป็นตำรวจ เขาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ดังคำขวัญว่าหลับเถิดประชา ข้าจะคุ้มภัย ถ้าเป็นอย่างนี้ เขาจะปล่อยตัวให้ผีพาหนะสิง ขับเลนขวา อาจแทรกเบียดสลับเลนไปมา ผิดกฎหมายไม่ได้ ไม่หยุดไม่ได้ เพราะนำไปสู่การอุบัติเหตุถึงชีวิตอย่างที่เห็น ตำรวจต้องเป็นหมอผี ถ้าตำรวจโดนผีสิงซะเอง ประชาชนจะอยู่ยังไง บ้านเมืองก็พังสิครับ”

อย่างไรก็ดี ท้ายที่สุดแล้วคดีเคสหมอกระต่าย จะเป็นเครื่องพิสูจน์ความยุติธรรมให้กับสังคมหรือไม่นั้น ก็ต้องรอผลสรุป และติดต่อความคืบหน้ากันต่อไป...





สกู๊ปข่าว : MGR Live
ขอบคุณภาพ : แฟนเพจ ‘The Sidewalk โลกกว้าง ข้างทางเท้า’



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **







กำลังโหลดความคิดเห็น