xs
xsm
sm
md
lg

เจาะมรสุมโควิด พัดชีวิตทานต่อไม่ไหว คนเครียด-ตกงาน-ยอดฆ่าตัวตายพุ่ง!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พ่ายพิษโควิด-คนเครียด-ยอดฆ่าตัวตายพุ่งช่วงวิกฤต!? จิตแพทย์แนะวิธีการจัดการสภาพจิตใจ หลังคนก้มหน้าทำงานสู้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ก่อนตัดสินใจเลือกปลิดชีวิต เพราะหวังหาทางรอด ในยุคโควิดไร้เงิน




พิษโควิด คนเครียด-ยอดฆ่าตัวตาย พุ่ง!!


“สู้ชีวิตไม่ไหวแล้ว ขอให้เจ้าของอู่รถแท็กซี่ มาเอารถคืนที่กลางสะพานพระราม 7”


นี่เป็นคำพูดสุดท้ายของลุงแท็กซี่ ที่ประสบปัญหาพิษวิกฤตเศรษฐกิจยุคโควิด ไม่มีผู้โดยสารเรียกใช้บริการ ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่ารถ จึงตัดสินใจขับรถไปจอดกลางสะพานพระราม 7 จบชีวิตลงเจ้าพระยากลางดึก ร่างจมหายไปกับสายน้ำเชี่ยวกรากผ่านไปร่วม 2 วัน

ในโลกออนไลน์กำลังเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมาก กับเรื่องราวที่สลดใจในครั้งนี้ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่คนไทยตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดโควิด-19

ก่อนหน้านั้น เกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม แม่ค้าออนไลน์รายหนึ่ง เครียดกับปัญหาหนี้สิน หลังโรคระบาด ขายของไม่ได้ ตัดสินใจจบชีวิตภายในบ้าน ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีเหตุการณ์หนุ่มไทยเพิ่งกลับจากประเทศเกาหลี แต่ต้องกักตัวโควิด-19 โยนเก้าอี้ทุบกระจก โดดตึกดับปริศนา คาดเหตุเกิดจากความเครียด


นี่คือเหตุการณ์ครั้งใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้น ในสภาวะโรคโควิด-19 ระบาดยังไม่นับรวมคนที่เลือกหนทางปลิดชีพ แต่ไม่ได้เป็นข่าว หรือไม่รู้อีกกี่รายที่เลือกหนทางแห่งนี้แต่ทำไม่สำเร็จ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์ระบาดชองโรคในครั้งนี้ ส่งผลทำให้คนมีภาวะเครียด และมีอัตราคนคิดสั้นเพิ่มขึ้นยิ่งปีนี้ 64 เพียง 5 เดือนที่ผ่านมา พบมีผู้ฆ่าตัวตายเฉลี่ยพอๆ กับปี 63

[ ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์]
ทั้งนี้ ในโลกออนไลน์กำลังเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมาก กับเรื่องราวที่สลดใจที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ทีมข่าว MGR Live จึงติดต่อไปยัง ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ จิตแพทย์และโฆษกกรมสุขภาพจิต ให้ข้อมูลว่าปี 63 พบอัตรา ฆ่าตัวตายสำเร็จ 7.37 คน สูงขึ้นจากปี62 11 % โดยช่วงนั้นกำลังเผชิญกับโควิด-19 ตลอดปี
“ตัวเลขปีนี้ยังไม่มานะครับ ตัวเลขปีที่แล้วประมาณ 7.3 ต่อ 1 แสนประชากรต่อปี ตัวเลขก่อนหน้านั้น คือ 6.65 ต่อ 1 แสนประชากรต่อปี คือช่วง 2019 ที่ยังโควิดไม่ระบาด มันขึ้นมาประมาณ 11% ซึ่งปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่จากประเทศไทยอย่างเดียว มันพบได้ทั่วโลก มันเป็นรูปแบบที่เราก็เห็นว่าในทั่วโลกต่างประเทศก็มี หลายๆ ประเทศก็อัตราใกล้เคียงกับเรา



ส่วนมากปัญหาก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตที่มันจะต้องใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ครอบครัว หลายครอบครัวมีปัญหาอยู่ด้วยกัน แล้วมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันมากขึ้น

หรือบางครอบครัวมีการใช้ความรุนแรงในครอบครัว บางทีเราก็เห็นว่าอาจจะเป็นสาเหตุได้ ทำให้คนเสียชีวิตฆ่าตัวตายมากขึ้น และตามด้วยปัญหาเรื่องโรคประจำตัวเดิม ปัญหาโรคทางกาย โรคทางจิต และรวมถึงปัญหาด้านเศรษฐกิจ”




แนะวิธีรับมือ เครียด-คิดสั้น!!


ถามถึงสถานการณ์ช่วงวิกฤตโควิด เป็นปัจจัยที่อัตราฆ่าตัวตายพุ่งหรือไม่นั้น จิตแพทย์ให้คำตอบเอาไว้ว่า การฆ่าตัวตายมีหลายปัจจัยปัญหาเรื่องเงิน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยของความเครียด และการฆ่าตัวตาย

“เรื่องการฆ่าตัวตาย มันมีหลายปัจจัย มันไม่ใช่ว่าโควิดทำให้คนฆ่าตัวตายอย่างเดียว หรือว่าทะเลาะเบาะแว้งกัน หรือปัญหาเรื่องการเงินอย่างเดียวทำให้คนฆ่าตัวตาย คนที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย 1 คน ส่วนมากเราจะรู้ว่ามีปัจจัยอย่างน้อย 1 ปัจจัยขึ้นไป ที่ทำให้คนฆ่าตัวตาย


เขาอาจประสบปัญหาจากโควิด แต่ว่าปัญหาจากโควิดนั้น มาจากคนตกงาน หลายคนไม่ฆ่าตัวตาย หลายคนตกงานแล้วไม่มีครอบครัวที่คอยมาให้กำลังใจช่วยเหลือ หรือตกงานแล้วทะเลาะกับแฟน เลิกกับภรรยา

ทะเลาะกับลูก ลูกทะเลาะกับพ่อแม่ ก็เป็นปัจจัยเสริมอีกปัจจัยหนึ่ง ทำให้มันมีหลายปัจจัยที่ทำให้ส่งผลฆ่าตัวตาย แน่นอนพอโควิดมันเกิดการระบาดทั่วโลก มันส่งผลให้ปัจจัยหลายๆ ปัจจัยมันเกิดขึ้นได้ มันก็เลยทำให้ทั้งหมดมารวมกันเป็นความเสี่ยง”

ทั้งนี้ จิตแพทย์ยังบอกอีกว่า ครอบครัวก็มีส่วนช่วยสำคัญ ที่จะต้องดูแลคนที่อยู่ใกล้ชิด อย่าพึ่งประมาทว่าไม่มีความเสี่ยง ทุกคนในตอนนี้อยู่ในภาวะเครียด ความเสี่ยงบางคนจะน้อยจะมากไม่เท่ากัน

“ผมอยากให้กำลังใจทุกคน ว่า สถานการณ์นี้มันเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่สถานการณ์นี้มันมีท่าที ที่ค่อยๆ ดีขึ้นแล้ว

ในหลายๆ ประเทศที่เริ่มมีการฉีดวัคซีนมากขึ้น แล้วทั่วโลกเริ่มควบคุมได้ระดับนึง ภายในประเทศเราควบคุมได้ระดับนึง สถานการณ์จะกลับมาเหมือนเดิม

สุดท้ายโรคระบาดมันจะหายไป ก็อยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพจิตตัวเอง ว่า ที่มีการระบาด เราก็ทำสุขภาพจิตให้เราดี ถึงตัวกระตุ้นมันจะทำลายสุขภาพจิตเราก็ตาม แต่เราก็อย่าลืมหันมาดูแลสุขภาพจิตตัวเองด้วยนะครับ

ดูแลตัวเองเสร็จแล้ว อย่าลืมดูแลคนรอบข้างด้วยนะครับ คนใกล้ชิดพยายามรับฟัง ตั้งใจฟัง พูดคุยกัน แสดงความเห็นอกเห็นใจกัน และดูแลเผื่อแผ่ไปยังคนในสังคมไทยด้วย ผมเชื่อว่าจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น และสถานการณ์จะผ่านพ้นไป คุณจะผ่านพ้นไปอย่างที่มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี”


นอกจากนี้ ยังแนะวิธีการจัดการสภาพจิตใจที่อาจทำให้คนฆ่าตัวตายสูง ในช่วงวิกฤตโรคระบาด ที่ต้องเผชิญ ในชีวิต

“ใครที่มีปัญหา รู้สึกเบื่อหน่าย ซึมเศร้าท้อแท้ หรืออยากทำร้ายตัวเอง อย่าเก็บไว้คนเดียว ปรึกษาคนรอบข้าง หรือปรึกษาแล้วรู้สึกว่าไม่มีใครเป็นที่ปรึกษา โทร.สายด่วนสุขภาพ 1323 โทร.ได้ฟรี หลัง 24 ชม. หรือขอความช่วยเหลือมาที่โรงพยาบาล อยากพบจิตแพทย์ก็บอกมาได้เลย

หรือไม่จำเป็นซึมเศร้า ฆ่าตัวตายอย่างเดียว โรคอื่นๆ ปัญหาด้านสุขภาพจิตอื่นๆ ที่คิดว่าอาจจะมีมากขึ้นในช่วงนี้ ก็อย่าลืมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือว่าโทร.สายด่วนสุขภาพจิตได้เลยครับ”




ข่าวโดย : MGR Live



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **






กำลังโหลดความคิดเห็น...