xs
xsm
sm
md
lg

แพทย์ชี้ วิกฤตวัคซีนไม่เสถียร-ไม่รับรองผลลบ!! ชีวิตที่ต้องเลือก “เสี่ยงโรค VS เสี่ยงผลข้างเคียง”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ถ้าไม่มีวัคซีน โอกาสที่เปิดประเทศไม่มีเลย” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเปิดใจ ป่วยอัมพฤกษ์-เสี่ยงพิการ เพราะฉีดวัคซีนไร้คุณภาพ ไม่จริง ชี้ผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้เสมอ ย้ำอันตรายกว่าถ้าไม่ฉีด!!?




รับวัคซีนเสี่ยงตาย-อัมพฤกษ์!!?

[อาการปากเบี้ยว หลังฉีดวัคซีนซิโนแวค]
“แพทย์วินิจฉัยเป็นอาการข้างเคียงรุนแรงจาก ซิโนแวค ต่อจากนี้ ขอวอนทางผู้ใหญ่เยียวยาตัวผมนะครับ เพราะร่างกายกลับมาเพียง 80-90% ไม่สามารถทำกิจกรรมได้เต็มที่เหมือนเดิม


วันนี้อาการดีขึ้นแล้ว Motor Power แขนขา ซ้ายจาก grade 1>>4+ ปากที่เบี้ยวก็ลดลงแล้วครับ แพทย์ยังคงให้รักษาใน รพ.ต่อครับ… ”





นี่คือคำยืนยันของพยาบาลวิชาชีพรายหนึ่ง ที่ได้ฉีดวัคซีนโควิด 19 ของ ซิโนแวค (Sinovac) พร้อมเผยผลข้างเคียงรุนแรงจนปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง จากคนทำงานปกติ ร่างกายกลับมาเพียง 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่สามารถทำกิจกรรมได้เต็มที่เหมือนเดิม

           เช่นเดียวกับบุคลากร รพ.ลำปาง เมื่อได้ฉีดวัคซีนของซิโนแวค ก็เกิดอาการชาหน้า พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรง โดยมีผู้ฉีดวัคซีนแล้วแพ้กว่า 150 คน ซึ่งในนั้นมีอาการรุนแรงคล้ายเส้นเลือดสมองตีบชั่วคราวเพียง 1 ราย ส่งให้ชาวลำปางต่างตื่นตระหนกกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีกรณีที่โรงพยาบาลระยอง ฉีดวัคซีนของซิโนแวค โดยพบผู้รับวัคซีนเพศหญิงอายุระหว่าง 21-54 ปี จำนวน 6 ราย เป็นอัมพฤกษ์


ล่าสุด ยังมีเคสใน จ.อ่างทอง มีหญิงสาวสุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ อายุ 24 ปี เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนซิโนแวคได้เพียง 2 วัน หลังจากได้รับวัคซีนนั้น มีอาการปวดแขน

จนกระทั่งมีโทรศัพท์จากโรงพยาบาลใน จ.ปทุมธานี แจ้งว่าอาการหนัก มีอาการหัวใจหยุดเต้น และเสียชีวิต

[อีก 1 เคสที่เสียชีวิต หลังฉีดวัคซีน ป้องกันเชื้อโควิด-19 เพียง 2 วัน]
ขณะเดียวกัน วัคซีนของ แอสตร้าเซนเนก้า (AZ-Oxford) ถือเป็นหลักในการป้องกันการเป็นโรคโควิด-19 แต่มีข่าวออกมามากมายเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการฉีดวัคซีนดังกล่าว คือ อาจมีอาการข้างเคียงรุนแรงถึงเสียชีวิต คือ เกิดลิ่มเลือด

ทว่า พบหลักฐานว่าการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง คือ ลิ่มเลือดอุดตันที่สมอง และที่ท้องได้ในประเทศยุโรปในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

แน่นอนว่า ประชาชนต่างให้ความสนใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก รวมทั้งเรื่องประสิทธิภาพ และผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังได้รับวัคซีน สร้างความไม่มั่นใจกับวัคซีนที่รัฐบาลจัดไว้ให้ประชาชน

เพื่อให้รู้ข้อมูลที่ถูกต้อง ทีมข่าว MGR Live ได้ติดต่อไปยัง รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อ ได้ให้ความรู้ไว้ว่า วัคซีนที่ต้องใช้ทางการแพทย์ ทั้งเจ้าของวัคซีน หรือผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทย ได้มีการวิเคราห์ข้อมูลต่างๆ ออกมาแล้วว่า ประโยชน์ดีกว่าผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากวีคซีน

รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์
“ผลข้างเคียงของวัคซีนย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ วัคซีนตัวไหนก็ตามใช้เวลาหลาย 10 ปี ก็เกิดได้ แต่วัคซีนโควิดเป็นวัคซีนที่มีการวิจัยภายในระยะเวลาอันสั้น ไม่ถึงปี ก็เอาออกมาใช้

เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า การใช้วัคซีนตัวนี้ เราใช้ในภาวะฉุกเฉิน เมื่อมีการใช้ในภาวะฉุกเฉิน ก็มีระเบียบแตกต่างออกไป เช่น ข้อที่ 1 บริษัทคิดวัคซีนจะไม่รับผิดชอบ ถ้าเกิดการฟ้องร้อง เรียกร้องขึ้นมา

รัฐบาลของเราจะต้องรับผิดชอบ ถึงแม้ว่าขายให้เราแล้ว เราต้องรับผิดชอบ เขาไม่มารับผิดชอบกับเรา เพราะเขาบอกตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่ขาย ข้อที่ 2 เนื่องจากเป็นวัคซีนที่เพิ่งเริ่มใช้ เวลาใช้เสร็จแล้ว นอกจากจะเฝ้าระวังอาการ 30 นาที หลังฉีด 3 วัน หลังฉีด 7 วัน หลังฉีด 1 เดือน จะต้องรายงานผลข้างเคียงอยู่ตลอดเวลา


เพราะฉะนั้น อันนี้คือเงื่อนไข ประเด็นมันอยู่ที่ว่าแล้วจะมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง เพราะต้องยอมรับว่า ผลข้างเคียงบางช่วงที่ศึกษาในระยะที่ 3 ที่มาจากอาสาสมัคร ประมาณ 30,000 หรือ 40,000 คน

เวลาใช้จริง มันเป็น 30 ล้านคน บางอย่างมันก็จะเริ่มโผล่มาให้เห็น เพราะฉะนั้นเราต้องยอมรับว่า เราจะเอายังไง ซึ่ง ทางการแพทย์ก็จะมีการชั่งน้ำหนัก ว่า ระหว่างผลประโยชน์ กับความเสี่ยงอันไหนมันเหนือกว่ากัน”

ส่วนกรณีเมื่อฉีดวัคซีนทั้ง 2 ตัว ผู้ได้รับต่างได้ผลข้างเคียงถึงขั้นอัมพฤกษ์ หรือไปถึงเสียชีวิตนั้น แพทย์รายนี้มองว่า เกิดจากอาการไม่พึงประสงค์

“ทางประเทศเรา ก็มีการปรึกษาองค์การอนามัยโรค แล้วเขาก็ชี้วัดมาแล้วเรื่องนี้น่าจะเป็นอาการไม่พึงประสงค์ ที่เกี่ยวกับภาวะวิตกกังวลในการฉีดวัคซีน ข้อที่ 2 เกิดจากคนที่ฉีด คนที่รับวัคซีนไม่ค่อยมีความพร้อม อาจจะเพิ่งลงเวรมา หรือนอนไม่หลับ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง อายุเฉลี่ยประมาณ 30 ก็เป็นชั่วคราวสั้นๆ แล้วก็หาย


หมอทางโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดทางสมอง บอกว่า อาจจะเป็นไปได้เกี่ยวกับภาวะนี้ เกิดจากการกระตุ้น แล้วทำให้เส้นเลือดมีการกดตัวชั่วคราว แล้วมันก็หาย

ส่วนกรณีมีอาการคล้ายอัมพฤกษ์นั้น ไม่ได้เป็นอัมพฤกษ์ และกรณีเกิดการเสียชีวิต คือ เขากำลังสอบสวนอยู่”




ไม่มีวัคซีน = ไม่มีโอกาสเปิดประเทศ!


จากที่ปรากฏเป็นข่าว เริ่มมีการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19 พบว่า ทยอยมีข้อมูลผู้เสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนเหล่านี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งตั้งข้อสังเกตว่า วัคซีนที่ทางรัฐบาลจัดให้นั้น ไม่มีคุณภาพ และล็อตวัคซีนที่เอาเข้ามานั้นมีปัญหา

ทางผู้เชี่ยวชาญให้คำตอบไว้ว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะบริษัทนำเข้าเป็นบริษัทระดับโลก วัคซีนแต่ละตัวมีข้อดีของมัน สิ่งหนึ่งที่ประชาชนต้องมี คือ การเชื่อใจในสิ่งที่แพทย์หามา

“ในเรื่องหมดอายุ จะหมดได้ยังไง เขาเป็นบริษัทระดับโลก เรื่องนี้ต้องเชื่อใจกันก่อน ถ้าไม่เชื่อใจมันก็เกิดการสงสัยต่อไป เพราะฉะนั้นต้องทำใจให้เป็นกลาง ว่า สิ่งที่ทางการแพทย์หามา ก็หามาเพื่อช่วยชีวิต ทำให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้


เมื่อเกิดปัญหาขึ้น เราจะต้องแก้ปัญหา และต้องบอกว่าล็อตนี้ที่มันเกิดขึ้นที่ระยอง กับล็อตที่ลำปางมันคนละล็อตกัน ที่ไหนฉีดมันก็เกิดเรื่องอย่างนี้ ที่อเมริกาฉีดไฟเซอร์ มันก็มีการเสียชีวิต 20 กว่าคน และมีการสอบสวนโรค ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เกิดขึ้น

เพราะถ้าคุณกลัวมาก คุณไม่เอาก็ไม่ว่าอะไร ตัวยามันเสถียร แต่ใจมันไม่เสถียร ใจคนที่รับวัคซีน เพราะฉะนั้นแต่ละคนจะต้องคิด ว่า เราจะเสี่ยงกับโรค หรือเราจะเสี่ยงต่อผลข้างเคียง อย่างเช่น การมีลิ่มเลือดเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นใน 250,000 คน แต่ในคนไทยมีการคำนวณเชื่อว่าน่าจะมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นในล้านโดส


แล้วคุณจะจัดอยู่ใน 1 คนนั้น หรือจัดอยู่ใน 999,999 คน เราตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะฉีด คุณก็จะต้องยอมรับความเสี่ยงอันนี้ก่อน”

คงปฏิเสธไม่ได้ในเรื่องของการเสียชีวิต และผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนไม่มั่นใจ และมองว่า การไม่รับวัคซีนดูปลอดภัยเสียกว่า คุณหมอรายเดิมยังบอกอีกว่า ประเทศคงขับเคลื่อน และเปิดประเทศไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องเปิดใจ และเปิดสวิตช์มองถึงข้อดีของวัคซีน

“วิธีคิดและสร้างความมั่นใจ ล็อตใหญ่กำลังฉีดในบุคลากรทางการแพทย์อยู่ บุคลากรทางการแพทย์เขากล้าฉีด เขาก็เป็นด่านหน้าไปอยู่แล้ว ผมก็ฉีดแล้ว ฉะนั้น ถ้าเป็นคุณก็ต้องเสพข่าวให้ดีๆ ด้วย

ทุกวันนี้ข่าวจะมุ่งไปทางร้ายมากกว่า เสพชีวิตคนก็ไปเยอะ หลายประเทศก็เปิดประเทศกันได้แล้ว เพราะการฉีดวัคซีน ไม่อย่างนั้นเราก็จมปลักอย่างนี้ตลอดเวลา


ทุกๆ วัคซีน มีหลาย 10 ตัว เราก็มั่นใจว่า สิ่งที่นักวิชาการหามา จริงๆ แล้วทางภาครัฐบาล ไปหา ไปเจรจามา แต่นักวิชาการจะเป็นคนดูเนื้อหาข้อมูลต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนจะยอมรับได้”






ข่าวโดย : ทีมข่าว MGR Live



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **







กำลังโหลดความคิดเห็น...