xs
xsm
sm
md
lg

ข้าราชการขาร็อก!! “ครูน้อย” ดนตรีคือศูนย์กลางในการเรียนรู้ [มีคลิป]

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ร็อกที่ใจใช่เครื่องแบบ! เปิดใจ “ครูน้อย” ควงกีตาร์สอนดนตรี พานักเรียนตั้งวงตระเวนออกงานกวาดรางวัลเพียบ แถมเคยขึ้นเวทีเคียงข้างร็อกสตาร์แถวหน้าของประเทศ ยึดคติ “อย่าทิ้งความฝันของเรา โดยที่คนอื่นบอกว่าไม่ใช่”

เดินตามฝัน นักดนตรีในคราบครู

“มันเป็นเส้นบางๆ ในเรื่องของอาชีพครู เราก็ชอบเพราะซึมซับมาจากพ่อและแม่ เห็นตั้งแต่เด็ก แต่การเป็นนักดนตรีเราก็ชอบ เป็นอิสระ แต่ด้วยปัจจัยตรงที่ว่าแม่ผมอยากให้ผมเป็นครูแทนพ่อ แม่จะยกแม่น้ำทั้งห้า แต่ที่เขายกมาก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เราก็คิดว่า บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องเป็นคนแนวหน้า เราเป็นเบื้องหลังก็ได้ เราทำให้เด็ก คอยดูเด็กเล่น น่าจะมีความสุข”

“กิตติชัย พันธมาศ” หรือ “ครูน้อย” กล่าวกับผู้สัมภาษณ์ถึงที่มาที่ไปของตนเอง ในตำแหน่งครูสอนวิชาดนตรี แห่งโรงเรียนวัดลาดประทุมคงคาราม จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้เคยโด่งดังบนโลกโซเชียลฯ จากการ Cover เพลงร็อกขณะอยู่ในชุดข้าราชการ อีกทั้งยังอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ด้วยการพานักเรียนในสังกัด คว้ารางวัลทางดนตรีมากมาย และมีโอกาสกระทบไหล่เล่นดนตรีเคียงข้างวงร็อกชื่อดังระดับประเทศอย่าง Bodyslam มาแล้ว!



แต่หากจะย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้น ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกว่าที่จะประสบความสำเร็จและกลายเป็นที่ยอมรับอย่างทุกวันนี้ เส้นทางสายดนตรีของเขาไม่ได้ถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบ…

ด้วยความที่เกิดในครอบครัวข้าราชการที่อยากให้สานต่อในอาชีพนี้ แต่ความฝันของครูน้อยเองดูจะขัดกับสิ่งที่พ่อและแม่ขีดไว้นั่นก็คือการเป็นนักดนตรี ซึ่งในสมัยนั้นถูกมองว่าเป็นอาชีพที่ “เต้นกินรำกิน” นี่จึงเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่เขาต้องฟันฝ่า

“ความฝันตอนเด็กๆ ของผมอยากเป็นนักศิลปะ แค่คุณพ่อรับราชการครู ส่วนคุณแม่เป็นแม่บ้าน ผมก็เติบโตในโรงเรียนตั้งแต่เด็กยันจบมหาวิทยาลัย ก็ได้คลุกคลีกับโรงเรียนตั้งแต่เล็ก มันก็เกิดการซึมซับ มันเป็นงานที่ได้บุญ ได้กุศล ในการที่จะช่วยเหลือเด็กให้มีความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป



ผมเล่นดนตรีครั้งแรกจากพี่ชายที่เป็นนักดนตรี ตอนอายุ 17 ปี เข้าไปอยู่ในวงแห่ ตีฉิ่งตีฉาบ ยกของ เริ่มเล่นกีตาร์โปร่ง แล้วก็เปลี่ยนเป็นกีตาร์ไฟฟ้า ค่านิยมสมัยก่อนเป็นอย่างนั้น จะมองว่านักดนตรีเต้นกินรำกิน ไม่มีอนาคต ไม่มีเงิน ไม่มีเกียรติยศ ไม่มีศักดิ์ศรี แต่จริงๆ แล้ว ในมุมมองของผม ไม่ว่าอาชีพอะไรมีเกียรติหมด เกียรติอยู่ที่ตัวเรา อยู่ที่การกระทำ การอยู่ การหากิน สิ่งสำคัญที่สุด คือ วินัยในการบริหารจัดการชีวิตเราเอง อันนี้แหละครับสำคัญที่สุด”

หลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เอกดนตรีศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ครูน้อยได้รับตำแหน่งเป็นทั้งครูพิเศษ และครูโรงเรียน กศน. ซึ่งได้รับประสบการณ์จากความเป็นครูที่แตกต่างกัน ก่อนได้สอบเป็นครูโรงเรียนหนองฉางวิทยา จ.อุทัยธานี ในบทบาทครูสอนวิชาดนตรีแบบเต็มตัว จนสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย

“ผมเป็นครูวิชาดนตรี ที่โรงเรียนหนองฉางวิทยา จ.อุทัยธานี ตอน พ.ศ. 2548 ครับ เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีเด็ก 2,500 คน เด็กเก่งๆ เยอะ ค่อนข้างกดดัน เราจะทำยังไงให้หน้าที่การสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ผมโชคดีตรงที่ว่ามีผลงานในเรื่องของครู กศน. เอาผลงานในจุดนั้นมาใช้ในกระบวนการต่างๆ



ผลงานผมคือ สร้างวงโยธวาทิต วงลูกทุ่ง วงโฟล์กซอง วงอะคูสติก และวงสตริง ผมได้ถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ (ยิ้ม) แล้วช่วง 2 ปีนั้น เด็กๆ ชนะเลิศวงสตริงที่ จ.ชลบุรี ได้ที่ 1 และก่อนหน้านี้ บริษัทค่ายเพลง RS มาติดต่อออดิชันเด็กเรา ได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินด้วย

แต่จริงๆ ก็มีท้อ เหนื่อยล้าเหมือนกัน ถามว่าคิดจะเลิกมั้ย ก็ไม่คิดจะเลิก เมื่อก่อนผมทำอะไรแคร์ความรู้สึกคนอื่น แล้วเสียงตอบรับออกมาเป็นลบ เหมือนตอนนั้นเรายังเด็กอยู่ ทำอย่างนี้ก็ไม่ใช่ ทำอย่างโน้นก็ไม่ใช่สำหรับเขา ประสบการณ์มันสอนเราให้เรียนรู้ว่า อย่าทิ้งความฝันของเรา โดยที่คนอื่นบอกว่าไม่ใช่ ผมก็เลยสู้ว่า มันคืองานของเรา มันคือฝันของเราและของเด็ก จะมากน้อยแค่ไหน เราควรที่จะได้ลงมือทำ

ร็อกเกอร์จริงๆ อยู่ในหัวใจครับ (หัวเราะ) ชุดไม่เกี่ยว อายุไม่เกี่ยว ถ้าคุณมีแรงคุณลุยเลย แค่นั้นครับ”

กำเนิด “สยึ๋มกึ๋ย” ร็อกคอซองศิษย์ครูน้อย

ในภายหลังเกิดการโยกย้ายในหน้าที่การงาน จนเขาได้มาเป็นครูสอนดนตรีที่โรงเรียนวัดลาดประทุมคงคาราม จ.พระนครศรีอยุธยา ในที่สุด และที่แห่งนี้ ครูน้อยก็ได้ตั้งวงดนตรีร็อกเด็ก โดยใช้ชื่อ “สยึ๋มกึ๋ย” จนมีชื่อเสียงในเวลาต่อมา โดยวงดนตรีนี้มีสมาชิกรุ่นราว 11-12 ขวบ โดยเด็กๆ จะใช้เวลาหลังเลิกเรียนในการซ้อมดนตรี

เกี่ยวกับเรื่องนี้ จิดาภา อัศวพลังชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนลาดประทุมคงคาราม ได้กล่าวถึงการทำหน้าที่ของครูสอนดนตรีผู้นี้ ว่า ตั้งแต่ครูน้อยได้เข้ามารับตำแหน่ง ก็เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาผู้เรียน โดยใช้ดนตรีเป็นสื่อหลัก

“เด็กของที่นี่มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นเด็กยากจน ผู้ปกครองส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในโรงงาน ที่เหลือจะเป็นทำไร่ ทำสวน ทำนา และค้าขาย ปกติการเรียนการสอนของเราก็จะมี 8 กลุ่มสาระ ซึ่งดนตรีและศิลปะก็รวมอยู่ใน 1 ใน 8 ของที่เด็กเราจะต้องเรียน



ครูน้อยได้เห็นความสำคัญ โดยทั่วไปกลุ่มดนตรีครูค่อนข้างจะน้อย แล้วบังเอิญโรงเรียนวัดลาดประทุมคงคาราม โชคดีที่มีครูน้อยเป็นครูดนตรีโดยตรง และมีจิตใจมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเด็ก ไม่ได้พัฒนาแต่ทางด้านวิชาการอย่างเดียว แต่ต้องการที่จะพัฒนาในส่วนของสุนทรียภาพของเด็กด้วย เขาก็เลยรวบรวมเด็กที่มีความชอบและความถนัดทางนี้ ตั้งวงกันขึ้นมา ซึ่งคือ “วงสยึ๋มกึ๋ย”

เท่าที่ทราบมีกระแสตอบรับค่อนข้างดีค่ะ อย่างน้อยเด็กได้มีจิตใจที่เบิกบานแจ่มใส เมื่อเขามีจิตใจดี เขาก็พร้อมที่จะรับรู้ในเรื่องราวต่างๆ รวมถึงการเรียนหลักของเราทางด้านวิชาการด้วย”

ขณะที่ทางด้านครูเจ้าของวิชา ก็ทุ่มเทด้านการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่ว่ากู้เงินส่วนตัวเพื่อมาซื้อเครื่องดนตรีให้เด็กๆ ได้เล่นกัน พร้อมปลูกฝังการเป็นจิตอาสาให้แก่นักเรียน ด้วยการเล่นดนตรีเปิดหมวก นำรายได้ช่วยเหลือสังคมอีกด้วย



“แต่ละที่ก็มีครบบ้าง ไม่ครบบ้างตามอัตภาพ ถ้าเรามีติดตัวก็นำไป ถ้าอันไหนเหลือก็ซื้อครับ เงินกู้สหกรณ์ครู ผมกู้เอง เอามาให้ในครอบครัวด้วยแล้วก็แอบเอามาซื้อเครื่องดนตรีบางส่วน สไตล์ผมคือก่อนที่จะให้คนอื่นช่วยเหลือ เราต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน โดยในห้องซ้อมจะให้เครื่องดนตรีอยู่ล้อมรอบตัวเด็ก สร้างสิ่งแวดล้อมให้เด็กอยู่ใกล้อุปกรณ์เหล่านี้ ให้ซึมซับไปโดยปริยาย โดยที่เราไม่ต้องไปยัดเยียด

อีกหนึ่งผลงาน “คอนเสิร์ตปันคนละมือ” เพื่อสมทบทุนให้กับวัดพระบาทน้ำพุ เอาไปใช้จ่ายในเรื่องของผู้ติดเชื้อ HIV ได้ร่วมกับศิลปินหลายๆ วง พวกเขาให้โอกาสเรามากกว่าในการร่วมครั้งนี้ ผมคุยกับเด็กๆ ก็เลยเปิดหมวกกัน ฝึกเด็กไปในตัว ฝึกการเรียนรู้นอกห้องเรียน ให้เขาเรียนรู้จริง ในเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม การเป็นผู้ให้โดยที่ไม่หวังผลตอบแทน ผมบอกเสมอว่า ทำดีความดีจะตามมา

มุมมองที่ผมทำตรงนี้ คือ 1. ผมได้เรียนรู้ไปกับเขาด้วย 2. ผมอยากไปตามความฝันที่ฝันไว้ตั้งแต่เด็กด้วย ถึงผมไม่ได้เล่นเวทีตรงนั้น แต่ผมก็พาตัวเราเดินทางไปพร้อมๆ เด็ก อันต่อมาคือการเรียนการสอนที่ดีที่สุดข้างนอก ในห้องเรียนเป็นได้แค่บทบาทสมมติเฉยๆ แต่เวทีจริงๆ เด็กได้เรียนรู้ข้างนอก ได้รู้ศักยภาพตัวเองครับ”

ครั้งหนึ่งในชีวิต กระทบไหล่ร็อคสตาร์!

นอกจาก “วงสยึ๋มกึ๋ย”ที่ครูน้อยได้ปลุกปั้นเหล่านักเรียนให้มีชื่อเสียงแล้ว ทางด้านของครูขาร็อกผู้นี้ก็เคยโด่งดังบนโลกโซเชียลฯด้วยตนเอง จากการ Cover เพลง และจากกระแสในครั้งนั้น ก็นำมาซึ่งโอกาสในการร่วมแสดงดนตรีเคียงข้างกับร็อกเกอร์แนวหน้าของประเทศไทย!

“จากที่ผมได้ Cover เพลง “เกิดมาเพื่อสิ่งนี้”ตรงโต๊ะทำงานผม ใส่ชุดข้าราชการ เรื่องของเรื่องคือคิดถึงศิษย์เก่าที่โรงเรียนหนองฉางวิทยา เพราะเราเคยบากบั่น เคยสู้ ผ่านร้อนผ่านหนาวจนประสบความสำเร็จในชีวิตของแต่ละคน เราใช้เพลงนี้ประกวดที่ไหน ชนะและเข้ารอบทุกที


แรกๆ ก็แชร์ไปให้เฉพาะเพื่อน แล้วก็มีลูกศิษย์บอก “อาจารย์ช่วยเปิดเป็นสาธารณะหน่อย จะได้แชร์ง่ายๆ” ผมก็คิดว่าแชร์ให้เพื่อนๆ กลุ่มเดียวกัน ที่ไหนได้ 5-6 ชั่วโมง ปาไป 900,000 วิวแล้ว เริ่มมีสื่อเข้ามา อีกสักพักผมก็อัปเพลง ไม่มีเธอ ของ Retrospect เอาเด็กนักเรียนมายืนโยกหัวให้ตรงจังหวะ สื่อก็เข้ามาเรื่อยๆ คนก็เริ่มรู้จัก ปกติเวลาผมสอน ผมก็จะอัปเรื่องการเรียนการสอนของผมกับเด็กอยู่แล้ว คนก็เริ่มเห็นผมจากตรงนี้มากขึ้น เห็นการเรียนการสอนว่าใช้ดนตรีร็อก

พี่กบ Big Ass เห็นผมในโซเชียลฯ เห็นการเรียนการสอนของผม เขาก็สนใจ ติดต่อมาอยากจะชวนมาร่วมเป็นหนึ่งในการแสดง ผมไม่คิดว่าครูบ้านนอกอย่างผม ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมายืนอยู่ในคอนเสิร์ตของเขา แล้วได้ถ่ายรูปรวมกับ Bodyslam ไม่มีความคิดเลยว่ามาจุดนี้ได้ยังไง ดีใจมากตรงที่ว่าพี่กบ Big Ass มาตีกลองให้ด้วย เซอร์ไพรส์มากๆ ไม่รู้จะบรรยายยังไง ตื้นตันใจ มันคือมรดกแห่งความทรงจำที่ดี”


สุดท้าย ครูน้อย ได้กล่าวถึงความฝันอันสูงสุด คือ การก่อตั้ง School of Rock โรงเรียนสอนดนตรีในพื้นที่บ้านของตนเอง เพื่อใช้ดนตรีเป็นสะพานเชื่อมทุกคนที่มีใจรักทางด้านเสียงเพลงเข้าด้วยกัน

“ความสุขของผม ผมอยากทำงานให้มันบรรลุเป้าหมาย พาเด็กบรรลุเป้าหมายโดยที่เอาดนตรีเป็นสื่อกลาง เป็นสะพาน เพื่อให้เขาเรียนรู้วิถีชีวิตของเขาในแต่ละด้าน ในแต่ละบุคคล เอาดนตรีเป็นหลัก ผมอยากให้เขาหาตัวเองให้เจอ หาว่าตัวเองชอบอะไรให้เจอ เจอเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

ตอนนี้มันก็เกินคำว่าไกลแล้ว เหลืออยู่เป้าหมายเดียวในบั้นปลายชีวิตผม ที่ผมจะต้องทำให้เป็นจริง ผมอยากทำโรงเรียน School of Rock ที่บ้านผม ในเนื้อที่ 2 ไร่ ทำเศรษฐกิจพอเพียง ทำร้านกาแฟ ร้านก๋วยเตี๋ยว ซ้อมเด็กเสร็จมีคนมากิน เสาร์-อาทิตย์ ก็ให้เด็กเล่นให้ลูกค้าฟัง


พยายามบูรณาการ ไก่ไข่ได้ขาย เอาเงินให้ครอบครัวเขา ปีนึงมีตติ้งกันซักครั้ง เอาลูกศิษย์มารวมรุ่น มาเปิดคอนเสิร์ต เขาไม่ทิ้งเรา เราก็ไม่ทิ้งเขา ไม่ใช่ว่าเขาจบจากเราไปแล้วเขาจะไปเลย เอาดนตรีเป็นจุดศูนย์กลางในการเรียนรู้ ที่คิดไว้ นี่คือบั้นปลายชีวิตผมครับ”

นี่คือเรื่องราวของครูผู้มีความฝัน และนำความฝันของตนเองมาต่อเติมเป็นความฝันของลูกศิษย์ ให้ได้มีโอกาสพัฒนาตนเองไปสู่เป้าหมายที่หวัง ด้วยความรัก ความศรัทธา และความเชื่อ จนประสบความสำเร็จ และในอนาคตโรงเรียนสอนดนตรีของครูน้อย คงจะเป็นจุดกำเนิดของผู้คนที่รักในด้านดนตรีมาฝึกในตนเอง เพื่อก้าวไปสู่จุดที่นำความสุขมาให้ทุกๆ คน ภายใต้ครอบครัวที่มีชื่อว่า “School of Rock”

สัมภาษณ์ : รายการ “ฅนจริง ใจไม่ท้อ”
เรียบเรียง : MGR Live
เรื่อง : กีรติ เอี่ยมโสภณ



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **