เปิดใจ “พ่อค้าไอศกรีมอินดี้” แห่งบ้านดอนตะหนิน กับวิกฤตชีวิตที่เคยก้าวผ่าน จนเป็นแรงผลักดันให้รู้จักแบ่งปันแก่ผู้ยากไร้ในวันที่มีโอกาส แถมไม่อิ่ม-เพิ่มฟรี อุทิศตนเป็นผู้ให้ โดยไม่เคยคิดหวังสิ่งใดตอบแทน
ไอศกรีมอินดี้ ไม่อิ่มเพิ่มฟรี
“สมมติถ้าผมไปเจอเด็กอยู่ด้วยกัน 6-7 คน เขามีเงินแค่ 2 คน ผมก็จะเรียกมากิน อีกอย่างผมเอาเงินไปทำบุญโรงเรียนด้วย ทั่วไปเวลาที่ขายผมก็จะเน้นขายครึ่งนึง และแถมครึ่งนึงทุกวัน”
นิกกี้-สมพงษ์ คุณที พ่อค้าไอศกรีมสไตล์อินดี้ วัย 45 ปี แห่งบ้านดอนตะหนิน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live ถึงเรื่องราวการแบ่งปัน ที่ถึงแม้จะไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็มีน้ำใจด้วยการแบ่งปันให้แก่คนยากไร้ที่ไม่มีเงิน และมักจะแบ่งรายได้จากการขายไอศกรีมไปทำบุญ
แถมยังแบ่งไปแจกเด็กนักเรียนบ้านโนนตาเถรให้กินฟรีเป็นประจำ เพราะเห็นใจเด็กๆ นักเรียนในโรงเรียนนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากเด็กๆ โรงเรียนนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กในหมู่บ้านที่ครอบครัวมีฐานะยากจน
“ผมทำเป็นความสุขเฉยๆ ครับ ก็ทำมานานหลายปีแล้ว ขายมาตั้งแต่ปี 47 อดีตเคยเป็นคนที่ยากจนมาก พอตัวเองมีโอกาสก็เลยอยากทำบ้าง แต่จริงๆ ผมทำเพื่อความสุขใจมากกว่า”
พ่อค้าไอศกรีมวัย 45 ปี เล่าว่า เรื่องราวในอดีตชีวิตเป็นแรงผลักดันจนถึงทุกวันนี้ เขาได้ย้อนชีวิตวัยเด็กอีกครั้ง ในสมัยเด็กถือว่าเป็นคนเรียนเก่ง และยังเคยเป็นประธานนักเรียนด้วย แต่ด้วยชีวิตที่ไม่แน่นอนทำให้พลาดโอกาสไปหลายๆ อย่าง
เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ประกอบอาชีพหลากหลาย แต่ชีวิตก็เหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ส่งให้ปี 46 ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวลงทุนต่อพ่วงรถจักรยานยนต์เพื่อจะขายไอศกรีมกะทิ โดยมีการประดับตกแต่งให้เป็นที่น่าสนใจมีจุดเด่น มีดอกไม้ประดับสร้างสีสัน และสร้างเอกลักษณ์ด้วยการร้องเพลง รวมทั้งเต้นสร้างบรรยากาศ แล้วขี่เร่ขายไปตามถนนหนทางหมู่บ้าน
“ผมขายอยู่ในอำเภอบัวใหญ่ ผมก็ชอบร้องเพลง จริงๆ แล้วผมต้องมีเครื่องเสียงทุกวัน ผมติดเครื่องเสียงไปกับรถ 2 ตัว เป็นสไตล์อินดี้ เปิดทุกวัน ร้องทุกวันครับ คือ มันสร้างเทคนิคให้หลากหลาย ให้ความสนุกแตกต่าง เวลาที่ผมเจอลูกค้า ส่วนมากผมจะวิ่งขายตามเส้นถนนมิตรภาพ
แนวคิดคือ เวลาที่ขาย คนเราเวลาเหนื่อยเขาก็ต้องการรอยยิ้ม ผมก็เหมือนสร้างรอยยิ้มให้ตัวผมเองด้วยครับ
จริงๆ รถผมในประเทศไทยผมทำรถแบบนี้เป็นคนแรก แล้วมีคันเดียวในโลก ส่วนมากจะไม่มีใครกล้าทำ เพราะว่าเวลาขับไปไหนจะมีคนมองตลอด ใหม่ๆ ผมก็เขินอายครับ เพราะว่ารถไม่เหมือนคนอื่น”
ถามถึงรายได้ที่ได้รับ เขายอมรับว่าอาชีพที่เลือกทำนั้นไม่ได้สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ก็เลือกทำด้วยความสุข
“รายได้ไม่เยอะครับ มีผลกระทบเหมือนกัน แต่ว่าผมได้น้อยผมก็ใช้น้อย บางวันก็ได้ไม่กี่ร้อยบาท โควิด-19 ผมก็ได้รับผลกระทบ ก็เหมือนทุกคนทั่วไป”
ทำด้วยใจ ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน
ณ บ้านดอนตะหนิน อ.บัวใหญ่ เป็นภาพคุ้นชิน ที่มีพ่อค้าไอศกรีมที่เด็กๆ และคนในชุมชนต่างรู้จักกันดี ด้วยการขายที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสนุกสนานให้แก่ลูกค้า รวมทั้งมักแบ่งปันให้แก่ผู้ยากไร้เสมอ โดยไม่คิดหวังสิ่งใดตอบแทน
“ได้รอยยิ้ม ส่วนมากผมไม่ได้ให้แค่พวกเด็กๆ เวลาที่ผมไปขาย ทุกคนที่ผมขายผมจะบอกลูกค้าว่า ถ้าไม่อิ่มเติมฟรีได้ตลอด อีกอย่างหนึ่งผมก็ให้เยอะ ลูกค้าที่สั่งจะให้รอยยิ้ม คือ อีกอย่างเวลาขายมันช่วยให้เราขายง่ายด้วยครับ เราได้แบ่งปันด้วย
ยิ่งให้ก็ยิ่งได้ คือ ตรงนี้แหละครับคือผมได้ลูกค้าเยอะขึ้น เวลาที่มีงาน เป็นปากต่อปาก คนก็เห็นเบอร์โทร.ที่รถ เขาก็ถ่ายเบอร์โทร.พอมีงานบุญ ผมก็จะได้งานตรงนั้น”
ไอศกรีมของเขามีเพียงไอศกรีมรสกะทิไม่ต่างจากคนอื่นๆ แต่กลับสร้างความอิ่มเอมใจให้แก่ผู้ที่มาอุดหนุน
แต่กว่าที่ชีวิตจะเดินทางมาถึงวันนี้ได้ พ่อค้าผู้นี้ต้องฝ่าวิกฤตชีวิตครั้งใหญ่มานับไม่ถ้วน ซึ่งการเลือกที่จะสู้ชีวิตต่อไป ทำให้นิกกี้ใช้ชีวิตอย่างมีความหมายมากยิ่งขึ้น ด้วยการช่วยเหลือผู้อื่น เพื่อไม่ต้องซ้ำรอยแบบที่เธอเคยเป็น และพร้อมแบ่งปันทุกครั้งที่มีโอกาส
“จริงๆ ทำเพื่อความสุข ไม่ได้หวังอะไรตอบแทน อีกอย่างมันเป็นความสุขทางใจด้วยครับ ผมจะทำสิ่งนี้ตลอดครับ คิดว่าจะทำตลอด เพราะว่ามันเป็นนิสัยผมแล้ว”
สุดท้ายเขายังเชื่อว่า “ยิ่งให้ยิ่งได้” ทั้งความสุข และมิตรภาพที่เงินไม่สามารถซื้อสิ่งเหล่านี้ได้ ทำให้เขาอยากแจก และแถมฟรีให้แก่ทุกคนที่พบเจอ
ขอบคุณภาพ : รภูชิตพงศ์ ทิพย์พรชัย
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **


